อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

ภูมิปัญญาชาวบ้าน 'เปลือกไข่'กำจัด...'มด'

“เปลือกไข่” ที่เหลือใช้จากครัวเรือน สุดท้ายต้องทิ้งลงถังขยะ แต่ใครจะรู้บ้างว่า...มันมีคุณประโยชน์อย่างน่าทึ่ง สามารถใช้กำจัด “มด” ภายในบ้านได้ และปราศจากสารเคมีอีกด้วย เสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 เวลา 00.00 น.

หากพูดถึง “มด” ที่เป็นสัตว์ขนาดเล็ก ทั้งมดดำ มดแดง มดคันไฟ ฯลฯ ซึ่งมักพบได้ทั่วไป โดยจะทำรังอาศัยอยู่บริเวณที่เป็นมุมอับ รอยแตกของพื้นบ้าน แต่ที่น่ารำคาญสุดๆ คือการสร้างภัยคุกคามให้กับมนุษย์ บางรายหากโดนกัด-ต่อย อาจเกิดอาการแพ้ บวม ผื่นขึ้นทั้งร่างกายก็มีให้เห็นมาแล้ว

แต่...เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ “วิธีกำจัดมด” อย่างง่ายๆ นั่นคือ การนำ “เปลือกไข่” ไปย่างไฟ แล้ววางไว้บริเวณที่มี “มด” เดินผ่าน โดยไม่ต้องไปไล่ฆ่า หรือใช้สารเคมี ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา อีกทั้งสามารถป้องกันการบุกรุกจากเจ้ามดตัวน้อยทั้งหลายได้เป็นอย่างดี

การเผยแพร่ข้อมูลนี้ออกมา ทำเอาผู้รับข้อมูลทั้งหลาย ต่างแห่พากันไปลองทดสอบตามวิธีดังกล่าว จนได้รับคำตอบว่า “สามารถทำได้อย่างนั้นจริงๆ” และมีการแชร์ข้อมูลดังกล่าวออกไปทั่ว...ในโลกสังคมออนไลน์

แต่ตามหลักความจริงในเชิงวิทยาศาสตร์แล้ว จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ และหากทำได้จริง เป็นเพราะสาเหตุใด...ทำไม “เปลือกไข่” ย่างไฟ ถึงมีฤทธิ์สามารถขับไล่ตัวเจ้าปัญหาอย่าง “มด” ได้ผลชะงัด ซึ่งในบางครั้งรบกวนพื้นที่อาศัยของมนุษย์ เข้ามาแย่งกินอาหาร ทำให้อาหารเน่าบูด อาจทำให้เกิดโรคท้องเสียถึงขั้นต้องไปพบแพทย์นั้น “เดลินิวส์ออนไลน์” ไปไขคำตอบที่น่าสนใจจาก “ภญ.ดร.สุภาพร ปิติพร” หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งอธิบายไว้ว่า...

การกำจัดมดด้วยวิธีดังกล่าว เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยคุณสมบัติทั่วไปของเปลือกไข่ มีส่วนประกอบเกือบทั้งหมดเป็น “แคลเซียมคาร์บอเนต” มีลักษณะเป็นแท่งๆ มาต่อกัน ตรงรอยต่อระหว่างแท่งจะไม่สนิท และมีช่องว่างเล็กๆ เป็นรูพรุนเกาะติดกันเป็นแผง ประมาณ 6,000-8,000 ต่อไข่ 1 ใบ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนแก๊สและการระเหยของน้ำ ออกจากฟองไข่ในขณะฟัก ซึ่งชั้นนอกสุดของเปลือกไข่ จะมีสารอินทรีย์ เรียกว่า cuticle เคลือบที่ผิวของเปลือกไข่ทั้งหมด โดยเปลือกไข่แต่ละฟองนั้น ถูกสร้างด้วยแคลเซียมประมาณ 2 กรัม

“วิธีการทำนั้นไม่ยุ่งยาก นำเปลือกไข่ไปล้างให้สะอาด อย่าให้มีเนื้อไข่ติด ผึ่งแดดให้แห้ง และนำมาคั่วหรือย่างไฟ แล้วบดเป็นผงให้ละเอียด จากนั้นเท่น้ำลงไปผสม ทิ้งไว้สักพักประมาณ15-20 นาที สุดท้ายกรองเอาน้ำมาฉีดพ่นไล่มดได้เลย หรืออีกวิธีหนึ่ง นำเปลือกไข่ที่ผ่านการคั่วหรือย่างพร้อมบดละเอียด มาร่อนเอาเฉพาะผงฝุ่นของเปลือกไข่ ต่อจากนั้นนำดินสอพองและปูนปลาสเตอร์ ผสมกับเปลือกไข่อย่างละเท่าๆ กัน พร้อมคลุกเคล้าให้ทั่ว เติมน้ำเล็กน้อย จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมายอดใส่ชาภนะที่เป็นแท่ง เช่น หลอดชาไข่มุก แล้วนำไปตากแดดจนส่วนผสมแข็งเป็นแท่ง จะได้ชอล์กที่มีลักษณะคล้ายตามท้องตลาด”

ภญ.ดร.สุภาพร ระบุด้วยว่า คนโบราณมีวิธีไล่มดง่ายๆ อีกหลายวิธี อย่างการนำ “ขมิ้น” มาตำจนละเอียด จากนั้นเทน้ำมันก๊าดผสมลงไป ผสมให้เข้ากัน แล้วใช้โรยบริเวณที่มีมด มดจะหนีหายไปหมด ซึ่งมักจะพบมดตามที่แห้งบริเวณที่เป็นซอกหรือรอยแตกของพื้นปูน พื้นไม้ หรือตามต้นไม้ แม้แต่ในบ้านอยู่ตามเสื้อผ้า ก็สามารถเป็นรังของมดได้

“ถ้าใครไม่มีเวลาว่างทำตามขั้นตอน เพียงแค่นำเปลือกไข่ที่ย่างไฟวางบริเวณที่มีมดเดินผ่าน เท่านี้ก็สามารถไล่มด โดยมดจะขนไข่หนีออกจากบริเวณนั้น”

ภญ.ดร.สุภาพร อธิบายอีกว่า เหตุที่มดขนไข่หนีหรือย้ายรังนั้น เนื่องมาจากฤทธิ์ความเป็นด่าง เพราะการนำเปลือกไข่ที่คั่วหรือย่างไฟ มาผสมกับน้ำจะได้แคลเซียลไฮดรอกไซด์ จึงเป็นสาเหตุให้วิธีการดังกล่าวสามารถขับไล่มดได้ ซึ่งรับรองปราศจากสารเคมีอย่างแน่นอน อีกทั้งราคาก็ไม่แพงด้วย

“อีกวิธีหนึ่ง คือ ธรรมชาติของมดไม่ชอบกลิ่นมิ้นต์ และการบูร เป็นอย่างมาก เมื่อนำการบูรมาโรยให้ทั่วบ้าน หรือน้ำมันกลิ่นมิ้นต์มาทาไว้ โดยเฉพาะในห้องครัวที่มักจะมีมดเข้ามาหาแหล่งอาหารของมัน การใช้วิธีนี้นอกจากจะทำให้ขับไล่มดไม่ให้เข้ามาในบ้านแล้ว ยังช่วยทำให้บ้านมีกลิ่นหอมอีกด้วย”

ไม่ว่าจะเป็น “เปลือกไข่-ขมิ้น-การบูร” ล้วนเป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยาก หากใครกำลังมองหาวิธีจัดการเจ้ามดตัวน้อยที่อาจสร้างภัยให้กับคนในบ้าน โดยเพาะเด็กเล็ก เป็นวิธีที่น่าสนใจไม่เบาเลยทีเดียว

แต่สิ่งสำคัญของเหลือใช้ และยังใกล้ตัวอย่าง “เปลือกไข่” ที่ดูไม่มีคุณค่าทางสารอาหารแก่มนุษย์นั้น กลับมีคุณประโยชน์อย่างอื่นแอบแฝงอยู่อย่างน่าทึ่ง รับรองว่าปราศจากสารเคมี ทำใช้เองได้ภายในครัวเรือน และเป็นวัสดุหาง่าย อีกทั้งยังราคาไม่แพงอีกด้วย ถือเป็น "ภูมิปัญญาชาวบ้าน" จริงๆ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0