อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563

เก็บตกข่าวฮาประสาทหาร วันที่ 6 ธันวาคม 2557

เก็บตกข่าวฮาประสาทหาร วันที่ 6 ธันวาคม 2557 เสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 เวลา 00.00 น.

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์เก็บตกข่าวฮาประสาทหาร ตรงกับวันเสาร์ที่ 6 ธ.ค. 2557 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ทางผู้บัญชาการเหล่าทัพ นำโดย พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของทหารรักษาพระองค์ ซึ่งมี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รวมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพไทย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมและประชาชนทั่วไปร่วมพิธี ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2557 โดยช่วงแรกวงดุริยางค์กองทัพไทยได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์มาบรรเลงและขับร้อง รวมทั้งการแปรขบวนของนักดนตรีจำนวน 300 คน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเป็นการแสดงความสามารถของกองพันทหารม้า และม้าประกอบดนตรีซึ่งมีความสวยงามและหาชมได้ยาก

จากนั้นทหารรักษาพระองค์จำนวน 12 กองพัน และทหารม้ารักษาพระองค์ จำนวน 1 กองพัน รวมทั้งสิ้น 2,197 นาย และม้าจำนวน 90 ม้า โดยมี พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการกองผสมได้เดินขบวนจากบริเวณแยกหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนไปตามถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินใน เข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยในระหว่างการเดินสวนสนามได้มีการปฏิบัติท่าเคารพ “แลซ้าย” ขณะผ่านพระที่นั่งไชยชุมพล ซึ่งเป็นพระ
ที่นั่งฯ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จประทับ เพื่อใช้ทอดพระเนตรตรวจตราการฝึกทหาร จากนั้นเป็นการกระทำพิธีเชิญธงชัยเฉลิมพล 12 หมู่ธงเข้าประจำที่บนเวที

โดย พล.อ.วรพงษ์ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้เข้าประจำที่บริเวณด้านหน้า บก.กองผสม โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ถวายพานพุ่มต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบนเวที พร้อมกล่าวถวายราชสดุดี และนำถวายสัตย์ปฏิญาณตนแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงอุทิศเวลา กำลังพระวรกาย กำลังพระปัญญา และกำลังพระราชทรัพย์ปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกร่มเย็นของอาณาประชาราษฎร์และเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติตลอดมา ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่า 3,000 โครงการที่ได้นำพสกนิกรไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และยังความผาสุกมาสู่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงครองสิริราชสมบัติด้วยทศพิธราชธรรมเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์ส่งผลให้ชาติบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง และพสกนิกรมีความผาสุกร่มเย็นภายใต้ร่มพระบารมีแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่ง

ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียน และพระราชทานความช่วยเหลือแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะในท้องถิ่นห่างไกลและทุรกันดารทรงตรากตรำพระวรกายมาตลอด โดยมิทรงแสดงให้เห็นว่าเหนื่อยแต่ประการใด ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้น ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขอาณาประชาราษฎร์ ด้วยพระปรีชาสามารถและพระราชจริยวัตรที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา สุดที่จะพรรณนา ดุจดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ นับเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้ง และแซ่ซ้องสรรเสริญในหมู่ชาวไทย และนานาประเทศอย่างกว้างขวาง

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอภิบาลรักษาให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง พระชนมพรรษายิ่งยืนนาน พระบารมีแผ่ไพศาลทั่วทิศานุทิศ สถิตเป็นฉัตรแก้วร่มเกล้าแก่เหล่าปวงข้าพระพุทธเจ้า และพสกนิกรชาวไทยตลอดกาลนาน และขอถวายคำสัตย์ปฏิญาณว่าข้าพระพุทธเจ้าจักยอมตายเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า จักจงรักภักดี และถวายความปลอดภัยต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จนชีวิตหาไม่ ข้าพระพุทธเจ้าจักเชิดชูและรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ของทหารรักษาพระองค์ ทั้งจักปฏิบัติตนให้เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททุกประการ

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2557 กระทรวงกลาโหมได้เสนอให้ ครม.พิจารณาหลักการร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญที่กำหนดให้ศาลจังหวัดทหาร มีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาได้ทุกตัวบทกฎหมาย เว้นแต่คดีที่จำเลยมียศเป็นทหารชั้นสัญญาบัตร โดยให้อยู่ในศาลทหารกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังกำหนดให้ศาลทหารสูงสุด มีอำนาจในการพิจารณาคดีได้ทุกคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษามาจากศาลทหารกลาง หรือจากศาลทหารชั้นต้น อีกทั้งกำหนดให้การพิพากษาคดีของศาลทหาร สอดคล้องกับมาตรา 192 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยให้พิพากษาไปตามคำฟ้อง ไม่ต้องพิพากษาเกินคำฟ้อง หรือข้อเท็จจริงที่มีเกี่ยวกับการพิจารณาจะต้องมีความสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่บรรยายในคำฟ้อง หากทั้งสองส่วนไม่ตรงกันถือว่ายกฟ้อง รวมถึงให้มีการชะลอการประหารชีวิตหญิงมีครรภ์ที่ต้องคำพิพากษา จนกว่าพ้นกำหนดคลอด 3 ปี นับตั้งแต่คลอดบุตร จากนั้นให้ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มีความเป็นมาตรฐานเดียวกับกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยทั่วไป เพื่อสร้างความมั่นใจว่าศาลทหารและศาลทั่วไปมีมาตรฐานแบบเดียวกัน ทั้งนี้ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการ

ใกล้จะถึงช่วงปีใหม่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการไปยังหน่วยทหารทุกหน่วยของกองทัพบกอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยให้เตรียมจุดพักรถต่าง ๆ บริเวณหน้าค่ายทหาร โดยมีการบริการด้านการรักษาพยาบาล บริการน้ำดื่ม รวมถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย โดยจะต้องมีการหารือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเตรียมแผนล่วงหน้า เพราะอาจจะมีการปฏิบัติงานที่จะต้องมีทหารเข้าไปช่วยเหลือบางส่วน.

"รหัสมอร์ส"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0