อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564

‘รถโรงหนัง’คันแรกในเอเชีย เปิดโลกทัศน์ เติมเต็มการเรียนรู้

“เราดูหนังในมือถือเล็กๆ ไม่มีทางจะได้ความรู้สึก ได้รายละเอียด ความยิ่งใหญ่ ยิ่งถ้าเป็นหนังสงคราม ที่เสียงกระหึ่ม แม้จะดูจากโทรทัศน์จอใหญ่ที่บ้านก็จะไม่ได้ความรู้สึกร่วมหรือความยิ่งใหญ่เท่าดูในโรงหนัง ซึ่งรถโรงหนังจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้” พฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2557 เวลา 01.17 น.

เมื่อพูดถึง “โรงภาพยนตร์” หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “โรงหนัง” หลายคนในชีวิตยัง ไม่เคยได้เข้าไปสัมผัส บรรยากาศใน โรงหนังเลยสักครั้ง บางคนขาดกำลังทรัพย์ และอีกหลาย ๆ คนอยู่ในพื้นที่ท้องถิ่นชนบทที่ห่างไกลจากตัวเมืองทำให้โอกาสที่จะได้ดูหนังสักเรื่องในโรงหนังมีน้อยเต็มที!

เรื่องราวการแสดง แสง สี เสียง ที่เกิดขึ้นในโรงหนังจะไม่เป็นเพียงการจินตนาการในอากาศของเด็ก ๆ และประชาชนในชนบทถิ่นทุรกันดาร ในชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากโรงภาพยนตร์อีกต่อไปแล้ว ล่าสุด หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เปิดตัว รถโรงหนังคันแรกของประเทศไทยและคันแรกในเอเชีย มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ที่จะเคลื่อนที่ออกตระเวนฉายไปทั่วประเทศไทย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ มีแรงบันดาลใจ ส่งผลให้เกิดสิ่งดีต่อไปในอนาคตทั้งต่อตนเองและสังคม

โดม สุขวงศ์ ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ผู้ริเริ่มทำให้มีรถโรงหนังในเมืองไทย เล่าให้ฟังว่า ได้ไปเห็นรถโรงหนังโดยบังเอิญเพราะไปเปิดเว็บไซต์ดูหอภาพยนตร์ของต่างประเทศและได้เปิดไปเห็นหอภาพยนตร์ของประเทศสกอตแลนด์ เขามีรถโรงหนังอยู่คันหนึ่งจัดโปรแกรมหนังแล้วออกวิ่งฉายไปทั่วประเทศ รู้สึกว่าดีตรงที่สามารถวิ่งไปได้ทั่วผู้คนก็ให้ความสนใจกันมาก จึงคิดว่าถ้าเมืองไทยของเรามีสักคันก็คงจะเป็นเรื่องที่ดี

เมื่อก่อนของไทยเราจะมีหนังกลางแปลงแต่ติดอยู่ที่ต้องฉายตอนกลางคืน มาในปัจจุบันเริ่มห่างหายไปไม่เป็นที่นิยม เพราะทุก ๆ บ้านมีโรงหนังของตัวเองกันแล้วซึ่งก็คือ โทรทัศน์ ความจำเป็นที่จะต้องออกมาดูหนังข้างนอกก็น้อยลง แม้แต่โรงหนังเองก็ไม่ค่อยไปกัน แต่ในทางปฏิบัติทางหอภาพยนตร์เห็นถึงความจำเป็นที่คนเราจะต้องไปดูหนังในโรงภาพยนตร์หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่า โรงหนัง เพราะภาพยนตร์หรือหนังที่สร้างขึ้นมานั้น ถ้ามองในแง่ศิลปะผู้ผลิตทำขึ้นมาเพื่อฉายในจอใหญ่ในโรงภาพยนตร์ โดยจะต้องดูแบบมืด ๆ ต้องดูพร้อมกันเป็นร้อยคน ซึ่งจะเกิดความรู้สึกร่วม เนื่อง จากมนุษย์เป็นสัตว์สังคมต้องทำกิจกรรมทางสังคม

“เราดูหนังในมือถือเล็ก ๆ ไม่มีทางจะได้ความรู้สึก ได้รายละเอียด ความยิ่งใหญ่ ยิ่งถ้าเป็นหนังสงคราม ที่เสียงกระ หึ่ม แม้จะดูจากโทรทัศน์จอใหญ่ที่บ้านก็จะไม่ได้ความรู้สึกร่วมหรือความยิ่งใหญ่เท่าดูในโรงหนัง ซึ่งรถโรงหนังจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้ เมื่อของบประมาณได้แล้ว ในการดำเนินการไม่มีรถโรงหนังขายในโลกใบนี้นอกจากจะสั่งทำ โดยมีอยู่ 2 ประเทศเท่านั้นที่ทำ คือ ประเทศฝรั่งเศสกับสหรัฐอเมริกา จึงทำการประกวดราคาและได้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งผลิตและประกอบโดยบริษัท Toutenkamion ใช้เวลาในการผลิตประมาณ 1 ปี และได้นำเข้ามาในประเทศ ไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา”

รถโรงหนัง Cinemobile เป็นรถเทรเลอร์ที่สามารถขยายตัวเป็นโรงภาพยนตร์ระดับพรีเมียมพร้อมให้บริการที่มีความจุ 100 ที่นั่ง ด้วยเบาะนั่งที่ได้มาตรฐาน รองรับระบบภาพได้ทั้งแบบธรรมดาและระบบ 3 มิติ มีระบบเสียงเชอร์ราวด์ 7.1 สมบูรณ์แบบ พร้อมเครื่องปรับอากาศให้ประสบการณ์เหมือนได้ชมภาพยนตร์ในโรงหนังจริง ๆ ส่วนด้านนอกตัวรถทั้งด้านซ้ายและขวาตกแต่งด้วยภาพวาดใบปิดหนังด้วยสีน้ำมันจากผลงานภาพยนตร์กว่า 50 เรื่อง โดยฝีมือของมือหนึ่งแห่งวงการ เปี๊ยก โปสเตอร์

“ตอนนี้ได้เริ่มฝึกความชำนาญโดยออกทดลองฉายตามโรงเรียนที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณหอภาพยนตร์ก่อน ซึ่งรถโรงหนังจะทำหน้าที่ 2 อย่างด้วยกัน อย่างแรก คือ ทำหน้าที่เป็นโรงหนังโรงเรียนด้วยการวิ่งไปฉายให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนได้ชม โดยเฉพาะโรงเรียนที่ห่างไกลโรงหนัง เด็ก ๆ ไม่มีโอกาสหรือมีโอกาสน้อยมากที่จะได้ไปดูหนังในโรง ซึ่งจะเลือกภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กให้เหมาะสมกับวัยตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย มีทั้งประวัติศาสตร์ สังคม ให้เด็กได้ดู ได้เรียนรู้ ไม่ใช่ความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่รู้จักรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น มีการเสนอความคิดเห็นของตนเอง”

หนัง เป็นสื่อการเรียนรู้ที่ดีที่สุดที่มนุษย์คิดขึ้นมา เราจะสอนให้เด็กเรียนรู้เรื่องคุณธรรม สุนทรียภาพ ประวัติศาสตร์หรือเรื่องอื่น ๆ ได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการคิด รู้จักคิดเองเป็น รู้ว่าดีหรือไม่ดี ควรหรือไม่ควร ต้องมีมารยาทในการชม รู้จักเผื่อแผ่ เกื้อกูลกัน ซึ่งเด็ก ๆ จะมีประสบการณ์และได้ฝึกสิ่งเหล่านี้จากการดูหนังบนรถโรงหนัง

นอกจากนี้ หนัง ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งจะได้เรียนรู้ความเหมือน ความต่าง การเห็นอกเห็นใจได้จากหนัง โดยจะเป็นสื่อให้คนไทยได้สร้างความเข้าใจกับ 10 ประเทศอาเซียน ซึ่งจะเลือกหนังหรือสารคดีประเทศละ 10 เรื่อง มาฉายให้ดูกัน

รถโรงหนังจะเริ่มให้บริการต้นปี พ.ศ. 2558 ซึ่งจะขับไปยังพื้นที่เป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีแรก ซึ่งจะเลือกไปในที่ที่เด็กหรือชาวบ้านไม่มีโอกาสได้ดูหนังในโรงหนัง หรือในชุมชนที่เข้าถึงโรงหนังได้ยาก โดย 3 เดือนแรก จะเริ่มประเดิมที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ได้แก่ หนองคาย เลย อุดรธานี และหนองบัวลำภู ต่อด้วยภาคใต้ซึ่งเน้นไปที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส รวมทั้ง สงขลาและสตูล จากนั้นจะขึ้นเหนือไปที่ จ.เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม ตามลำดับ

การให้บริการในช่วงเช้าและบ่ายจะไปจอดตามโรงเรียนทำหน้าที่เป็นโรงหนังในโรงเรียน พอตกเย็นจะเป็นโรงหนังให้แก่คนในชุมชนได้มาพักผ่อนหย่อนใจ โดยภาพยนตร์ที่จะนำมาฉายก็จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป โดยจะเลือกให้เหมาะกับชุมชนนั้น ๆ หรือเป็นหนังเรื่องที่ชาวบ้านไม่ค่อยได้มีโอกาสดูกัน ซึ่งบริการทั้งหมดนี้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

“หนังที่จะฉายให้กับเด็กในแต่ละวัยนั้นจะเลือกที่เป็นหนังสั้น ๆ ให้เด็กได้เห็นความหลากหลายของสิ่งต่าง ๆ ให้มีความทรงจำที่ดีตั้งแต่เด็ก โดยมีความยาวประมาณ 30-45 นาที ซึ่งก่อนดูจะมีการแนะนำหนัง วิธีการดูหนัง กฎเกณฑ์ กติกา การอยู่ร่วมกัน รายละเอียดเกี่ยวกับหนังที่จะชม ให้ข้อสังเกต และหลังการดูหนังจะมีการพูดคุยกัน มีการตั้งคำถามให้ตอบกัน

ส่วนหนังผู้ใหญ่จุดมุ่งหมายเป็นการปลูกฝังเพื่อการเรียนรู้เช่นกัน โดยมองหนังเหมือนธรรมะ การดูหนังก็เหมือนกับการไปวัด ไปฟังธรรม โดยเฉพาะถ้ามีการคัดหาหนังดี ๆ ที่มีแก่นสารในเรื่องของธรรมะ รวมทั้ง มีความจริง ความดี ความงาม เมื่อได้ดูเกิดความเพลิดเพลิน ได้ความสุข มีความปีติ แล้วก็จะได้ธรรมะกลับไปอีกด้วย ได้เห็นถึงสัจธรรม เพราะการแสดงหนังก็ไม่ต่างจากพระเทศน์ เพราะเรื่องราวในหนังก็จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ รัก โลภ โกรธ หลง เป็นเรื่องของตัณหา ราคะ ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงของมนุษย์ทั้งสิ้น ที่ดูแล้วต้องคิดเป็น”

ตัวรถที่มีขนาดใหญ่เหมือนช้าง ฉะนั้น การเคลื่อนที่จะลำบาก การทำงานจึงไม่แข่งกับเวลาไม่เน้นเรื่องความเร็ว เพราะไม่ใช่การส่งสินค้าที่ต้องวิ่งทั้งวันทั้งคืน แต่จะให้ความสำคัญเรื่องความปลอด ภัยเป็นหลัก โดยจะค่อย ๆ เดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ และจอดฉายหนังให้เด็กและคนในชุมชนดูจนพอสมควรซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน แล้วค่อยย้ายไปอีกอำเภอหรืออีกจังหวัดหนึ่ง

“รถโรงหนังสำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นของแพง เพราะประเทศเราไม่ได้เป็นประเทศที่ร่ำรวย แต่รถโรงหนังคันนี้เปรียบเหมือนเป็นอาวุธทางปัญญาที่จะให้เด็กและชาวบ้านได้เรียนรู้ในเรื่องราวต่าง ๆ จึงอยากให้ใช้ประโยชน์จากรถคันนี้ให้คุ้มค่า เป็นสื่อในการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างความทรงจำที่ดีและช่วยพัฒนาตนเองและสังคมให้ขับเคลื่อนไปในทางที่ถูก ที่ควร ต่อไปในอนาคต” โดม กล่าวทิ้งท้าย.

................................................................................

เรื่องเล่าจากคนขับรถ

จ.ส.ต. สุเทพ ปลาโพธิ์ หนึ่งเดียวที่เป็นผู้ขับเคลื่อนรถโรงหนังไปยังโรงเรียนและชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศไทย เล่าถึงประสบการณ์ครั้งใหม่ในชีวิตให้ฟังว่า รถโรงหนังคันนี้ไม่เหมือนรถทั่วไป เพราะเป็นรถที่โหลดต่ำลงมา ให้เตี้ยลง ซึ่งเดิมทีรถโรงหนังล้อจะสูงเหมือนกับรถบรรทุกทั่วไปส่งผลให้ความสูงถึงคลังคาเกิน 5 เมตร ซึ่งจะลอดสะพานคนเดินไม่ได้ จึงต้องโหลดให้ต่ำลงและเปลี่ยนล้อให้เล็กลงด้วย จึงทำให้รถคันนี้ความสูงอยู่ที่ 4 .35 เมตร เพื่อที่จะวิ่งบนถนนในบ้านเราได้

ระบบอิเล็กทรอนิคส์ทั้งหลายจะอยู่ใต้ท้องรถ ทำให้เวลาขับต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะเป็นกลไกทั้งหมดของรถคันนี้ เนื่องจากล้อมีขนาดเล็กลงถ้าตกหลุมหรือตกหลุมที่เป็นบ่อมีน้ำขังสักประมาณคืบหนึ่งก็จะทำให้ระบบของเครื่องไปกระแทกกับพื้นถนนเกิดความเสียหาย ไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งอุปกรณ์ ทุกสิ่ง ทุกอย่างของรถคันนี้ล้วนมีมูลค่าทั้งสิ้น เพราะหากเกิดชำรุด เสียหายก็จะต้องซ่อมหรือหาอะไหล่จากต่างประเทศ

ก่อนที่จะมาขับนั้น ได้ไปฝึกอบรมการขับกับทางบริษัทโดยชาวต่างประเทศ ซึ่งจะแนะนำให้ขับแบบแม่ลูกอ่อนที่ใช้ความเร็ววิ่งได้เหมือนรถปกติทั่วไป ในที่ชุมชนห้ามเกิน 60 กม./ ช.ม. ถ้าวิ่งในต่างจังหวัดห้ามเกิน 80 กม./ชม. และถ้าขึ้นทางด่วนไม่ควรเกิน 90 กม./ชม. แต่ต้องขับโดยดูแลไปด้วย

“เมื่อขับไปแล้วกิ่งไม้ตามข้างทางห้ามให้ขูดรถโดยเด็ดขาด เพราะภายในด้านบนจะเป็นผ้าใบกันน้ำถ้าโดนขูดผ้าใบก็จะขาดได้ ทำให้รั่วลงมาในรถลงพรมลามไปถึงระบบเครื่องกลด้านล่างเกิดความเสียหายขึ้นได้ ฉะนั้น ต้องหลีกเลี่ยง โดยถ้าถนนเส้นนั้นมีกิ่งไม้เยอะๆ ให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยตัดออกก่อน รวมทั้ง ต้องระวังสายไฟด้วย”

ขับครั้งแรก ไม่ได้ตื่นเต้นมากเพราะเคยขับรถทัวร์มาก่อน เพียงแต่เกร็งเล็กน้อยเพราะต้องรับผิดชอบมากขึ้น และต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก และที่ยากไปกว่านั้น คือ ขับตามใจตัวเองไม่ได้ ต้องค่อยๆ ไป ถ้ามีหลุม พื้นไม่เรียบก็ต้องขับให้นิ่มที่สุด

รถคันนี้เป็นคันที่ 8 ของโลก โดยนับเป็นคันแรกของประเทศไทยและในเอเชีย จึงรู้สึกภูมิใจที่ได้มาทำหน้าที่ในส่วนนี้ ซึ่งเป็นงานบริการรูปแบบหนึ่ง และดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทำอะไรให้กับคนในประเทศได้มีความสุข

จุฑานันทน์ บุญทราหาญ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0