อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2562

‘ปลาป่น ข้าวโพด’ ต้นตอปัญหาหมอกควัน

กรณีปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 20,000 ล้านบาทต่อปี สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิชีววิถี เครือข่ายเกษตรพันธสัญญา อาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2558 เวลา 06.00 น.

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลาป่น นั้นมีความสัมพันธ์ระหว่างกันส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือวัตถุดิบทั้งสองชนิดนำมาผสมรวมกันเปลี่ยนรูปเป็นอาหารสัตว์ย้อนกลับไปเลี้ยง ไก่ หมู ปลา ต้นทางการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใช้พื้นที่ป่า และปลาป่นมาจากเครื่องมือการทำประมงผิดกฎหมาย

กรณีปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 20,000 ล้านบาทต่อปี สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิชีววิถี เครือข่ายเกษตรพันธสัญญา ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ได้จัดเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง “ปลาป่น ข้าวโพด หมอกควัน น้ำท่วม และ อาหาร” ขึ้น ณ ห้องประชุมสถาบันวิจัยสังคม เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา

ดร.สฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด ในฐานะผู้ทำวิจัยเรื่อง การวิเคราะห์ การจัดการห่วงโซ่อุปทานของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อส่งเสริมการจัดการลุ่มน้ำอย่างยั่งยืนใน จ.น่าน กล่าวว่า จากการศึกษาภาพถ่ายดาวเทียม GISTDA พบว่าระหว่างปี 2545-2556 มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเพิ่มขึ้น 109% และพื้นที่ 61% เป็นพื้นที่ป่า ทำให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรม หน้าดินถูกชะล้าง เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกที่เป็นที่ดอนจึงต้องใช้วิธีเผา ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกที่เป็นที่ราบใช้วิธีไถกลบได้ ดังนั้นปัญหาหมอกควันจึงเกิดจากการเผาในที่ดอน

นอกจากนี้เกษตรกรเพาะปลูกบนพื้นที่ชันยังยากจน มีอำนาจต่อรองน้อย ขณะที่ในประเทศมีความต้องการอาหารสัตว์สูง ที่ผ่านมา นโยบายของรัฐเพิ่มแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ ทั้งการรับจำนำประกันราคา นอกจากนี้ยังใช้สารเคมีปริมาณสูงกว่า เพราะเมื่อปลูกบนที่ดอนการเพาะปลูกจะยากกว่าที่ราบ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพตามมา

ดร.สฤณี กล่าวอีกว่า ปัญหาการทำเกษตรในพื้นที่ในป่ายังก่อให้เกิดดินถล่ม น้ำท่วมรุนแรง ซึ่งหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อของ ธ.ก.ส. หากปล่อยสินเชื่อประมาณ 70% ตามกฎระเบียบต้องมีเอกสารสิทธิของที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย แต่พบว่าแม้เกษตรกรไม่มีโฉนดถูกต้องก็ขอสินเชื่อได้ และอีกแรงจูงใจที่ทำให้เกษตรกรปลูกข้าวโพด มาจากพ่อค้าคนกลางมารับซื้อผลผลิตถึงไร่

ทั้งนี้ โรงงานที่เป็นผู้กำหนดราคาข้าวโพดไม่เคยนำประเด็นผลกระทบ สวล.มาพิจารณาขณะที่อุตสาหกรรมปลาป่นเริ่มไม่รับจากการประมงที่ทำลายทะเล ทั้งนี้แนวโน้มการทำไร่บนภูเขาน้อยลงเพราะไม่มีป่าให้บุกรุกแล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการใช้วิธีการขยายไปที่ประเทศเพื่อนบ้านแทน

ด้าน นายเตโช ไชยทัพ ผู้ประสานงานมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ภาคเหนือ) กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันเกิดจากพื้นที่บุกรุกพื้นที่เพาะปลูกใหม่ เพราะมีชีวมวลในแปลงเกษตร 20,000-50,000 กก.ต่อไร่ ขณะที่พื้นที่ป่ามีชีวมวล 2,000 กก.ต่อไร่ ดังนั้นถ้าจัดการปัญหาหมอกควันต้องหยุดการบุกรุกป่าเพื่อขยายพื้นที่การเกษตรใหม่

ด้านนายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย กล่าวว่า ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์นอกจากมีข้าวโพดเป็นส่วนผสมแล้วยังมีปลาป่นผสมอยู่ 65 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสารให้โปรตีน ดังนั้นเมื่อมีโรงงานรับซื้อ เรือประมงได้ใช้อวนขนาดเล็กจับปลาตัวเล็กตัวน้อยหรือปลาเป็ดขึ้นมาวันละ 300,000 ตัน ส่งขายโรงงานปลาป่นที่มีอยู่ 149 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่หากปล่อยให้สัตว์น้ำโต เช่น ลูกปลาทู ลูกปลาอินทรี จะเป็นอาหารทะเลให้คนทั้งประเทศเพิ่มขึ้น 18% ระบบนี้ทำให้คนทั้งประเทศไม่เชื่อมั่นในระบบทะเล เปลี่ยนความนิยมไปบริโภคปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารอย่างปลาทับทิม และปลานิลแทน

ด้าน นายวิฑูรย์ เลี่ยงจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) กล่าวว่า จากข้อมูลฮอตสปอต (Hotspot) หรือจุดเผาไหม้ มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ปลูกข้าวโพด เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการเผาไม่เกี่ยวกับชาวบ้านที่หาของป่า พบว่าในปี 2550 ข้าวโพดมีราคาสูงจาก 5 บาทเป็น 7 บาท จนกระทั่งปี 2555 ราคาข้าวโพดเพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 9.35 บาท ทำให้เกิดฮอตสปอตเพิ่มเป็น 27,000 จุด ขณะที่บริษัทเกษตรยักษ์ใหญ่ที่ส่งเสริมให้ปลูกข้าวโพดได้ประโยชน์จากการขายเมล็ดพันธุ์ เฉลี่ยปีละ 1,200 ล้านบาท ซึ่งการสร้างยุทธศาสตร์ครัวของโลกต้องแลกกับธุรกิจอาหารสัตว์ที่ทำลายป่า

ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า ได้เสนอให้มีการผลิตข้าวโพดเชิงเดี่ยวไปสู่การผลิตที่ยั่งยืน แก้ปัญหาผูกขาดด้วยการปลูกข้าวโพดไปเป็นอาหารสัตว์ เปลี่ยนเป็นปลูกข้าวโพดเพื่อเป็นวัตถุดิบในการเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่เอง

เพราะระบบกฎหมายไม่สามารถเอาผิดไปถึงต้นตอของผู้ก่อมลพิษ เพราะคนเผาไม่ใช่บริษัท แต่เป็นชาวบ้าน ต้องแบกรับความเสี่ยงไว้เองทั้งถูกจับดำเนินคดี ทั้งเรื่องของภัยธรรมชาติ การกดราคาข้าวโพด เป็นต้น

ด้าน นายไพสิฐ พาณิชย์กุล อาจารย์จากศูนย์ศึกษาความเป็นธรรม คณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในที่ประชุมมหาวิทยาลัยเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาหมอกควันแบบเดียวกับสิงคโปร์ โดยใช้พลังของ นศ.คนรุ่นใหม่ จับมือกันไม่ซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทเกษตรรายใหญ่ที่เป็นต้นเหตุของหมอกควัน

“อนาคตหากประเทศไทยโดนกลุ่มอียูไม่ให้ส่งออกสินค้า ความเสียหายอยู่ที่คนทั้งประเทศต้องแบกรับ ขณะที่ต้นตออยู่ที่บริษัทเกษตรรายใหญ่ของประเทศ” อาจารย์จากศูนย์ศึกษาความเป็นธรรมกล่าว

ไก่ หมู ปลา ทุกคำที่คุณกินเปลี่ยนโลกได้เสมอ.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0