อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

‘คุณพระบริภัณฑ์ฯ’ ขุนคลัง

คิดขึ้นมาก็หวนนึกถึงขุนคลังเก่าของนายกรัฐมนตรีในอดีตอย่าง จอมพล ป.พิบูลสงคราม ท่านจอมพลคนนี้ ศุกร์ที่ 24 เมษายน 2558 เวลา 01.19 น.

ตอนนี้มีผู้คนกล่าวถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกันมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา ตำแหน่ง “ขุนคลัง” ของรัฐบาลนั้นเป็นตำแหน่งที่คนรู้จักมาก มีทั้งชอบและไม่ชอบ แต่ก็ไม่ถึงกับชัง สำหรับรัฐบาลแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นสำคัญนัก เพราะเป็นผู้ที่ต้องขวนขวายหาเงินมาให้รัฐบาลหรือรัฐมนตรีคนอื่นได้มีใช้มีจ่ายนั่นเอง

คิดขึ้นมาก็หวนนึกถึงขุนคลังเก่าของนายกรัฐมนตรีในอดีตอย่าง จอมพล ป.พิบูลสงคราม ท่านจอมพลคนนี้ เป็นนายกรัฐมนตรีรวมเวลากันแล้วนานกว่าใคร ดังนั้นจึงมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของท่านอยู่หลายคน แต่คนที่ถูกหมายตาที่จะเก็บเรื่องเอามาคุยในตอนนี้เป็นนายทหารที่มียศถึงพลเอก และก็เป็นทหารอาชีพมาทั้งจากการศึกษาและการทำงานในเบื้องต้น ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ หรือนักบริหารการเงินฝีมือดีที่ได้ตำแหน่งทางการเมือง แล้วมารุ่งเรืองด้วยยศทางทหารในภายหลัง

ผมหมายถึงนายทหารที่ต้องมาเป็นนักการคลังที่มีทั้งยศและบรรดาศักดิ์ที่ชื่อ พลเอก พระบริภัณฑ์ยุทธกิจ หรือ พลเอก เภา เพียรเลิศ บริภัณฑ์ยุทธกิจ นั่นเอง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผู้นี้ เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 ตามประวัติบอกว่าการศึกษาเบื้องต้นท่านเป็นนักเรียนนายร้อยที่เก่ง ต่อมาจึงได้ทุนไปเรียนนายร้อยเยอรมันที่เมืองลิสแตร์เฟลเด เมืองนี้อยู่ใกล้กรุงเบอร์ลินซึ่งเป็นเมืองหลวง ตั้งแต่ พ.ศ. 2454 ขณะที่เรียนอยู่ที่เยอรมนีได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 จึงอยู่ในประเทศเยอรมนีไม่ได้ ท่านต้องย้ายหนีมาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเรียนวิชาทหารใหม่อีกทางด้านพลาธิการแต่ก็เรียนไปได้ไม่นาน ประเทศไทยได้ประกาศเข้าร่วมสงครามด้วย ท่านจึงต้องย้ายข้ามประเทศเข้าไปประเทศฝรั่งเศสไปเรียนที่กรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ที่ประเทศนี้ท่านได้เข้ารับราชการเป็นนายร้อยตรีทำงานอยู่กับผู้ช่วยทูตทหารของไทยซึ่งประจำอยู่ที่กรุงปารีส ท่านได้เรียนและทำงานอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสจนถึง พ.ศ. 2464 จึงกลับบ้านเกิดเมืองนอน มารับราชการต่อเป็นนายร้อยโทที่กรมยกกระบัตร ท่านรับราชการทหารในเมืองไทยต่อมาอีกประมาณ 3 ปีจนถึง พ.ศ. 2467 ท่านก็ได้บรรดาศักดิ์เป็น หลวงบริภัณฑ์ยุทธกิจ ถัดมาอีก 5 ปี ใน พ.ศ. 2472 ได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระบริภัณฑ์ยุทธกิจ ตอนนั้นท่านมียศทางทหารเป็นนายพันโท

แต่ถึงแม้ว่าท่านจะเคยเป็นนักเรียนฝรั่งเศสมาก่อน ก็หาได้มีชื่อหรือมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 การที่มีความรู้ด้านพลาธิการจึงได้ทำงานเป็นกรรมการพัสดุแห่งชาติ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองและหลังการกบฏบวรเดช ในปี พ.ศ. 2477 ท่านได้เลื่อนยศทางทหารเป็นนายพันเอกและได้รับแต่งตั้งให้เป็นพลาธิการทหารบก ตอนนั้นนายทหารที่มีอำนาจในรัฐบาลคือนายพันเอกหลวงพิบูลสงคราม ผู้นำในการปราบกบฏบวรเดช

ในปีถัดมาท่านจึงได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการในรัฐบาลที่มี นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยท่านยังเป็นพลาธิการทหารบกควบไปด้วย อยู่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของพระยาพหลฯ จนถึงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2480 พระยาพหลฯ ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะมีเหตุมาจากกระทู้ถามและการอภิปรายของ นายเลียง ไชยกาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เกี่ยวกับการขายที่ดินของพระคลังให้แก่นักการเมืองรวมทั้งรัฐมนตรีบางคน รัฐบาลจึงสิ้นสุดลง แต่เมื่อพระยาพหลฯ กลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีสืบต่อมา คุณพระบริภัณฑ์ยุทธกิจก็ยังได้กลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการเหมือนเดิม และได้อยู่ร่วมรัฐบาลของพระยาพหลฯ ไปจนกระทั่งรัฐบาลพระยาพหลฯ เจอมรสุมทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร แพ้เสียงในสภา คราวนี้นายกรัฐมนตรี พระยาพหลฯ ท่านต้องยุบสภาในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2481 จึงต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปกันใหม่

ภายหลังการเลือกตั้ง พระยาพหลฯ เลือกที่จะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้มีอำนาจแท้จริงในขณะนั้นจึงขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี คุณพระบริภัณฑ์ยุทธกิจ ก็ยังได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้ารัฐบาลคนใหม่ให้มาร่วมรัฐบาลในตำแหน่งเดิมคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ ถึงแม้จะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจ แต่ก็ยังไม่ได้คุมการคลังของประเทศ จนถึงปี พ.ศ.2484 หลังจากที่ญี่ปุ่นบุกไทยและรัฐบาลต้องยอมให้ทหารญี่ปุ่นเดินผ่านไทยได้

ทางการเมืองภายในของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงในคณะรัฐบาล นายปรีดี พนมยงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลไปดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คราวนี้นั่นเองที่นายกรัฐมนตรีได้ให้พระบริภัณฑ์ยุทธกิจมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกตำแหน่งหนึ่งด้วยในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ท่านเป็นรัฐมนตรีนั่งว่าการสองกระทรวงได้เช่นนี้คนเขาก็ว่ากันว่าท่านนั้นได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรี คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นอย่างมาก เพราะตอนนั้นทางญี่ปุ่นบีบที่จะขอกู้เงินไทย นายกรัฐมนตรีเองเห็นด้วยอยู่แล้ว เรื่องจะสะดวกก็เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ค้านด้วย ซึ่งญี่ปุ่นก็กู้เงินได้ตามที่ต้องการ พระบริภัณฑ์ยุทธกิจคงทำงานถูกใจนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างดีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านนายกฯ จึงเลือกให้ท่านพ้นตำแหน่งจากกระทรวงเศรษฐการและเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่เพียงตำแหน่งเดียวตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2485 และท่านก็เป็น “ขุนคลัง” คู่ใจคุณหลวงพิบูลสงครามต่อมา

ตลอดเวลาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่งรัฐบาลของหลวงพิบูลสงครามเจอพายุการเมืองที่สำคัญ สภาผู้แทนราษฎรไม่ยอมออกกฎหมายผ่านพระราชกำหนด 2 ฉบับที่รัฐบาลออกนายกรัฐมนตรีจึงลาออก คุณพระบริภัณฑ์ยุทธกิจจึงพ้นจากตำแหน่งและหน้าที่ทางการเมือง แต่ชีวิตทางการเมืองของท่านยังไม่จบ.

นรนิติ เศรษฐบุตร



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0