อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

แอลอีดีประยุกต์ (ภาคพิเศษ): “สู้” ด้วยแสง

แสงสีน้ำเงินจากแอลอีดีเพิ่งได้ส่องผ่านรางวัลโนเบลไป โด่งดังทั้งมีการประยุกต์ก่อนหน้าเพื่อแก้ปวด รักษาสะเก็ดเงิน พุธที่ 20 พฤษภาคม 2558 เวลา 00.15 น.

แอลอีดีประยุกต์ (ภาคพิเศษ): สู้” ด้วยแสง

แสงสีน้ำเงินจากแอลอีดีเพิ่งได้ส่องผ่านรางวัลโนเบลไป โด่งดังทั้งมีการประยุกต์ก่อนหน้าเพื่อแก้ปวด รักษาสะเก็ดเงิน จนถึงเป็นเหตุให้นอนไม่หลับเพราะไปลดสารเมลาโทนิน (melatonin) ที่ป้องกันได้ด้วยหลากหลายวิธี ครานี้กลับมากับข่าวที่น่าตื่นใจยิ่งกว่า พาไปดูผลด้านสุขภาพการ“สู้”กัน โดยนักชีววิทยานำมาเล่า !

-----------------------------------

โน่นแน่ะนกเขาคู จุ๊ก จุ๊ก กรู ...” สำหรับท่านชายที่มีปัญหาเรื่องน้องชายไม่สู้นั้น การแก้ไขปัญหาโดยการใช้ยาวิเศษเม็ดสีฟ้า“ไวอากร้า” บางครั้งก็ไม่ได้ผลเสมอไป เนื่องจากผลของยานี้ที่จะช่วยให้“สู้”ได้นานขึ้น แต่หากน้องชายไม่สู้ตั้งแต่เริ่มภารกิจ ยาวิเศษก็ไม่มีประโยชน์อันใด ข่าวดีสำหรับท่านที่มีปัญหาเรื่องนี้ตั้งแต่ขั้นแรกของการออกรบทัพจับศึก นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามหาทางช่วยท่านอยู่ซึ่งประสบความสำเร็จขั้นแรกแล้วเมื่อได้ทดลองใช้แสงสีฟ้าครามกับหนู(สัตว์ทดลอง)

อย่าเพิ่งใจร้อน ตามมาดูว่าเขาทำอะไรกันไปถึงไหนแล้วแถมความรู้เล็กน้อยแบบสรุปโดยไม่ลงรายละเอียดด้านวิชาการมากนัก มาเริ่มต้นกันกับเรื่องที่มาเพื่อเข้าใจลำดับเหตุการณ์การจนนำไปสู่การ“สู้”ของน้องชายของท่านชาย ว่าวิธีที่ใช้แสงในการทดลองนี้นั้นจะไปช่วยในขั้นตอนไหน

โดยปกติจากการกระตุ้นด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือรูป รส กลิ่น เสียงและสัมผัส รวมกับการทำงานของฮอร์โมนเพศแล้ว จะทำให้เซลล์ประสาทและเซลล์เยื่อบุบริเวณกล้ามเนื้อฟองน้ำ (corpus cavernosum) ของน้องชาย หลั่งสารไนตริกออกไซด์ ซึ่งสารนี้จะไปกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ตัวหนึ่ง (คือ soluble guanylyl cyclase ชื่อย่อว่า sGC) ที่เกือบแล้วที่น้องชายใกล้ตื่นจึงมาต่อกันอีก 2-3 ขั้นตอน โดยจากนั้นเอ็นไซม์ sGC ก็จะผลิตสาร cGMP (3’,5’-cyclic guanosine monophosphate) เพิ่มขึ้นมีผลให้ประตูทางผ่านเข้าออกเซลล์ของแคลเซียมไอออนถูดปิด ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและมีการสะสมของเลือดในบริเวณนั้นมากขึ้นจนในที่สุดน้องชายก็จะตื่นขึ้นมา“สู้” และทั้งนี้สงครามจะยืดเยื้อยาวนานได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับกองกำลัง cGMP นี่เอง ซึ่ง cGMP นี้เป็นของประสงค์ที่ถูกสลายได้ด้วยเอ็นไซม์ตัวหนึ่ง และพระเอกยาเม็ดสีฟ้า (ไวอะกร้า) นั่นเองที่จะมาหยุดการทำงานของเอ็นไซม์ข้าศึกก้างขวางสวรรค์ตัวนี้ จึงทำให้น้องชายท่านชายออกรบได้นานขึ้น

คราวนี้มาทดลองในหนู(ทดลอง) เขาทำอะไรอย่างไรกันบ้าง แล้วแสงสีฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องที่ขั้นตอนไหน ?

นักวิทยาศาสตร์ที่สวิสเซอร์แลนด์ได้ตัดแต่งดีเอ็นเอสำหรับสร้างเอ็นไซม์ที่ทำงานคล้ายกับ sGC คือผลิตสารของดี cGMP และให้ชื่อชิ้นดีเอ็นเอที่สร้างขึ้นมานี้ว่า Erectile Optogenetic Stimulator เรียกสั้น ๆ ว่า EROS ประกอบด้วยส่วนของโปรโมเตอร์ PhCMV ซึ่งจะควบคุมให้ยีนที่อยู่ตามหลังสร้างตลอดเวลา ในที่นี้จะเป็นยีนลูกผสมระหว่างยีนที่สร้างโปรตีนไวต่อแสงสีน้ำเงิน (รูปส่วนสีน้ำเงิน) เชื่อมกับยีนที่ทำหน้าที่ผลิตสาร cGMP (ส่วนสีฟ้า) และปิดท้ายด้วยตัวระบุสัญญาณการสิ้นสุดของยีน pAbGH … (วิชาการส่วนนี้คงไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ไปดูผลกันเลยดีกว่า)

นักวิจัยได้ออกแบบให้โปรตีนส่วนที่ทำหน้าที่ผลิตสาร cGMP ทำงานผลิตเมื่อโปรตีนส่วนที่ไวต่อแสงได้รับการกระตุ้นจากแสงสีน้ำเงิน ดังนั้นถ้ายีนนี้สามารถทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้จริงน้องชายก็จะสามารถตื่นขึ้นมา“สู้”เมื่อได้อาบแสงสีน้ำเงิน โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยสิ่งกระตุ้นจากประสาทสัมผัสทั้ง5 หรือฮอร์โมนใด ๆ ซึ่งก่อนที่จะได้ทดสอบกับสัตว์ทดลอง นักวิจัยได้ไปเริ่มกับเซลล์เนื้อเยื่อก่อนแล้วพบว่า หลังจากเนื้อเยื่อที่รับเอาดีเอ็นเอ EROS เข้าสู่เซลล์แล้ว เมื่อให้แสงสีน้ำเงินตามไปก็จะสามารถผลิต cGMP ได้เพิ่มขึ้น จากนั้นจึงมาฉีดชิ้นดีเอ็นเอ EROS เข้าไปในกล้ามเนื้อฟองน้ำของหนูแล้วเป็นเวลา 1 วัน แล้วนำหนูไปเลี้ยงในกรงที่ให้แสงสีน้ำเงินที่ความยาวคลื่น 470 นาโนเมตรจากด้านล่างของกรงเพื่อให้แสงส่องท้องของตัวหนู ผลคือภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีเจ้าน้องชายของหนูตัวน้อยก็ตื่นขึ้นมา“สู้”ได้ นับเป็นสัญญาณอันดีสำหรับท่านชายที่กำลังรอคอย และขอให้ท่านได้อดทนรอต่อไป คงต้องพัฒนานำมาใช้ให้ได้กันต่อ (ขั้นตอนในวงการแพทย์ยังมีอีกมาก) … วงการสิ่งทอก็อาจตื่นตัวตามเพื่อเตรียมตัดกางเกงชั้นในที่เรืองแสงสีครามคำรามจากแอลอีดีไว้รอได้เลย

แสงสีน้ำเงินจากแอลอีดีตัวเล็กแค่นั้น ฤทธิ์เดชฉกาจฉกรรจ์ล้ำลึก อยู่ดึกก็ไปลดสารเมลาโทนินทำให้พี่ชายนอนไม่หลับแถมกลับจะมาปลุกให้น้องชายตื่นอีก เลยตาค้างไม่หลับกันทั้งบ้าน

จันทิรา ปัญญา
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
"แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี"
facebook.com/VisibleLightThailand
(ECTI Info. & IEEE ComSoc Thailand)

-----------------------------------

อ้างอิง : https://dx.doi.org/10.1002/anie.201412204



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0