อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

หลอดไฟให้ข้อมูล: ธุรกิจLiFi คุยโม้โก้เก๋

มาถึงยุคที่คลื่นวิทยุหนาแน่นและอัดอยู่รอบข้างตัวจนเป็นระบบสื่อสารครบวงจรแล้วนี้ พลันที่แอลอีดีปัจจัยเศรษฐกิจตัวใหม่จะให้แสงสว่างอยู่ทั่วไปมากมายเจ็ดพันล้านหลอดอันเป็นจำนวนคาดการณ์เพียงเท่าประชากรโลก พุธที่ 27 พฤษภาคม 2558 เวลา 00.00 น.

แสงช่วยสื่อข่าวสารไปยังผู้รับมิใช่เรื่องใหม่ เกิดมาในยุคแรกโทรคมนาคมแล้ว โดย“เบลส์”ผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์บ้านก็เคยได้นำเสียงส่งผ่านลำแสงกว่าร้อยปีเมื่อพ.ศ.2423 แม้เป็นระบบไร้สายแรกแต่ก็ใหญ่และขึ้นกับการรวมแสงอาทิตย์ ... อนาคตจึงปิดสนิท

มาถึงยุคที่คลื่นวิทยุหนาแน่นและอัดอยู่รอบข้างตัวจนเป็นระบบสื่อสารครบวงจรแล้วนี้ พลันที่แอลอีดีปัจจัยเศรษฐกิจตัวใหม่จะให้แสงสว่างอยู่ทั่วไปมากมายเจ็ดพันล้านหลอดอันเป็นจำนวนคาดการณ์เพียงเท่าประชากรโลก ก็ได้ทำให้วงการสื่อสารเห็นอนาคตตลาดขนาดมหึมาของแสงนำพาข่าวสาร “เบลส์”จะรู้สึกดีแค่ไหนหากรับรู้ว่าแสงกำลังกลับมาสื่อสารเพื่อทั้ง ก) การส่องสว่างข้อมูล (Visible Light Communications) หรือ“วีแอลซี”ที่ใช้แสงส่งข้อมูลไม่ว่าจะด้านเดียว (broadcasting) และอื่น ๆ ที่หลากหลาย ข) “ไลไฟ”การสื่อสารด้วยแสงสองทาง (LiFi: Light Fidelity) ที่ถูกนิยามครั้งแรกว่าเหมือน“ไวไฟ” (WiFi) เพียงเปลี่ยนมาใช้แสงแทน และ ค) “ฮายไฟ”การสื่อสารผสมด้วยแสง (HyFi: Hybrid- LiFi) ที่อาจมีขาขึ้น (uplink) เป็นคลื่นวิทยุทั้ง ไวไฟ บลูทูธหรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ได้ แต่ขาลง (downlink) จะมาจากแสงของโคมแอลอีดีที่ให้ความสว่างอยู่นั่นเอง … อนาคตจึงดูดีมากมาย

ทวนการคาดการณ์กันว่าตลาดมูลค่า 6,138.02 ล้านเหรียญในปี พ.ศ.2561 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงถึง 82% ตั้งแต่ปีพ.ศ.2556 เป็นต้นไป* ได้ตอกย้ำเพิ่มมูลค่าให้แสงสูงขึ้นไปอีกจากการผสมข้อมูลลงมา ทว่า พูดกันมานานกว่าสามปีแล้วโดยเฉพาะกับฟากยุโรป ออกรายการซีเอ็นเอ็น (CNN) บีบีซี (BBC) ก็หลายหนปนโฆษณายูทูป แสดงงาน TED และนิทรรศการทั่วภาคพื้นยุโรปไปเน้นกับคำ“ไลไฟ”แสงสองทางว่าจะนำมาสื่อสารเร็วจี๋ปลอดภัยสุด ๆ แบบไม่ลืมหูลืมตาแต่แล้วเกิดอะไรขึ้น โม้จนลืมเปิดไฟถึงยังไม่มีสินค้าหาซื้อได้สักทีหรือว่า … อนาคตจะหลอกให้“เบลส์”ดีใจเก้อ ?

จึงตามมาดูภาพลึกจนอาจลวงตาจากสิ่งที่หลายกลุ่มในยุโรปคุยไว้นี้กัน เพื่อประเทศสยามผู้ถนัดซื้อจะได้ไม่หลงทางในอนาคตว่าในบรรดาอุตสาหกรรมการผลิตทั้งหลาย เหล่าผู้สร้างสินค้าต้นทางของเทคโนโลยีที่เรียกว่า OEMs (Original Equipment Manufacturers) จะเป็นผู้ชี้เป็นชี้เกิดให้นวัตกรรมใหม่นั้น หากเขาไม่เล่นด้วย“วีแอลซี ไฟไฟ หรือ ฮายไฟ”ก็คงหลอดมืดแน่ เพราะสองปัจจัยหลักอยู่ที่ 1) ภาคส่งแสงและข้อมูล ถ้าผู้ผลิตแอลอีดียังไม่ได้สร้างส่วนสื่อสารข้อมูลร่วมไปด้วยตั้งแต่ต้น เมื่อประชากรโลกเปลี่ยนไปใช้หลอดแอลอีดีเพื่อประหยัดไฟอย่างเดียวแล้วจะเกิดปรากฏการณ์เปลือง ขี้เกียจ อย่ามายุ่งกับฉันไปอีกนาน (socket saturation) เพราะอายุของแอลอีดีใช้จนอิ่มนานลืมเปลี่ยนไปได้เลย แล้วหลอดไฟให้ข้อมูลได้จะแทรกเข้าตลาดกันอย่างไรล่ะ เร็วเข้า... และ 2) ภาครับข้อมูล แค่กับอุปกรณ์โทรศัพท์ก็พอเห็นแล้วว่า หากผู้ผลิตรุ่น 5G 6G ยังไม่มีตัวรับแสงฝังมาพร้อมด้วยแล้ว ผู้ใช้งานแสงเพื่อสื่อสารข้อมูลจะน้อยมากแน่นอน เมื่ออยากใช้ก็ต้องมีอุปกรณ์ภายนอกต่อพ่วงทั้งใหญ่และช้าในการแปลงสัญญาณเข้าออก แถมมาเสียบด้วยราคาที่แพงขณะที่ตัวโทรศัพท์เขาจะแจกฟรีแบบขายเหล้าพ่วงเบียร์กันแล้ว ใครก็คงไม่อยากพลาดเรื่องใหญ่กับผู้ผลิตทั้งสองภาคนี้แน่ หากเหลวอุตสาหกรรมที่คาดว่าแสงจะสดใสถึงกว่าหกพันล้านในห้าปี … อนาคตก็คงจางลงมากแน่

แปลกที่ชอบโม้กันว่า“ไลไฟ”จะมาเป็นระบบสื่อสารบรอดแบนด์แบบพูดไม่หมด เช่นเล่นอินเทอร์เน็ตเป็นหลักโดยระบบเดิม ๆ (บลูทูธ ไวไฟ สามสี่จี) ดูจืดจางไปเลย แต่กลับทำมึนเมื่อเจอสวนคำถามว่าแล้วสัญญาณป้อนขอจากผู้ใช้ขาขึ้นของ“ไลไฟ”ส่งกลับทางไหนกันล่ะ ? หากใช้แสงอินฟราเรดดีที่มองไม่เห็นหรือกวนตาแต่ก็ต้องเล็งตรงไปหาจุดรับ (hot spot) เพราะแสงไม่ได้กระจายตามอำเภอใจเช่นคลื่นบลูทูธหรือไวไฟที่จะตีลังกาท่าไหนก็สื่อสารได้แต่ต้องบังคับทิศให้ตรงเป้า … อนาคตจึงเริ่มเห็นว่าห่างเป้าซะแล้ว**

แถมอีกสองเรื่อง หาก“ไลไฟ”แสงสองทางมีเล่นอินเทอร์เน็ตคุยโทรศัพท์ได้จริงโดยหยิ่งไม่พึ่งคลื่นวิทยุเลยนั้นจะอยู่ในโหมดพัก (stand by) มิได้เลย ต้องพร้อม (active) สถานเดียวเท่านั้น เพราะหากแค่เครื่องรับอยู่ในกระเป๋าใครก็ไม่สามารถติดต่อได้ สัญญาณเรียกเข้า (activated/ringing signal) ด้วยแสงจะถูกผ้าบังหมด แล้วหากบังคับให้ผู้ใช้ต้องเอียงส่องทิศสัญญาณขาขึ้นคืนไปโดยนั่งใช้แข็งทื่อก็ไม่ใช่สื่อสารเคลื่อนที่แล้ว อินเทอร์เน็ตโดย“ไลไฟ”แบบแสงเก่งคนเดียว … อนาคตจึงถูกชื่อตนเองบังเสียสนิท

เจ้า“ไลไฟ”ความเร็ว 100 Gbps ที่ออกข่าวม.ค.58ทำสถิติโลกจึงเป็นแค่การหนีไปใช้เลเซอร์กระพริบเร็วร้อยล้านครั้ง (Hertz) ในแลปเพื่อโฆษณาโครงการวิจัยเท่านั้น (ในผลงานจริงก็ไม่ได้ใช้คำว่าไลไฟแต่อย่างใด) แต่มีผู้ผลิตแอลอีดีรายย่อยอีกจำนวนหนึ่งยังยืนยันบอกว่าสร้าง“ไลไฟ”ได้ โดยการสาธิตในงานแฟร์ทั้งหลายก็เล่นกลให้ดู ลองตรวจหาขาขึ้นอย่างไรก็ไม่มีให้เห็น พูดมาข้ามปีก็ยังไม่มีของขายเพราะขาหายไปหนึ่งข้าง “ไลไฟ”จึงยังเป็นชื่อที่ดูโก้เก๋เท่านั้นเอง … อนาคตจึงเป็นขาลงโดยยังไม่ได้ขึ้นเลย

ชื่อ“ไลไฟ”นั้นคุยเท่ แต่ยัง(ขาย)ไม่ได้ จึงโมเมแปลงนิยามมาใช้คลื่นวิทยุขาขึ้นที่ต้องขออนุญาตจนสับสนหนักที่ยุโรป แต่ฟากเอเชียทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีเดินเงียบ เห็นเตรียมโผล่ระบบลูกครึ่ง (HyFi) ขาขึ้นพ่วงใช้บลูทูธ ไวไฟหรือโทรศัพท์กันแล้ว ไปดูกันรอบหน้ากับธุรกิจ“ฮายไฟ”ที่ไม่ต้องคุยโตแต่ขายเอาสตางค์เลยดีกว่า … อนาคตแสงเอเชียส่องขึ้นก่อนแน่นอนแล้ว !

------------------------------------------------------------------

เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

"แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี"

facebook.com/VisibleLightThailand

(ECTI Info. & IEEE ComSoc Thailand)

------------------------------------------------------------------

* โดย Markets to Markets

** อุปกรณ์รับส่งแสงสองทางของ Fraunhofer เยอรมนีที่นำมาแสดงในประเทศไทยงาน ITU 2013 คือ“ไลไฟ”ตัวจริงมีตัวรับส่งในตนเอง (transceiver) ทั้งขาลงและขึ้นชัดเจน คุณสมบัติขยับมุมห่างออกจากกันได้น้อยมาก ไกลจากการเป็นอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เพราะขาดความยืดหยุ่น (mobility) จึงเหมาะกับงานระบบควบคุมที่ไม่เคลื่อนไหว และราคาต้นทุนยังสูงมาก



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0