อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564

ฟื้นฟู ‘สวนศรีนครเขื่อนขันธ์’ห้องเรียนธรรมชาติ ‘ป่าสามยุค’

จากการฟื้นฟูป่าเชิงนิเวศเนื้อที่ 40 ไร่ของโครงการฯ ที่ผ่านมาดำเนินการปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เส้นทางสำหรับจักรยานและเส้นทางสำหรับผู้ใช้รถเข็นหรือผู้สูงอายุ พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2558 เวลา 06.00 น.

วยพื้นที่กว้างของสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ สวนสาธารณะและสวนพฤกษ ชาติ ในพื้นที่ตำบลบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ นอกจากความโดดเด่นของสวนป่าที่ปกคลุมมากไปด้วยต้นไม้ใหญ่ น้อยนานาชนิดที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น

การจัดสภาพภูมิทัศน์คงรักษาสภาพโครงสร้างเดิม การจัดแบ่งพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูป่าเชิงนิเวศโดยมีบรรยากาศสวนเกษตรผสมผสานกับป่าธรรมชาติที่กำลังฟื้นตัว ฯลฯ นับเป็นอีกความโดดเด่นพร้อมสำหรับเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้สัมผัสป่าธรรมชาติใกล้เมือง!!

สืบเนื่องจากการจัดทำโครงการฟื้นฟูป่าเชิงนิเวศสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือกับกรมป่าไม้และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกันดำเนินการ โดยนับแต่ปี 2556 ด้วยการฟื้นฟูโครงสร้างป่าเดิมที่ปลูกไปแล้วและปลูกฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีโครงสร้างป่าที่แข็งแรงมีชนิดพันธุ์และจำนวนต้นไม้สอดคล้องกับลักษณะสังคมธรรมชาติพืชดั้งเดิมของพื้นที่

อีกทั้งเสริมสร้างพัฒนารูปแบบ และกิจกรรมการศึกษาเรียนรู้เชิงนิเวศที่เชื่อมโยงระหว่างแหล่งศึกษาเรียนรู้ในสวนศรีนครเขื่อนขันธ์และชุมชนในพื้นที่เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และการมีส่วนร่วมกันอนุรักษ์ดูแลผืนป่าพื้นที่สีเขียวบางกะเจ้า

จากการฟื้นฟูป่าเชิงนิเวศเนื้อที่ 40 ไร่ของโครงการฯ ที่ผ่านมาดำเนินการปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เส้นทางสำหรับจักรยานและเส้นทางสำหรับผู้ใช้รถเข็นหรือผู้สูงอายุ จัดทำป้ายสื่อความหมายธรรมชาติ นิทรรศการกลางแจ้ง ภูมิทัศน์ภายในพื้นที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบห้องเรียนธรรมชาติ โดยในเฟสแรกแล้วเสร็จพร้อมให้เข้าร่วมสัมผัส

ผศ.ดร.สคาร ทีจันทึก รองคณบดีฝ่ายวิจัยและป่าสาธิต คณะวนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้กล่าวถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียวแห่งนี้ว่า บางกะเจ้าเป็นพื้นที่สีเขียวที่มีความคล้ายคลึงกับป่าธรรมชาติมีความสำคัญต่อการศึกษาธรรมชาติและด้วยบางกะเจ้าเป็นพื้นที่สีเขียวใกล้เมืองที่มีชื่อเสียงมากขึ้น แต่พื้นที่สวนสาธารณะที่มีอยู่เสื่อมสภาพไป จากจุดนี้จึงทำให้เกิดการผสานความร่วมกันโดยโครงการฟื้นฟูป่าเพื่อการเรียนรู้เชิงนิเวศฯ ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

จากการดำเนินงานมีแนวความคิดตรงกันถึงการอนุรักษ์ฟื้นฟูโครงสร้างป่า โดยยังคงรักษาความเป็นป่าธรรมชาติให้มากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้และด้วยพื้นที่กว้างกว่าร้อยไร่ของสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ในโซนที่เคยรกร้างจึงพัฒนาฟื้นฟูให้คงเป็นป่าธรรมชาติเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ ถ่ายทอดการอนุรักษ์ป่าในเมืองซึ่งมีความสำคัญและด้วยโครงการซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 8 ปีในเรื่องหลักที่ดำเนินการได้แก่ การอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว โดยที่ผ่านมาปลูกฟื้นฟูป่าเชิงนิเวศในบริเวณสวนพฤกษชาติพื้นที่ 40 ไร่

ขณะเดียวกัน ปรับปรุงพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สร้างความเข้าใจซึ่งนำไปสู่การอนุรักษ์ร่วมกัน จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติสองเส้นทางสำหรับจักรยาน เส้นทางป่าสามยุคและเส้นทางสำหรับผู้ใช้รถเข็นหรือผู้สูงอายุ ระยะทางใกล้ ๆ ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติจากป้าย นอกจากนี้จัดแสดงนิทรรศการ รวมถึงสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ รวมทั้ง พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยสถานที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และสถานที่พักผ่อน

การฟื้นฟูป่าเพื่อการเรียนรู้เชิงนิเวศสวนศรีนครเขื่อนขันธ์สานต่อสิ่งที่มีอยู่ให้มีความสมบูรณ์แบบเพิ่มขึ้น ทั้งพื้นที่สวนสาธารณะด้านนอกและพื้นที่ป่าด้านใน โดยเฉพาะพื้นที่ 40 ไร่มีความหลากหลายของพืชพันธุ์ไม้ รวมถึงระบบนิเวศ การดำเนินงานที่ร่วมกันจึงเริ่มจากการศึกษาสภาพพื้นที่ ต่อเนื่องถึงฟื้นฟูดูแลป่าในขั้นตอนต่าง ๆ ขณะเดียวกันผสานความร่วมมือกับชุมชน ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างป่ารักษาป่าต่อเนื่องไป”

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต สถานที่นี้ยังเป็นบันทึกถ่ายเล่าประวัติศาสตร์พื้นที่ให้กับรุ่นหลังได้เรียนรู้ความเป็นผืนป่าตามธรรมชาติบริเวณนี้ โดยขณะที่ศึกษาสำรวจพื้นที่พบพันธุ์ไม้มากมาย ทั้งไม้ชนิดเดิมที่คงค้างอยู่ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 80 ชนิด อย่างเช่น ลำพู โพธิ์ ข่อยฯลฯ อีกทั้งมีไม้กลุ่มที่ปลูกเสริมอีกมาก

การฟื้นฟูป่าจึงต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศดั้งเดิม รวมถึงวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้ระบบนิเวศดั้งเดิมของพื้นที่กลับคืนมา ทั้งในด้านโครงสร้างของป่า ผลผลิตและความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่ดังกล่าวการฟื้นฟูป่าเชิงนิเวศ ประกอบด้วย ป่าบึงชุ่มน้ำ พันธุ์ไม้ที่โดดเด่นได้แก่ ลำดวน หว้า กันเกรา แคน้ำ ยางนา พะยอม ชำมะเลียง ฯลฯ

ป่าดิบลุ่มน้ำ ปลูกยางนา พะยอม ลำดวน มะเกลือ หว้า กันเกรา ฯลฯ ส่วน ป่าชายเลนริมน้ำ ปลูกลำพู โกงกางใบเล็ก ใบใหญ่ ตะบูนดำ ตะบูนขาว ปอทะเล โพทะเล ฯลฯ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ต้นไม้ที่เติบโตขึ้นเต็มที่จะเป็นตัวแทนถ่ายทอดความสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าชัดเจนซึ่งโครงการที่ผ่านมาช่วงปีแรกเป็นการกำจัดไม้ต่างถิ่นออกและเสริมด้วยชนิดไม้ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่เพื่อให้มีพืชพันธุ์ไม้เพิ่มขึ้น

ในด้านการปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติในเส้นทางสำหรับจักรยานสัมผัส ป่า 3 ยุค ตลอดระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรทั้งทางลาดยางและทางดินบดอัดให้ปั่นผจญภัยเล็ก ๆ จุดน่าสนใจมีหลายส่วนทั้ง ดงจาก โดยต้นจากเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน้ำกร่อย เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างแม่น้ำกับทะเลซึ่งได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้น น้ำลง พืชที่พบในระบบนิเวศน้ำกร่อยส่วนใหญ่ ได้แก่ ลำพู จาก ปรงทะเล ฯลฯ โดยคนโบราณจะปลูกจากไว้เป็นแนวกันลมและเป็นหลักฐานการจับจองที่ดิน นอกจากนี้จากที่ลิดใบออกแล้วยังมีประโยชน์ใช้ทำฟืน ขณะที่ใบอ่อนมวนบุหรี่ ใบแก่หน่อยใช้ห่อขนมและนำมาเย็บเป็นตับจากใช้มุงหลังคาหรือกั้นฝาบ้าน เป็นต้น

ในเส้นทางนี้ยังผ่านดงลำพู สวนมะพร้าวโบราณ รวมทั้งได้สัมผัสการฟื้นตัวของป่าทั้งในรูปแบบธรรมชาติและจากความพยายามฟื้นฟูของมนุษย์ ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้ใช้รถเข็นซึ่งมีระยะทางประมาณ 500 เมตร เส้นทางนี้ ผศ.ดร.สคาร กล่าวเพิ่มอีกว่า สามารถเรียนรู้และเพลิด เพลินไปกับธรรมชาติบริเวณนี้ได้ครบพร้อมเช่นเดียวกันซึ่งนอกจากนานาพันธุ์ไม้ อาทิ ต้นนนทรี ซึ่งให้ดอกสีเหลืองสวยงามในช่วงฤดูแล้ง นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ยังมี ไทร ย้อยใบทู่ ซึ่งพบทั่วไปตามริมน้ำและคลองน้ำกร่อย โดยไทรดังกล่าวเป็นไม้เนื้ออ่อน โตเร็วเป็นพืชที่พัฒนารากอากาศ แตกออกจากใต้กิ่ง นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็น บึงน้ำและฝูงปลา ให้ชมรองรับมิติการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นต้น

ขณะที่ป้ายที่จัดทำสื่อความหมายในเส้นทางศึกษาธรรมชาตินำเสนอเรื่องราวที่เชื่อมโยงระหว่างการสร้างสรรค์ของธรรมชาติกับความสัมพันธ์ในระบบนิเวศ ผ่านเทคนิคการนำเสนอในแบบของการตีความธรรมชาติด้วยรูปแบบและเรื่องราวที่น่าสนใจ พร้อมสำหรับเป็นห้องเรียนธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ ถ่ายทอดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าให้กับผู้มาเยือนสัมผัส และร่วมดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวป่าใกล้เมืองแห่งนี้ให้คงความยั่งยืนตลอดไป.

พงษ์พรรณ บุญเลิศ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 622