อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

มะเร็งปอดรักษาหายได้ หากตั้งใจจริง

ไม่ว่าระยะใดก็มีหนทางในการดูแลรักษาและส่งผลให้มีชีวิตที่ยืนยาวหรือดำรงชีวิตได้ดีขึ้นเมื่อได้รับการวินิจฉัยระยะแรกและมีการรักษาที่ถูกต้อง พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2558 เวลา 00.18 น.

มะเร็งปอด” เป็นมะเร็งที่พบได้มากในประเทศไทยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง 2 เพศอย่างต่อเนื่องโดยพบมากเป็นอันดับ 2 ในเพศชายและอันดับ 4 ในเพศหญิง ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่เฉลี่ยประมาณ 18,000-20,000 รายต่อปี

ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 70% เนื่องจากมะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่รักษาให้หายขาดยาก และผู้ป่วยมักจะเข้ารับการรักษาในระยะท้ายๆ แล้ว

แต่ไม่ว่าระยะใดก็มีหนทางในการดูแลรักษาและส่งผลให้มีชีวิตที่ยืนยาวหรือดำรงชีวิตได้ดีขึ้นเมื่อได้รับการวินิจฉัยระยะแรกและมีการรักษาที่ถูกต้อง

มะเร็งปอดพบมากในผู้สูงอายุ เฉลี่ยประมาณ 45-60 ปี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดเนื่องจากในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งอยู่หลายชนิด ยิ่งสูบนานก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูง

ปัจจุบันแม้จะมีการรณรงค์งดสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบว่าผู้ป่วยมะเร็งปอดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

เพราะนอกจากการสูบบุหรี่แล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปอดได้ เช่น บุหรี่มือสอง (ผู้ที่อยู่ภายในแวดล้อมของคนสูบบุหรี่) มลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ผู้คนหนาแน่น หรือเขตอุตสาหกรรม ควันไฟจากการเผาขยะการเผาป่าหรือกิจการทางการเกษตร เป็นต้น

มะเร็งปอดตรวจพบในระยะเริ่มแรกได้ยากเพราะอาการจะไม่ปรากฏในช่วงแรกดังนั้น ผู้ที่สูบบุหรี่จัด อย่างน้อย 1 ซองบุหรี่ต่อวันติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 30 ปี ถือเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งปอด ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพราะหากตรวจพบในระยะเริ่มแรก จนถึงระยะที่ 3 เมื่อได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะมีโอกาสสูงที่จะสามารถหายเป็นปกติได้

ตรงกันข้าม ผู้ป่วยมะเร็งปอดที่มีการแพร่กระจายของโรคแล้ว หากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตภายในเวลา 6 เดือน

ทั้งนี้ สาเหตุที่ผู้ป่วยไม่ยอมเข้ารับการรักษาเพราะท้อถอยหมดกำลังใจ และกลัวผลข้างเคียงจากการรักษา หรือแพ้ยาเคมีบำบัด เช่น ปวดท้อง อาเจียน อ่อนเพลีย ผมร่วง ฮอร์โมนเปลี่ยน จนผู้ป่วยบางรายไม่ยอมรักษาต่อและเกิดการสูญเสียชีวิตในที่สุด

ผู้ป่วยมะเร็งปอดหากได้รับการตรวจรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวขึ้นได้ เพราะการรักษามะเร็งปอดในปัจจุบันมีการพัฒนากว่าเมื่อก่อนมากและมีอยู่หลายวิธี

รศ.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ นายกสมาคมมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย และเลขาธิการศูนย์โรคมะเร็งครบวงจรแห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กล่าวว่า “การผ่าตัดเป็นวิธีการที่ได้ผลดีที่สุดหากตรวจพบในระยะเริ่มแรก ในปัจจุบัน มีเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้อง ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว การฉายแสงด้วยเครื่องฉายรังสีที่มีความแม่นยำสูง ควบคุมด้วยเครื่องประมวลผลคอมพิวเตอร์ การใช้ยาเคมีบำบัด และการใช้ยาแบบที่ให้ผลเฉพาะจุดซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งหรือ targeted therapy ยาเคมีบำบัดที่ใช้รักษาโรคมะเร็งปอดในปัจจุบันมีการพัฒนาตัวยาเพื่อลดผลข้างเคียงที่เป็นอุปสรรคต่อการรักษา อาทิ เส้นเลือดอักเสบ ผมร่วง ทำให้มีผลข้างเคียงน้อยลงหรือไม่มีเลย ซึ่งทำให้การรักษาโรคมะเร็งมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผลข้างเคียงลดลง”

หลังการรักษามะเร็งปอดระยะเริ่มต้นในช่วง 5 ปีแรก แพทย์จะมีการเฝ้าระวัง และติดตามผลการรักษา เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะหายขาด หรือตรวจพบโรคที่กลับเป็นซ้ำได้เร็วขึ้น

ผู้ป่วยจะมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา เพื่อทำให้มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ได้แก่ เลิกการสูบบุหรี่ ทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง ต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้.

ทีมเดลินิวส์ 38
article@dailynews.co.th



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 579