อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562

ต่ออายุรัฐบาล:ทางสำคัญที่ต้องเลือก

โดยยืนยันว่า ผู้ที่จะรวบรวมรายชื่อ จะต้องไม่ใช่ สปช. หรือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพราะเกรงข้อครหาว่า ทำเพื่อต่ออายุตัวเอง ซึ่งการอ้างเหตุผลความจำเป็นของเรื่องนี้ พุธที่ 10 มิถุนายน 2558 เวลา 00.05 น.

กระแสข่าวการ“ต่ออายุรัฐบาล” ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปพักหนึ่ง โดยเป็นข้อเสนอของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นัยว่าจะให้มีการล่ารายชื่อประชาชนรวม 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอให้มีการทำประชามติให้มีการต่ออายุรัฐบาลไปอีก 2 ปี เพื่อทำปฏิรูปหรือไม่

โดยยืนยันว่า ผู้ที่จะรวบรวมรายชื่อ จะต้องไม่ใช่ สปช. หรือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพราะเกรงข้อครหาว่าทำเพื่อต่ออายุตัวเองซึ่งการอ้างเหตุผลความจำเป็นของเรื่องนี้ ก็คือมองว่า เพื่อเป็นการป้องกันรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่เดินหน้าปฏิรูป แต่จะทำเฉพาะนโยบายของตัวเอง

ซึ่งการทำประชามติเรื่องนี้ อาจร่วมกับการทำประชามติที่เกิดจากการแก้ไข ม.46 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ให้ทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เลยก็ได้ แต่ต้องออกแบบคำถามให้แยกจากกันอย่างเด็ดขาด นายไพบูลย์ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประชามติเรื่อง “ต่ออายุให้ตัวบุคคล”แต่เพื่อเป็นการบริหารราชการแผ่นดินให้มั่นคงก่อนมีการเลือกตั้ง

นายไพบูลย์ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเจตนารมณ์ของประชาชนมาตั้งแต่ก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งควรต้องดำเนินการ มิฉะนั้นประเทศจะเดินกลับไปสู่ปัญหาอีก ข้อเสนอของนายไพบูลย์นั้น รัฐบาลยังไม่มีท่าทีตอบรับที่ชัดเจนนัก อาทินายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะพูดขณะที่ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไม่สนใจ

อย่างไรก็ตาม ก็ได้มีการเสนอ “แนวทางใหม่” เกี่ยวกับการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งมาอีกตัวเลือกหนึ่ง เสนอโดย กมธ.ปฏิรูปการเมือง และ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. ที่ได้ชงแนวทางให้มีการเพิ่มมาตรา 304/1 ลงในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อเป็น“หลักประกัน” ในการปฏิรูป

โดยให้ กมธ.ยกร่างฯ กำหนดกฎหมายที่ต้องออกเพื่อการปฏิรูปเป็น 3 บัญชีจากนั้นให้ สปช. และ กมธ.ยกร่างฯ จัดทำกฎหมายดังกล่าวในเวลา 6 เดือน–1 ปีเมื่อเสร็จแล้วจึงให้ ครม.กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. โดยความเห็นชอบของ คสช. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

จะเห็นได้ว่า แม้ว่าไม่ใช่เป็นการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนลงความเห็นว่า จะมีการปฏิรูปประเทศก่อนหรือไม่ แต่ก็เป็นการ “ยืดอายุ” ให้รัฐบาลโดยมีการกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล และมีหลักการเดียวกับของนายไพบูลย์ คือเกิดขึ้นบนพื้นฐานความ “หวาดระแวง”ว่ารัฐบาลหน้าที่มาจากการเลือกตั้งจะไม่ทำการปฏิรูปต่อ

ซึ่งพอจะเห็นภาพได้ว่า ข้อเสนอของ 2 กมธ. จะเป็นข้อเสนอที่ “ปฏิบัติได้” ต่อเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการทำประชามติ เพราะเนื้อหาการต่ออายุรัฐบาลนี้ถูกกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล การต่ออายุขึ้นอยู่กับการทำประชามติ ประกอบกับระยะเวลาไม่ยาวนานมาก จึงอาจลด “แรงเสียดทาน”ที่จะมีต่อรัฐบาลลงได้ระดับหนึ่ง

แต่วาระการต่ออายุนี้ สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องคิดให้หนัก เพราะ ได้เคยพูดถึงการอยู่ตามโรดแม็พแล้ว ซึ่งการ “ผิดสัญญา”ก็เคยเป็นชนวนการเคลื่อนไหวมาแล้วในสมัยพฤษภาทมิฬและถ้าจะปรับเปลี่ยนโรดแม็พ ก็เกรงว่าจะเกิดเหตุปลุกระดมคลื่นใต้น้ำจากภาคส่วนต่าง ๆ ขึ้นต่อต้าน และทำให้สถานการณ์ไม่สงบ

แม้ว่าจะมีหน่วยงานอื่นผลักดัน แต่แรงเสียดทานจะตกอยู่ที่รัฐบาลกับ คสช. เต็ม ๆ การมีท่าทีชัดเจนจึงสำคัญมาก.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 445