อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

‘ดิเรก ชัยนาม-ผู้ก่อการฯฝ่ายพลเรือน’

นายดิเรก ชัยนาม ไม่ใช่คนกรุงเทพฯ แม้จะเป็นลูกพระยาก็ตาม บิดาของท่าน คือ พระยาอภัยพิพากษา (เกลื่อน ชัยนาม) มารดาคือ คุณหญิงจันทร์ นายดิเรก ชัยนาม ศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2558 เวลา 00.18 น.

การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 นั้น มีคนกล่าวถึงนายทหารหลายคนที่เข้าร่วมงานเป็นผู้ก่อการฯ

แต่ทางฝ่ายพลเรือนได้มีการกล่าวถึงค่อนข้างน้อย ที่จริงหลายคนทางฝ่ายพลเรือนได้มีตำแหน่งและบทบาททางการเมืองที่สำคัญต่อมา บางทีคนเลยไม่ได้นึกว่าท่านเป็นผู้ก่อการฯ อยู่กับเขาด้วย ผู้ก่อการฯ ที่จะขอนำเอาเรื่องของท่านมาคุยในครั้งนี้ คือ นายดิเรก ชัยนาม อดีตนักการทูตผู้เรืองนามของไทย

นายดิเรก ชัยนาม ไม่ใช่คนกรุงเทพฯ แม้จะเป็นลูกพระยาก็ตาม บิดาของท่าน คือ พระยาอภัยพิพากษา (เกลื่อน ชัยนาม) มารดาคือ คุณหญิงจันทร์ นายดิเรก ชัยนาม เกิดที่จังหวัดพิษณุโลกเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2447 ตอนนั้นบิดาของท่านรับราชการอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ท่านได้แต่งงานกับ ..ปุ๋ย นพวงศ์ นาย ดิเรก เป็นผู้ที่รู้ภาษาอังกฤษดี แม้จะเป็นนักเรียนในประเทศ แต่ท่านได้เรียนในโรงเรียนฝรั่ง คือโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก และต่อมาที่โรงเรียนราชวิทยาลัย จากนั้นได้เข้าเรียนกฎหมายที่โรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม และท่านก็ได้เริ่มทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบกฎหมายที่กระทรวงยุติธรรม คือตั้งแต่ปี 2467 โดยเป็นล่ามกฎหมายของกระทรวงและล่ามประจำศาลคดีต่างประเทศ

ปี 2475 ตอนที่ท่านเข้าร่วมก่อการฯ นั้นท่านมีอายุเพียง 28 ปี หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ พ.ศ. 2475 ท่านได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรก โดยได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว ซึ่งจะทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติชุดแรก จำนวน 70 คน และในปี 2476 สมัยที่พระยาศรีวิศาลวาจา ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ก่อการฯ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายดิเรกก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วย

อีกสองปีต่อมาท่านก็ได้เป็นผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่มี หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้ก่อการฯ สายทหาร (เรือ) เป็นเลขาธิการ ปีต่อมาท่านก็ก้าวขึ้นมาเป็นเลขาธิการ ถึงปี 2481 ท่านได้ไปดำรงตำแหน่งรักษาการแทนอธิบดีกรมโฆษณาการ คุมงานด้านประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล ในช่วงเวลานี้ เมื่อปี 2476 มี พระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นนายกรัฐมนตรี และหลังจากปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2476 เป็นต้นมาก็เป็นช่วงเวลาที่ นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี

หลังการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2481 พันเอกหลวงพิบูลสงคราม ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ในเดือนธันวาคม นายดิเรกก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี (ลอย) โดยไปช่วยราชการที่กระทรวงการคลังที่มี นายปรีดี พนมยงค์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ และยังให้ไปช่วยราชการที่กระทรวงการต่างประเทศที่มี เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ เป็นรัฐมนตรีว่าการ จนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2482 เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ ท่านขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีหลวงพิบูลสงคราม จึงมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีกตำแหน่งหนึ่ง หลวงพิบูลฯจึงได้ให้นายดิเรกมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ งานกระทรวงการต่างประเทศในตอนนั้นสำคัญมาก สถานการณ์ในยุโรปค่อนข้างตึงเครียด ในเมืองไทยเองก็มีปัญหาทางด้านอินโดจีนของฝรั่งเศส จนเกิดสงครามอินโดจีนเมื่อตอนต้นปี 2484 หลวงพิบูลสงครามจึงให้นายดิเรกขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแทนในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2484 ท่านจึงเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง ด้วยว่ากองทัพญี่ปุ่นได้บุกและขอเดินทัพผ่านประเทศไทย ท่านอดีตรัฐมนตรี วิเชียร วัฒนคุณ ผู้เคยเป็นศิษย์ของท่านฟื้นความจำเอาไว้ว่า

ท่านอาจารย์ได้รับมอบหมายในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้เป็นผู้ลงนาม ในข้อตกลงระหว่างไทยกับญี่ปุ่น อนุญาตให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านประเทศรัฐบาลไทยจะอำนวยความสะดวกให้ตามความจำเป็น โดยญี่ปุ่นรับจะเคารพเอกราช อธิปไตย และเกียรติยศของไทย”

จากนี้ไม่นานนายกรัฐมนตรีหลวงพิบูลฯ ก็ให้นายดิเรกพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีไปเป็นอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คือในเดือนมกราคมปี 2485 จนถึงเดือนกรกฎาคม ปี 2486 หลวงพิบูลฯ นายกรัฐมนตรีจึงเอาตัวท่านกลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง อดีตรัฐมนตรี วิเชียร วัฒนคุณ เป็นนักการทูตเก่าเล่าว่า

ในช่วงนี้เองที่ท่านอาจารย์ดิเรกได้ร่วมขบวนการเสรีไทย ซึ่งมีท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในขณะนั้นเป็นหัวหน้า ในตอนท้าย ๆ ของสงคราม ความร่วมมือระหว่างขบวนการเสรีไทยกับกองบัญชาการทหารสัมพันธมิตรก็ได้เพิ่มทวีขึ้น”

นายดิเรก ชัยนาม เป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลหลวงพิบูลสงครามต่อมาจนกระทั่งหลวงพิบูลฯ ลาออก และ นายควง อภัยวงศ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อมา และนายดิเรกก็ว่างเว้นจากการเป็นรัฐมนตรี แต่ไม่ได้ว่างเว้นจากการทำงานให้บ้านเมือง เพราะท่านได้รับมอบหมายจากหัวหน้าขบวนการเสรีไทย นายปรีดี พนมยงค์ ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เดินทางไปที่เมืองแคนดี ศรีลังกา ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2488 เพื่อเจรจากับทางอังกฤษ ซึ่งเป็นงานที่ยาก แม้ฝ่ายทหารอังกฤษจะค่อนข้างพอใจที่ขบวนการเสรีไทยได้ร่วมมือกับทางอังกฤษก็ตาม “แต่ด้านการเมืองอังกฤษยังไม่ลืมพฤติกรรมต่าง ๆ ของไทยในช่วงต้นสงครามแปซิฟิก ซึ่งแสดงออกในลักษณะเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมในขณะที่อังกฤษกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ”

ครั้นเมื่อไทยประกาศสันติภาพแล้ว นายควง อภัยวงศ์ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี รัฐบาลใหม่ได้ นายทวี บุณยเกตุ มาเป็นนายกรัฐมนตรี นายดิเรกจึงกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกโดยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรม.

นรนิติ เศรษฐบุตร



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 253