อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

อดีตโทรคมฯ ล้มสู่อนาคต (2): วิจัยทำไม ?

ขยับจากการซื้อ เมืองไทยเคยได้ลุกขึ้นสู้เพื่อยืนบนขาตนเองมาหลายยกแล้วกับงานวิจัยและพัฒนาระบบโทรคมนาคม ผลเป็นอย่างไรแนวไหนไปดูกัน เริ่มที่การศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อการหยั่งรู้แนวโน้มอนาคต พุธที่ 24 มิถุนายน 2558 เวลา 00.02 น.

ระบบโทรเลขเริ่มนำเข้ามาใช้เป็นทางการที่พ.ศ.2418 กรมไปรษณีย์โทรเลขได้ประกาศให้ใช้รหัสสัญญาณภาษาไทยในการรับส่งภายในประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2455 ต่อมาในปี พ.ศ.2496 ได้มีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทย (โดย สมาน บุณยรัตพันธุ์) จนถึงปี พ.ศ.2497 จึงได้มีเครื่องโทรพิมพ์ทำงานทั้งสองภาษาในเครื่องเดียวกันมีความเร็ว 357 อักษรต่อนาทีโดยใช้ร่วมกับโทรเลขเรื่อยมา ระบบภาษาจึงเป็นแนวทางหลักที่ทำเองได้เพราะต่างชาติทำแทนได้ยาก

หลังจากนั้น เรื่องภาษากับการประยุกต์ให้เหมาะสมกับเมืองไทยจึงเป็นแนวทางเด่นชัดที่สุดจนเข้าสู่ช่วงยุคไอทีที่มีคอมพิวเตอร์มาร่วม งานพัฒนาหลักจึงมากับภาษาไทย เช่น รหัสภาษาไทยของ สมอ.และเกษตรฯ การสร้างฟอนท์ (font) และรหัสร่วมสื่อสารจนถึงการแปลภาษาที่ใครก็ทำแทนไม่ดีเท่าคนไทยทำเอง แต่งานโครงสร้างทุกระบบหลักยังคงต้องนำเข้าทั้งหมด

ขยับมาดูระบบสื่อสารโทรศัพท์บ้านยุคที่ต้องการขยายทั่วประเทศในเขตเมืองหลวงสองล้านเลขหมายและภูมิภาคอีกหนึ่งล้าน มีทั้งสารพันผู้ผลิตยกขบวนของมาลองระบบในเมืองไทยทั้งเอทีแอนด์ที (AT&T) ซีเมนส์ (Siemens) อีริคสัน (Ericsson) หรือเอ็นอีซี (NEC) ของญี่ปุ่นอันเป็นช่วงท้าย ๆ ที่แดนซากุระมีระบบใหญ่ออกตลาดแล้วก็เข้าสู่ยุคขาลง ระหว่างนั้นงานวิจัยพื้นบ้านไทยขยับไปได้แค่ระบบชุมสายโทรศัพท์สำนักงานและบ้าน (PABX) เล็ก ๆ ขณะที่เหล่าผู้ผลิตต่างชาติกำลังหนีไปด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่

เมืองไทยเองก็เคยคิดเรื่องไฮเทคโดยเฉพาะช่วงยุค“สมองไหลกลับ”ที่บุคลากรไทยในต่างแดนได้รับการสนับสนุนให้กลับมาพัฒนาประเทศช่วงเริ่มหน่วยงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทย์ฯ และเทคโนฯ สามทศวรรษที่ผ่านมา โครงการวิจัยและพัฒนาระบบโทรคมนาคมเพื่อการสื่อสารเคลื่อนที่ยุคที่สาม (3G) ก็มีเกิดขึ้นด้วยงบรวมกว่า 20 ล้านบาท ขนานไปกับอีกโครงการที่ยิ่งใหญ่มากลงขันกันระหว่างหน่วยงานด้านกลาโหมกับ สกว. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) งบรวม 100 ล้านเวลาอีก 10 ปีกับโครงการยานบินไร้คนบังคับ (UAV) ซึ่งทั้งสองโครงการร่วมระบบโทรคมนาคมมีผู้เล่นจากหลายสถาบันจำนวนมากมีจุดสิ้นสุดที่ไม่ต่างกัน กลายเป็นประสบการณ์ของประเทศด้านการวิจัยและพัฒนาระบบโทรคมนาคมที่ควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่งรวมไปถึงโครงการขนาดใหญ่ด้านการสื่อสารไร้สายชุมชน (Wireless Local Loop: WLL) ก็อีกหนึ่งงานที่ยังไม่ได้ประมาณตัวเลข

ก่อนที่จะมีการเริ่มโครงการใหญ่ในอนาคตอีก ควรได้เห็นภาพสะท้อนจากอดีตงานวิจัยที่ออกมากับสองคำสำคัญหลักคือ การเข้าจังหวะ (synchronization*) ของเทคโนโลยีที่ต่างและบุคลากรที่แตกความถนัด รวมทั้งอัตตลักษณ์ของงานระบบโทรคมนาคมที่เป็นกลุ่มสหสาขาและมีมาตรฐานมาค้ำ (OSI effect**) มาดูผลกันว่าคืออะไร จะไปต่อได้ไหมกับงานวิจัยระบบโทรคมนาคมไทย

เปรียบเทียบกับด้านกีฬาประเภทเดี่ยวเช่นวิ่ง เมืองไทยมีแชมป์เอเชียมาหลายคนแล้ว เช่น อาณัติ รัตนพล สุชาติ แจสุรภาพ เหรียญชัย สีหะวงค์ แต่กว่าจะมีแชมป์แบบเป็นทีมกับวอลเลย์บอลหญิง ต้องทุ่มสุดและนานเหลือเกิน แล้วก็ได้ผลเป็นหน่วยนับแค่หนึ่งเหรียญทองเช่นเดียวกับกรีฑา ซึ่งก็ดีทั้งหมดไม่ว่าจะเหรียญไหน แต่การได้จากกีฬาที่เป็นทีมนั้นผลกระทบจะสูงต่างกันกว่ามาก

คล้ายกันกับงานวิจัย แบบเดี่ยวชิ้นเล็กคนไทยไประดับโลกมาแล้วมากมาย แต่เมื่อจะเป็นทีมสร้างระบบโทรคมฯมีผลกระทบสูงยังคงช่างห่างไกลนัก โครงการใหญ่ตัวอย่างยุคก่อนคือบทเรียนดียิ่งที่หากทั้งเป้าหมายกับความคาดหวังผิดไกลไปจากความเข้าใจกันเรื่อง synchronization และ OSI effect ที่มีความหลากหลายแตกต่างและต้องจัดการให้เข้ากันได้นั้น บทสรุปก็อาจเสียของได้

แล้วอยากจะมีงานวิจัยที่มีแต่นักวิ่งเดี่ยวเพียงอย่างเดียวหรือ (ซึ่งก็ไม่ง่ายเลย) อาจจะใช้งบน้อยกว่า ได้ผลเร็วกว่า เสี่ยงน้อยกว่า ทว่า เทคโนโลยีที่เป็นระบบทีมใหญ่เช่นวอลเลย์บอลสาวไทยกับผลกระทบโทรคมนาคมระดับหมื่นล้านควรรักษาไว้ด้วยไหม ?

แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย หน่วยงานที่เกิดมาเพื่อการรวมกลุ่มสร้างงานเป็นระบบโดยเกี่ยวกับทั้ง synchronization และ OSI effectนั้นคือ TRIDI (สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)) ก็มีอันต้องสลายไปกับภาวะทางการเมืองในอดีต งานวิจัยแบบทีมยังคงต้องยืมกติกางานเดี่ยวการวิ่งระยะสั้นมาเป็นเกณฑ์กันต่อไป

กว่า 120 ล้านบาทตัวอย่างที่จ่ายไปไม่เสียของแน่ เป็นประสบการณ์วิจัยที่ได้เหรียญอะไรจากงานไหนก็ดีทั้งนั้น แต่เหรียญที่เป็นระบบเป็นทีมโทรคมนาคมมูลค่าสูงและมีคุณค่าการสร้างวัฒนธรรมการเป็นทีมเมืองไทยได้สำคัญ … เท่านั้นเอง

------------------------------------------------------------------

เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

"แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี"
facebook.com/VisibleLightThailand
(ECTI Info. & IEEE ComSoc Thailand)

------------------------------------------------------------------

*Synchronization คือการเข้าจังหวะของของทุกส่วนงานของระบบสื่อสารทั้งฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์กับความเร็วที่สอดคล้องกัน หากหลุดหรือไม่ซิงค์การสื่อสารจะเกิดความผิดพลาด กรณีระบบงานของมนุษย์ความหมายคล้ายกันคือ“ขาดความสอดคล้อง”

**OSI (Open System Interconnection) effect ผลเทียบเคียงของเจ็ดระดับงานที่แตกต่างตามมาตรฐานที่ต้องการความสอดคล้องกัน ไม่สามารถทดแทนด้วยการเพิ่มระดับใดโดยลำพัง (เช่น ทีมวิ่งเดี่ยวมีหกคน มีความถนัดวิ่งในระดับใกล้กันเปลี่ยนตัวทดแทนได้สะดวกกว่า แต่ทีมวอลเลย์บอลหกคนมีตำแหน่งถนัดและกติกาอื่นที่ต่างไปมาก ไม่สามารถนำเกณฑ์ของทีมวิ่งเดี่ยวมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ) เช่นกัน งานวิจัยด้านโทรคมนาคมที่บริโภคทรัพยากรสูง กำลังคนมากและเวลาร่วมเป็นระบบนาน ตกยุคเร็ว ซึึ่งต้องการ“การเข้าจังหวะเจ็ดระดับต่าง”เป็นสำคัญ หากใช้กติกาเดี่ยวก็จะเกิดเช่นเดียวกับสามโครงการวิจัยขนาดใหญ่ในอดีต



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 542