อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564

นักธุรกิจนำเที่ยวผู้ประสบความสำเร็จใน AEC

พุธที่ 8 กรกฎาคม 2558 เวลา 02.52 น.

ธุรกิจการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน ลาว เวียดนาม เริ่มจากมีไม่กี่บริษัท ปัจจุบันมีเกือบร้อย มีหลากหลายแพ็กเกจไว้รองรับ ที่นับวันเจริญรุ่งเรือง แต่สิ่งสำคัญต้องสร้างความมั่นใจ ความประทับใจทั้งด้านความปลอดภัย และการให้บริการทั้งเจ้าของประเทศและผู้ใช้บริการ

น.ส.นฤมล รักษาภักดี อุปนายกสมาคมธุรกิจส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.หนองคาย และเจ้าของ ผู้จัดการ หจก.นฤมลทัวร์ ตั้งอยู่เลขที่ 179 ถนนเสด็จ ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย กล่าวว่า หลังจาก สปป.ลาวได้เปลี่ยนแปลงการปกครองและเริ่มเปิดประเทศติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อปี 2534 ตนยึดอาชีพการนำเข้าสินค้าจากลาวเข้ามาขายใน จ.หนองคาย และส่งออกสินค้าจากหนองคายไปยัง สปป.ลาว เช่น เสื้อผ้า วัสดุการก่อสร้าง และเป็นช่วงเดียวกับที่รัฐบาลไทยส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยว ด้วยการเปิดโอกาสให้ชาวจีนมาท่องเที่ยวในประเทศไทย จึงทำให้เกิดแนวคิดรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ต้องการอยู่ต่อจากกรุงเทพฯมาขอวีซ่าที่กงสุลไทยในนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ขณะเดียวกันเป็นช่วงที่ จ.หนองคาย มีกระแสการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย–เวียงจันทน์) ทำให้ประชาชนคนไทยสนใจอยากมาดู และอยากท่องเที่ยวใน จ.หนองคาย เพิ่มมากขึ้น จึงเกิดแนวคิดนำนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา จ.หนองคาย ไปท่องเที่ยวในนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งขณะนั้นต้องใช้เรือข้ามฟากระหว่างท่าเสด็จ หนองคาย–ท่าเดื่อ เมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ จนกระทั่งการก่อสร้างและเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 37 นักท่องเที่ยวเริ่มทะลักเข้าสู่เมืองหนองคาย และมีความต้องการไปท่องเที่ยวต่อในนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วงนั้นเริ่มมีบริษัททัวร์นำเที่ยวเกิดขึ้นเพียง 3-4 บริษัท ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมาก จึงเกิดมีบริษัทนำเที่ยวเกิดขึ้นอย่างมากมาย จนถึงปัจจุบันนี้มีบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องใน จ.หนองคาย ประมาณ 80 บริษัท ที่ไม่นับรวมกับบริษัทท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้บริการนำเที่ยวใน สปป.ลาว

น.ส.นฤมล กล่าวต่อไปอีกว่า ทางการ สปป.ลาว เองก็ได้มีการเตรียมการไว้รองรับเป็นอย่างดี ด้วยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในนครหลวงเวียงจันทน์ และจัดตั้งองค์กรขึ้นมารองรับที่เรียกว่า องค์การท่องเที่ยวแห่งชาติลาว เพื่อจัดระเบียบนักท่องเที่ยวด้วยการจัดเจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุมดูแล โดยเฉพาะด้านความมั่นคงเป็นกรณีพิเศษ พร้อมร่วมกันกำหนดกฎ ระเบียบ ในการท่องเที่ยวที่บริษัททัวร์ไทยต้องมีบริษัททัวร์รองรับพร้อมจัดไกด์นำเที่ยวกลุ่มละ 1 คน ซึ่งแรก ๆ ต้องแจ้งรายชื่อนักท่องเที่ยวก่อนล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 2-3 วัน และกำหนดให้ท่องเที่ยวได้เฉพาะในนครหลวงเวียงจันทน์เท่านั้น แต่ต่อมาได้เปิดกว้างให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั่วประเทศ แต่สถานที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทย มี นครหลวงเวียงจันทน์ วังเวียง และหลวงพระบาง สำหรับเอกสารในการเดินทางไปท่องเที่ยวใน สปป.ลาว ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อทำหนังสือผ่านแดน(บอร์เดอร์พาส) หรือหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต) ที่ใช้สำหรับการเดินทางเข้าประเทศ ส่วนแพ็กเกจในการนำเที่ยวมีทั้งหมด 7- 8 แพ็กเกจ เช่น แบบวันเดียวไปกลับ แบบ 2 วัน 1 คืน แบบ 3 วัน 2 คืน แบบ 4 วัน 3 คืน หรือ แบบ 5 วัน 4 คืน เป็นต้น

น.ส.นฤมล กล่าวอีกว่า นอกจากการท่องเที่ยวใน สปป.ลาว แล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องการไปท่องเที่ยวประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ดังนั้น เมื่อปี 2545 จึงเริ่มเปิดให้บริการนำเที่ยวที่เมืองฮานอย ฮาลองเบย์ เว้ ดานัง และฮอยอัน และช่วงที่คนไทยทะลักเข้าไปท่องเที่ยวประเทศเวียดนามมากที่สุด คือช่วงที่มีภาพยนตร์ “ฮอยอัน ฉันรักเธอ” ซึ่งเป็นกระแสที่แรงมาก และปัจจุบันยังคงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นจำนวนมาก

เจ้าของและผู้จัดการ หจก.นฤมลทัวร์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวตามประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ สปป.ลาว และ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามยังเป็นที่นิยมของประชาชนคนไทยจำนวนมาก และถือเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างดี จึงมีบริษัทนำเที่ยวเกิดขึ้นจำนวนมากเป็นเงาตามตัว และเกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ดังนั้น แต่ละบริษัทย่อมมีกลยุทธ์ในการให้บริการลูกค้าเป็นของตัวเอง ส่วนบริษัทของตนนั้นเน้นความชัดเจนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว โดยต้องบอกนักท่องเที่ยวให้ชัดเจน เช่น การท่องเที่ยวใน สปป.ลาว หรือ เวียดนามนั้น เป็นการท่องเที่ยวชมวิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม ความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เน้นการสร้างความประทับใจในด้านการให้บริการเป็นพิเศษ ด้วยการจัดพนักงานไว้บริการตลอดเส้นทาง การเลือกไกด์นำเที่ยว ยานพาหนะ อาหาร ที่พัก และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือการสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวให้ทราบถึงระเบียบ กฎหมาย ข้อห้ามของแต่ละประเทศ จึงทำให้บริษัทของตนเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยว ตลอดจนบริษัทนำเที่ยวของ สปป.ลาว และเวียดนามเป็นอย่างดีตลอด 24 ปีที่ผ่านมา.

จิรศักดิ์ วงษ์คำจันทร์



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 439