อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

หลอดไฟให้ข้อมูล: ธุรกิจยานยนต์ชาญฉลาด (1)

รถคันหน้าเบรคพร้อมไฟท้ายแอลอีดีสีแดงแจ้งผสมสัญญาณความเร็ว รถตามหลังปรับระยะหยุดหรือหลบได้ทันพร้อมกับสัญญาณไฟระวังซ้ายขวาอัตโนมัติ ! พุธที่ 29 กรกฎาคม 2558 เวลา 00.00 น.

ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีความเร็วสูงขึ้นและยืดหยุ่นขึ้นมาก ทำให้การตรวจวัดหรือจับสัญญาณตัวแปรเพื่อความปลอดภัยรอบข้างยานพาหนะทำได้รวดเร็ว และอาจดีกว่าการที่มนุษย์จะเป็นผู้ตัดสินใจเองต่อสถานะการณ์ความปลอดภัยทั้งเหตุฉุกเฉินหรือปกติ อีกทั้งความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ก้าวมาถึงระบบอัตโนมัติที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนด้วยตนเองได้แล้ว จึงนำมาสู่ยุค“รถยนต์ไร้คนขับ (driverless car)” เพื่อทั้งภารกิจจำเป็นเฉพาะงานจนถึงการเป็นรถสาธารณะที่ประหยัดและปลอดภัยมากขึ้น

กระแสข่าวรถยนต์ไร้คนขับบ่งว่ากำลังสร้างตลาดใหม่ที่เติบใหญ่อย่างยิ่ง จากงานวิจัยให้ตัวเลขมาว่าเพียงถัวเฉลี่ยจะเพิ่มราคาอยู่ที่คันละอีก 350 เหรียญ แต่สามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ถึง 592,000 ครั้ง รักษาไว้ได้ถึง 1,083 ชีวิตในแต่ละปี แม้กูเกิล (Google) กับบริษัทMcKinsey & Company รายงานจำนวนที่แตกต่างกันแต่ก็สูงมากที่ว่าจะลดการสูญเสียได้ถึง $190 พันล้านหรือไม่ก็ $5.5 พันล้านเหรียญต่อปีทีเดียว รวมทั้งสร้างรายได้หรือมูลค่าตามมาเกินพันล้านเหรียญอีก … ไร้คนขับแต่รับทรัพย์เพิ่ม !

ที่โด่งดังนอกจากจัดรถมาถ่ายภาพถนนหนทางไปทำแผนที่เสมือนจริง (Google street view) แล้ว กูเกิลก็ได้ออกตัวหนักหน่วงกับรถที่เน้นเฉพาะตำแหน่งผู้โดยสารนี้ ถึงกลางปีค.ศ.2015 รัฐแคลิฟอร์เนียออกใบอนุญาตเพื่อการทดสอบรถไร้คนขับไปแล้ว 48 ราย โดยที่รถของกูเกิลทำระยะไปมากสุดประมาณ 1.8 ล้านไมล์ของช่วงเวลานั้นจากการได้ทดสอบถึง 23 รถต้นแบบ

หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีทั้งนักขายของออนไลน์ “อะลีบาบา (Alibaba)” กระทั่ง “ไบดู (Baidu)” และแอป “วีแชท (WeChat)” ก็ได้กระโจนข้ามวงการขึ้นตลาดรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงยิ่งนี้ด้วย คำว่า“รถอินเทอร์เน็ต (internet car)”ก็ได้ปรากฏขึ้นในแดนที่อุตสาหกรรมไอทีบูมสุดขีดนี้ด้วย จะเนรมิตอะไรก็สำเร็จได้ในช่วงเวลาที่สั้นมาก ณ ประเทศจีน

นายใหญ่แห่งค่ายนิสสัน (Carlos Ghosn) แจ้งว่าบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นนี้พร้อมจะร่วมวงด้วยเช่นกันในปีค.ศ.2020 เบนซ์ (Benz) ออดี (Audi) บีเอ็มฯ (BMW) และเทสลา (Tesla) ก็มา แต่ เอ … คิดดูแล้วก็แปลก ๆ เมื่อรถหรูไร้คนขับหากมาขายเมืองไทยจะเป็นอย่างไร รถประจำตำแหน่งบ้านเมืองนี้ต้องการโชว์พลขับจ้างมาบอกฐานะ หากรถขับเองได้เจ้านายจะถูกมองว่าขัดสนลงไหม ?

กลับมาเรื่องแสงสว่างจากแอลอีดีที่มีประกอบรอบในและนอกยานพาหนะและมิใช่แค่ให้ความสว่าง มีทั้งตบแต่งเพื่อความสวยงาม อำนวยความสะดวกการใช้ในหลายระบบ จนมาจบที่เรื่องใหม่กว่าคือสื่อสัญญาณด้วยแสงสว่างพ่วงมาด้วยเลย ทั้งระหว่างหรือภายในรถเองและจากแผงป้ายจราจรบอกข้อมูลอัจฉริยะริมทางข้างถนนและบนแยกต่าง ๆ เทคโนโลยีด้านหลังของงานเหล่านี้จัดอยู่ในหลายหมวด อาทิ การสื่อสารจากการมองเห็น (visual communication) และการสื่อสารระหว่างพาหนะกับโครงสร้างพื้นฐานข้างถนน (V2I: Vehicle to Infrastructure) ซึ่งเริ่มปรากฏมาตั้งแต่ค.ศ.2003 นานแล้ว จนกระโดดมาที่การสื่อสารระหว่างยานพาหนะกันเอง (V2V: Vehicle-to-Vehicle) ที่มีทั้งการใช้คลื่นไวไฟ (WiFi) มากหน่อยและคลื่นอื่นที่พยายามปรับเข้ามาร่วม แน่นอนว่าแสงจากแอลอีดีก็แทรกตลาดนี้เป็นส่วนหนึ่งกับเขาได้ด้วย พอจะเห็นช่องทางบ้างหรือยัง ?

แม้สิ่งเหล่านั้นกำลังมาทำให้รถฉลาดขึ้นโดยขับเองได้ ทว่า ใครได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกก็น่าจะมีแว๊บในใจทันทีว่า “จะปลอดภัยหรือ แพงไหม หน่วยงานไหนใครจะอนุญาต” แค่รถมีคนขับแบบปกติจราจรก็ป่วนทุกเช้าเย็นหน้าโรงเรียน เห็นอุบัติเหตุประจำวัน เปิดช่องทางขุดท่อประจำเดือน เตือนเรื่องอุโมงค์ ประปา ตอม่อรถไฟฟ้าประจำปี แล้วใครจะกล้าขึ้นไปนั่งหากมาวิ่งที่กทม. ?

อย่างนั้นไปดูกูเกิลทดสอบรถที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมที่ใหญ่ยิ่งนี้กันลำดับต่อไป กับความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนนอันเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดของความฉลาดฝังใส่ให้รถที่วิ่งไปนับล้านไมล์ได้แล้วโดยไม่ต้องกลัว รวมไปดูระบบสื่อสารด้วยแสงแอลอีดีด้วยว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง ? ยานยนต์อัจฉริยะไร้คนขับแต่คงจะไม่ไร้พริตตีออกงานโชว์รถนี้ ตลาดรอบทิศจะคิดปรับตัวอย่างไรดี ?

ในเมืองไทยเคยมีแรงส่งมาพักหนึ่งถึงกับมีการประกวดแข่งขันรถพันธุ์ใหม่ทำเองแบบปอน ๆ และมีเป้าหมายให้สะดุ้งกันว่าจะนำพารถไร้คนขับให้เคลื่อนเองจากรังสิตไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทว่าก็เงียบหายไปหลายปีแล้ว ที่หวั่นไหวนั่นมิใช่เป็นไปไม่ได้เพราะจะมีขายกันแล้ว แต่หากมาวิ่งบนถนนวิภาวดีรังสิตก็คาดว่าต้องขอผ่านหรือเบียดการจราจร จักรยานและไทยมุงตั้งแต่สภ.ประตูน้ำพระอินทร์ รังสิต สน.ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร ดินแดง พหลโยธิน พญาไท ฯ คงต้องรายงานต่อทั้งอบต. ขส. จส. สห. กทม. อาจถึง รมต. รถคงต้องจอดรอจนแบตฯ หรือน้ำมันหมดไปเสียก่อน

------------------------------------------------------------------

เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์

สมาคมวิชาการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์

โทรคมนาคมและสารสนเทศ (ECTI)

"แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี"

facebook.com/VisibleLightThailand

(IEEE ComSoc Thailand)

------------------------------------------------------------------



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 569