อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

สุดแร้นแค้นขาย'ไต'ทั้งหมู่บ้าน

วันนี้ หมวยเล็กจะมาเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องราวสุดหดหู่ของหมู่บ้าน “ฮอกเซ” ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุของเนปาลไปทางตะวันออกราว 19 กิโลเมตร ที่ได้รับขนานนามว่าเป็น “หมู่บ้านขายไต” พฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2558 เวลา 08.00 น.

ความยากจนทำให้คนเราทำได้ทุกอย่างกระทั่งขายอวัยวะตนเอง หมวยเล็กจะมาเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องราวสุดหดหู่ของหมู่บ้าน “ฮอกเซ” ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุของเนปาลไปทางตะวันออกราว 19 กิโลเมตร ที่ได้รับขนานนามว่าเป็น “หมู่บ้านขายไต”

สื่อยักษ์ใหญ่ของโลกสัญชาติอังกฤษ “เดลิเมล”เผย พวกนายหน้าจัดหาไต จะมาป้วนเปี้ยนแถวหมู่บ้านหรือพื้นที่บริเวณข้างเคียง เลียบๆเคียงๆถามชาวบ้าน ชวนให้ขายไตหนึ่งข้างและจะพาไปทำการผ่าตัดทางภาคใต้ของอินเดีย นายหน้าเหล่านี้จะสร้างเรื่องหลอกชาวบ้านที่ไร้เดียงสายากจนว่า มนุษย์มีไตข้างเดียวก็เพียงพอกับการดำรงชีวิตแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีถึง2 ข้าง และเมื่อตัดข้างหนึ่งออก...มันจะงอกกลับออกมาใหม่!

นางเกธา (สงวนนามสกุล) คุณแม่ลูก 4 วัย 37 ปี ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้เล่าว่า เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่พวกนายหน้าชอบมารบเร้าชาวบ้านให้ขายไต เธอเองเป็นหนึ่งในคนที่ปฏิเสธมาตลอด แต่พอใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ มีครอบครัวและลูกๆที่ต้องรับผิดชอบ เธอฝันอยู่เสมอว่าจะสามารถมีเงินมาซื้อบ้านและที่ดินเล็กๆเป็นของตนเองได้ เมื่อมีลูกมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็ยิ่งจำเป็นมากขึ้น เธอจึงตกลงปลงใจขายไตข้างหนึ่งให้กับพี่สะใภ้ที่เป็นนายหน้ารับซื้อ ด้วยราคาเพียง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (69,600 บาท) ทั้งคู่จึงพากันไปผ่าตัดเอาไตของเกธาทางตอนใต้ของอินเดีย

การผ่าตัดกินเวลาเพียงชั่วโมงครึ่ง แต่เกธาต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานถึง 3 สัปดาห์ เมื่อเธอตื่นขึ้นมาหลังผ่าตัด เธอกล่าวว่าไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย แล้วก็ตกใจด้วยว่า นี่ไตเธอหายไปข้างหนึ่งแล้วเหรอ? จากนั้นเมื่อได้เงินมา เกธาก็สามารถซื้อบ้านและที่ดินได้สมใจ

แต่โชคร้าย บ้านที่เกธาแลกมาด้วยอวัยวะหนึ่งของเธอต้องถูกทำลายลงในพริบตา หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ชาวบ้านในบริเวณนั้นต่างกลายเป็นคนไร้บ้านซึ่งไม่เหลืออะไรเลย และเพราะแผ่นดินไหวนี้ ขบวนการการลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์จึงกลับมาเฟื่องฟูขึ้น ทำให้เนปาลกลายเป็น “ธนาคารไต”ของต่างชาติไปโดยปริยาย แม้เรื่องดังกล่าวจะผิดกฎหมายแต่ก็มีตลาดมืดกว่า 10,000 แห่งในเนปาล ที่กำลังลักลอบซื้อขายและมีไตมากถึง 7,000 อันที่ถูกซื้อขายกันทุกปี

อย่างไรก็ตาม นายหน้าค้าอวัยวะมนุษย์ไม่ได้เป็นแม่ค้าใจดีที่จะรอจนชาวบ้านตกลงแล้วจึงจับขึ้นเขียงผ่าเอาไต บางครั้งเหยื่อจะถูกลักพาตัวแล้วพาไปเข้ารับการผ่าตัด โดยที่ไม่รู้เรื่องว่าไตถูกขโมยไปแล้ว เหยื่อบางรายถึงขั้นถูกฆาตกรรมขโมยไตไปทั้ง 2 ข้าง บางครั้งขบวนการนี้จะร่วมมือกับแพทย์ฉกไตคนไข้ที่มาผ่าตัดส่วนอื่น โดยไตพวกนี้จะถูกขายไปให้กับผู้ที่ต้องการในราคาที่มากกว่าการบริจาคถึง 6 เท่า

เมื่อปีที่แล้วนิตยสารไทม์ตีพิมพ์เรื่องราวของ “เคนัม ทามัง” ชายที่ถูกลูกเขยหลอกมาขายไต โดยอ้างว่า จะพามาหางานที่ดีกว่าในเมืองเชนไนของอินเดีย พอมาถึงเมืองเข้าจริงๆ ทามังก็ถูกควบคุมตัวไปยังโรงพยาบาลและรู้ความจริงว่า เขากำลังจะถูกนำตัวไปตัดเอาไตหนึ่งข้าง ด้วยราคาค่างวดที่ดี และจะไม่ทำให้ชีวิตหลังจากนี้ยุ่งยาก ลูกเขยบอกกับทามังว่า ไตจะงอกกลับออกมาเองอีกครั้ง

ยังมีเรื่องราวของ “คเณศ บาฮาเดอร์” ที่มีลักษณะคล้ายๆกัน เขาเดินทางมาที่อินเดียเพื่อหางานที่ดีทำ แต่ถูกมอมเหล้าจนเมาไม่รู้เรื่อง จากนั้นถูกฉีดยาสลบโดยกลุ่มคนลึกลับให้หลับไปราว 24 ชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่า ตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาลและถูกขโมยไตไปแล้ว เขาจึงเดินทางกลับมาบ้าน และในอีก 3 เดือนต่อมาก็มีคนส่งเงินจำนวน 150 ดอลลาร์สหรัฐ (5,220 บาท)มาให้ บาฮาเดอร์จึงได้นำเงินนั้นไปซื้อที่ดิน

จากข้อมูลของ “กฤษณา เปียรี” ทนายความและผู้ประสานงานที่ประชุมเพื่อการปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวเนปาล (พีพีอาร์) เมื่อพวกคนที่ตัดสินใจขายไตกลับถึงสังคมของตนเองแล้ว มักจะตกเป็นขี้ปากคนอื่น และไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมอีกต่อไป รวมทั้งลูกๆของพวกเขาก็จะไม่ได้รับการยอมรับที่โรงเรียนอีกด้วย

ในปี 2550 เนปาลออกกฎหมายห้ามซื้อขายไต ซึ่งในตอนแรกก็ได้ผล แต่เมื่อภัยพิบัติทางธรรมชาติทำลายประเทศ คนยากจนจึงเข้าสู่ขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์มากขึ้นและมีคนขายอวัยวะตนเองมากขึ้นด้วย หมวยเล็กว่า เรื่องนี้ก็คงต้องเป็นรัฐที่ต้องเข้มงวดกับกฎหมายให้มากขึ้น และประชาชนเองก็ต้องให้ความร่วมมือ คิดถึงเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หากตัดไตออกไปข้างหนึ่งแน่นอนย่อมส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ส่วนผู้ที่ขายเองก็น่าจะได้เรียนรู้ว่า แม้จะขายไตเพื่อให้มีเงินมาซื้อบ้านหรืออะไรก็ตามที่อยากได้ สุดท้ายเกิดเหตุที่ตนเองไม่คาดฝันขึ้นมา เช่น แผ่นดินไหว สถานการณ์ไม่เป็นไปดังที่คิดไว้ สิ่งที่สู้อุตส่าห์ทุ่มเทไปก็สูญเปล่าได้ภายในพริบตา และถ้าหันมาตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินอย่างสุจริตก็ใช่ว่าจะรวยไม่ได้ แถมยังมีชีวิตยืนยาวดูแลคนอื่นๆต่อไปได้ด้วย

......................................

คอลัมน์ : มุดรั้วบ้านเพื่อน

โดย "หมวยเล็ก"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 493