อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

หลอดไฟให้ข้อมูล: อุบัติเหตุรถยนต์ไร้คนขับ (2)

ง่วงเมาไม่ขับเพราะอาจจะหลับไม่ตื่น … แต่หากยื่นให้เป่าแล้วไม่มีใครโผล่มาจากรถจ่าก็อย่าได้ตกใจ เพราะรถพันธุ์ใหม่ขับได้เอง คนที่ดื่มก็ไม่ต้องขับจะได้ไม่ต้องจับปรับใครอีก พุธที่ 5 สิงหาคม 2558 เวลา 00.00 น.

มาว่ากันต่อด้วยตัวแปรหลักที่จะผลักไปหน้าหรืออาจทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับร่วงลงได้นั่นคือ“อุบัติเหตุ”

การเปลี่ยนผ่านสไตล์ครั้งใหญ่การขับรถยนต์รอบก่อนหน้าคือการย้ายยุคเกียร์กระปุกที่กระตุกสติบ่อย มาเป็นรถเกียร์อัตโนมัติที่มือซ้ายใช้น้อยลง เท้าซ้ายก็ไม่ต้องเหยียบคลัทซ์ว่างมากแต่กลับมีงานให้สติหลุดบ่อยขึ้นขณะขับขี่ เช่น ไปจับโทรศัพท์อุปกรณ์สำคัญขึ้นมาจ้องดูเพราะ “แม่ยายไลน์มา พ่อตาฝากซื้อน้ำแข็ง อย่าลืมของฝากหลานแป้งข้างบ้าน …” โครม !

มาถึงไสตล์ใหม่กว่ากับพาหนะขับเคลื่อนเองที่สำรวจมาว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุได้สูงถึง 90% แต่จะดีกว่ามนุษย์ขับในยุคที่การสื่อสารมีทุกที่ทุกเวลาก้มหน้ามองจอกันทั้งวันได้จริงไหม รถยนต์ไร้คนขับ ฤา จะปลอดภัยดีกว่าคนเมาขับรถหรือติดแชทคุยโทรฯ นั้นได้ ?

มาเริ่มกันที่กูเกิล รายนี้ทดสอบรถหลังจากได้รับใบอนุญาตมาตั้งแต่ปีค.ศ.2009 โดยได้ขับเคลื่อนระยะทางประมาณ 10,000 ไมล์ต่อสัปดาห์บนถนนทั่วไป ปีถัดมาอุบัติเหตุครั้งแรกถึงได้เกิดขึ้น ท่ามกลางการอยากรู้ของสาธารณะจนถึงอยากเห็นสถิติตัวเลขเหตุเกิดจริงที่ขอไปพร้อมกับเสียงดูแคลน กูเกิลจึงแจ้งว่ามิได้มีอะไรที่ต้องปิดบัง เวลากว่าหกปีระหว่างที่ทำระยะได้ถึง 1.7 ล้านไมล์ เกิดอุบัติเหตุเพียงแค่ 12 ครั้ง (1.9 ล้านไมล์เกิด 14 ครั้ง) แล้วก็มิใช่รถไร้คนขับเป็นต้นเหตุ … ตะลึง !

โดยผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล เซอร์กี บริน (Sergey Brin) แจ้งว่า “เราไม่ได้บอกว่ารถดังกล่าวจะสมบูรณ์แบบ... เป้าหมายอยู่ที่การทำได้ดีเหนือกว่าการขับขี่ของมนุษย์ (We don't claim that the cars are going to be perfect ... our goal is to beat human drivers)” กระนั้น การทดสอบเทคโนโลยีรถแบบนี้ก็ต้องการประกันภัยวงเงินสูงถึง 5 ล้านเหรียญ ตลาดรถใหม่นี้ยังเล็กมาก เสี่ยง ราคาจึงแพงเป็นธรรมดา แต่ธุรกิจประกันเพื่อรถพันธุ์นี้นั้นก็ขยับตัวกันแล้ว

ผลกระทบเชิงสังคม (ไทย) คงจะทำวงได้กว้างมากตามมา ทั้งกฏหมาย พรบ.ขนส่ง กฏกระทรวงก็คงต้องล้วงมาร่างใหม่ และอาจลามไปถึงการเจิมรถใหม่ป้ายแดงที่เดิมหมายเลขอักขระจะผูกดวงเจ้าของว่าเป็นคนขับ ซินแสก็คงต้องปรับแก้แนวพยากรณ์ตาม รถแบบนี้จะกระแทกตลาดและระเบียบสังคมการวิ่ง จอด จับ ปรับ รับส่งกระจุยกระจายตามมาแน่

ได้เวลามาพิจารณาหาตัวช่วยเพื่อลดอุบัติเหตุนั้นกัน เทคโนโลยีที่จะใช้ต้องทำให้ขับขี่ดีกว่ามนุษย์ขับเองโดยรวมและลดการสูญเสียลงได้ หนึ่งในหัวข้อเหล่านี้คือศักยภาพและโอกาสของการส่องสว่างข้อมูลที่สามารถให้ความถูกต้องการระบุตำแหน่งแบบละเอียดได้ระดับต่ำกว่าเมตร (sub-meter) อันจะเป็นระดับที่สามารถปรับใช้เพื่อความปลอดภัยระหว่างยานยนต์ได้ (V2V) ขณะที่การสื่อสารภายนอกอาคารทั่วไปใช้การระบุตำแหน่งจากจีพีเอสหรือระบบบอกตำแหน่งพิกัดบนพื้นผิวโลก (GPS) และระบบในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (cellular) ผลจะระบุได้ที่ความละเอียดกว้างเกิน (กว่าเมตร) กับเรื่องรถนี้ จึงเป็นที่มาของการประสงค์รวมระบบการส่องสว่างข้อมูลความซับซ้อนต่ำเพื่อระบุตำแหน่งละเอียดที่จะขยายขีดความสามารถได้ดีในกรณีมีความหนาแน่นของปริมาณรถสูง การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงก็ทำได้รวดเร็วอีกด้วย (มีดีมากแต่ก็มีข้อด้อยเช่นกัน … ขอพักไว้ก่อน)

“การส่องสว่างข้อมูล” จึงเป็นระบบสื่อสารด้วยแสงสว่างจากแอลอีดีร่วมประยุกต์ใช้งานตรวจสอบความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้าได้ รวมทั้งให้การเตือนก่อนที่จะเกิดเหตุ (early warning) เตือนการชน (collision warning) การควบคุมความเร็วหรือการเคลื่อนที่อัตโนมัติตามสภาพจราจร (adaptive cruise control) การตรวจจับรับรู้ผู้เดินอยู่บนทางเท้าหรือเฝ้าระวัง และการลดความน่าจะเป็นของการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ซึ่งการส่องสว่างจะมาร่วมทำอย่างน่าสนุกกับงานเหล่านี้

ครั้นเมื่อพัฒนาให้ขับเองได้จนมือฉมัง รถยนต์ไร้คนขับจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้กับทุกเจ็ดวันอันตราย ปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ หรือเข้าพรรษาฯ ตัวเลขสถิติเชิงลบที่วิ่งขึ้นจอรายงานผลช่วงหยุดยาวควรต้องลดจนหมดลงไปเสียที แต่แล้วเมื่อถึงยุคสังคมที่มีแต่รถยนต์ไร้คนขับ คนดื่มก็คงหลับอยู่ในรถ แล้วด่านจับเป่าปรับจะยังคงมีต่อไหม ?

มนุษย์เมื่อทำรถให้อัจฉริยะได้ก็อาจมีตั้งใจโปรแกรมสั่งให้เลี่ยงหลบหรือทำผิดการอื่นแน่ แม้ลดการสูญเสียมหาศาลจากคนขับอันเป็นต้นทางอุบัติเหตุแต่ก็อาจมีย้ายมหันตภัยไปเริ่มบนโลกไซเบอร์กับผู้ควบขับรถจากทางไกลที่จะต้องไปไล่ตรวจกันต่อในอินเทอร์เน็ตเป็นหลักซะแล้ว จ่าอิเล็กทรอนิกส์กับด่านอัจฉริยะคงต้องมาเกิดเป็นเนื้อคู่กันกับคนขับพันธุ์นั้นแน่นอน !

------------------------------------------------------------------

เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์

สมาคมวิชาการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์

โทรคมนาคมและสารสนเทศ (ECTI)

"แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี"

facebook.com/VisibleLightThailand

(IEEE ComSoc Thailand)

------------------------------------------------------------------

(V2V: Vehicle-to-Vehicle, GPS: Global Positioning System และการส่องสว่างข้อมูลหรือการสื่อสารด้วยแสงจากแอลอีดี VLC: Visible Light Communication)



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 406