อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562

หลอดไฟให้ข้อมูล: คนมองแต่รถเห็น (3)

ก่อนไปงานแสดงโชว์รถหรือเอ็กซ์โปดูรถแบบที่ไร้คนขับขี่(แต่ไม่ไร้พริตตี) มาดูพัฒนาการด้านการสื่อสารและการมองเห็นให้การขับโดยคนบังคับแบบเดิมมีประสิทธิภาพเพิ่มกันอีกสองชิ้น พุธที่ 12 สิงหาคม 2558 เวลา 00.00 น.

แม้ตลาดยังไม่ได้เปิดเป็นทางการ ตัวเลขอาจยังไม่ชัดนัก บริการหลังการขายก็ยังไม่ถึงยุค ยังไม่มีอู่ไม่มีประกันเฉพาะงาน ไม่มีโปรโมรชันแต่ก็คงไม่ไร้อนาคตกับรถที่ไร้คนบังคับ เพราะพาหนะไม่ง้อคนจับพวงมาลัยของวอลโว (Volvo) กำลังจะส่งมอบให้ลูกค้าร้อยรายภายในสวีเดนปีค..2017 กับโครงการ “พาฉันไปที (Drive me)” สำหรับให้บริการเป็นแท๊กซี่กันแล้ว

ก่อนไปงานแสดงโชว์รถหรือเอ็กซ์โปดูรถแบบที่ไร้คนขับขี่(แต่ไม่ไร้พริตตี) มาดูพัฒนาการด้านการสื่อสารและการมองเห็นให้การขับโดยคนบังคับแบบเดิมมีประสิทธิภาพเพิ่มกันอีกสองชิ้น ก่อนที่จะส่งถ่ายย้ายยุคไปสู่การที่รถเห็นถนนหนทางได้ด้วยตนเอง

) ภาพเสมือน อุปกรณ์ความฉลาดเสริมให้รถเพื่อลดเวลาการตัดสินใจของผู้ขับขี่ มีออกมาในแนวการมองเห็นได้ที่ไม่ให้ต้องก้มเงยขัดจังหวะเช่นผ่านแผงจอหรือกระจกหน้าร่วมไปกับทัศนวิสัยปกติ หรืออุปกรณ์ช่วยมองที่จะทำให้การขับขี่ของมนุษย์ปลอดภัยขึ้นโดยรวมเป็นวิวเสมือนในขณะขับ (augmented-reality, head-up displays (AR-HUDs)) แสดงสถานะการณ์ซึ่งอาจมีหลายเหตุสุดวิสัยเกินคาดและมากมายกว่าที่ผู้ควบคุมพาหนะจะมองและเห็นได้พร้อมกันหมด จึงเป็นอีกแนวที่ระบบรถจะช่วยให้ข้อมูลการตัดสินใจ (แจ้งประกอบร่วมกับภาพปกติอื่น) ซึ่งมีการวิจัยร่วมกับนักจิตวิทยาศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ร่วมด้วย โดยความเร็วของระบบตรวจจับสัญญาณ การประมวลผลและตัดสินใจนำเสนอให้ทันท่วงทีคือจุดเปลี่ยนสำคัญสู่การสร้างให้ใช้งานได้จริง ส่วนรถยนต์ที่ไม่จำเป็นต้องมีคนขับภาพเสมือนเหล่านี้จะไปอยู่ในสมองอัฉริยะของรถเรียบร้อยแล้ว

) ตาเสมือน อาทิ กล้องอินฟราเรดและเซนเซอร์ทำงานตัวอย่างหนึ่งสัมพันธ์กับไฟหน้าส่องฉลาดยามค่ำหรือมืด โดยปรับตัวลำแสงเปลี่ยนมุมได้อัตโนมัติตามสถานะการณ์และสถานที่ ไม่ว่าจะทางโค้งมุมกว้าง ทางยกทางเลี้ยว รถจะจดจำภาพป้ายจราจร เช่นวงเวียน ทางแยก ทางข้ามหรือขอบทางร่วมกับแผนที่ GPS บอกตำแหน่งและสิ่งที่เคยเห็นจากอินเทอร์เน็ตเพื่อนำมาตัดสินใจแบบคิดเองได้ เมื่อรถยนต์สวนทางที่เข้าโค้งมาเร็ว จักรยานปั่นช้าอยู่มุมอับของวงเวียนถนน แม้คนเดินบนฟุตบาทหรือสัตว์ใหญ่ตัดหน้าด้วยความเร็วน้อยนิดคิดหนีรถก็ไม่ทัน ไฟหน้าแอลอีดี (หรือเลเซอร์ผสม) จะปรับตามให้มีมุมแสงกลบได้ครบองศาสำคัญเพื่อการตัดสินใจของมนุษย์หรือสมองกลของรถที่ขับขี่อยู่ ไฟหน้าพ่วงตาฉลาดของฟอร์ด (Ford) มีออกมาให้เห็นกันแล้ว

เมื่อทราบ“ภาพและตาเสมือนตัวอย่าง”ทั้งสองแล้ว มาดูกระบวนทัศน์ของเทคโนโลยีเพื่อการได้มาซึ่งการมองแล้วเห็นเหล่านั้นกัน เดิมที่เป็นการติดตั้งวิธีการหรืออุปกรณ์ทำงานอิสระจากกันโดยรวมจากเซ็นเซอร์หรือหูตาเทียมจำนวนมากเพื่อตรวจจับสัญญาณและภารกิจที่แยกกันคิด แม้มีเป้าหมายให้คลุมทุกประเด็นเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแต่วิธีดั้งเดิมนั้นยังคงมีข้อด้อยสำคัญที่ค่าใช้จ่ายสูงตามจำนวนของเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ตัวช่วย และจะเพิ่มมากขึ้นอีกตามเป้่าหมายที่สูงขึ้นในอนาคต ขณะที่ภารกิจมากก็จะหน่วงเวลาการตัดสินใจให้ช้าลง จึงวิ่งสวนทางเป้าหมายความปลอดภัยไม่ว่าจะมีคนขับหรือรถขับเอง

มาถึงยุคที่ความก้าวหน้าของการสื่อสารและเทคโนโลยีระบบเครือข่ายที่ได้เปิดกระบวนทัศน์ใหม่แล้ว สู่รูปแบบความร่วมมือหลอมรวมหรือร่วมแบ่งปันทรัพยากรข้อมูลผ่านระบบสื่อสารที่มีอยู่ (cooperative) จากตัวยานพาหนะที่ได้แวะมาใกล้กัน (สื่อสารระหว่างยานพาหนะหรือ V2V) การเชื่อมโยงเหล่านั้นจะไม่เพียงแค่สื่อสารทักทายทั่วไป แต่จะแบ่งปันข้อมูลสถานะปัจจุบันของแต่ละคันที่อัจฉริยะต่างกันไปด้วย เช่น ตำแหน่งและความเร็วของตนเองรวมสิ่งที่แต่ละคันสังเกตเก็บข้อมูลสิ่งแวดล้อมอันแตกต่างกัน จึงกลายมาเป็นข้อดีของวิธีที่หลากหลายขึ้นนี้ โดยความเร็วของข้อมูลก็ต้องแรงสุด ๆ เช่นกัน

รถแต่ละคันสื่อสารร่วมกันแม้เซนเซอร์จะอยู่แยกก็จะทำให้เกิดภาพและการมองเห็นดีขึ้นได้แน่ รูปแบบจึงเป็นยานพาหนะคุยกันเองได้แทนการให้ผู้ขับขี่ดำเนินการลำพังทีละส่วน โดยรวมจึงปลอดภัยสูงกว่าด้วยในที่สุดไม่ว่าด้วยทั้งคนไปขับหรือรถจะขับไปเอง “ภาพจากตาเสมือน”ทำให้รถเห็นได้ที่จะมาจากมากหน่วยเซนเซอร์ตรวจวัดสัญญาณ (เช่น radar, sonar, vision หรือ LIDAR) รถอนาคตจึงทำงานราวกับมีตามากมายกว่ามนุษย์ผู้ขับขี่ที่มีเพียงแค่สอง (แวะหลุดไปหน้าจอแชทโทรฯ บ่อย ๆ) เมื่อรถตัดสินใจได้มากอย่างในเวลาใกล้กันและเร็วกว่า มนุษย์จึงได้ย้ายการ“มอง”ของตนไปให้รถยนต์ได้“เห็น” โดยเริ่มให้รถทำแทนหมดกันแล้ว

จึงได้เวลามาเปลี่ยนป้ายสติกเกอร์ผูกดวงท้ายรถกันจาก “รถคันนี้สีนั่นนี่” เป็น “รถคันนี้ดี … ไม่มีคนขับ”

------------------------------------------------------------------

เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์

สมาคมวิชาการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์

โทรคมนาคมและสารสนเทศ (ECTI)

"แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี"

facebook.com/VisibleLightThailand

(IEEE ComSoc Thailand)

------------------------------------------------------------------



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 813