อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 24 ตุลาคม 2561

ทั้งสัปดาห์ที่ว่ากันด้วยเรื่องของรัฐธรรมนูญ

“ลุงกำนัน” ก็ออกตัวยืนยันชัดเจนแบบไม่มีกั๊กว่า “จะสืบทอดเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน ต้องการให้รัฐบาลนี้ปฏิรูปประเทศให้สำเร็จ ก่อนมีการเลือกตั้งโดยไม่จำกัดเวลา” พุธที่ 2 กันยายน 2558 เวลา 00.05 น.

ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ประเด็นข่าวที่เป็นความสนใจมากที่สุดคือการจับกุมผู้ต้องสงสัย ที่คาดว่า มีส่วนพัวพันกับการวางระเบิดแยกราชประสงค์เมื่อวันที่17.. ที่ผ่านมาซึ่งจับผู้ต้องสงสัยได้ที่บริเวณแฟลตย่านหนองจอก พร้อมหลักฐานประเภทเครื่องทำระเบิดหลากหลายชิ้น

สิ่งที่คนจับตาดูเป็นสีสันอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ “รางวัลนำจับ” ซึ่งมีหลายฝ่ายร่วมสมทบทุน ทั้งนายพานทองแท้ ชินวัตร ทั้งคนเสื้อแดง ทั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า จะมีการมอบรางวัลนำจับให้ใคร ซึ่งคิดว่า กว่าจะจ่ายได้ก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการที่ศาลได้สั่งฟ้อง หรือไม่ก็สามารถสรุปได้เป็นทางการว่า “ใช่คนนี้แน่”

แต่สิ่งที่เราไม่ควรลืม คือท่าทีของ “บางฝ่าย” ที่ออกมา“รีบพูด” ตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดใหม่ ๆ ว่า เป็นการมุ่งหวังผลทางการเมือง ซึ่งเป็นการพูดที่ตอกย้ำให้เกิดความแตกแยกทางความคิดหนักขึ้นไปอีก เราควรสนใจว่าฝ่ายที่ออกมาพูด โดยเฉพาะฝ่ายการเมือง ฝ่ายรัฐบาล จะมีการรับผิดชอบหรือแก้ต่างอย่างไร ถ้าข้อสรุปคือไม่ใช่เรื่องการเมือง

แต่สำหรับกระแสการเมืองคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องท่าทีของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในการแสดงความเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญซึ่งจะมีการโหวตแบบขานชื่อรายคนในวันอาทิตย์ที่6กันยายนนี้จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการขั้นต่อไป คือ ตกก็ร่างใหม่ ผ่านก็ทำประชามติ

การ“หยั่งเสียง”จากข่าวที่ผ่าน ๆ มา จะเห็นว่า มี กมธ.บางชุดอย่าง กมธ.ปฏิรูปการเมือง และ กมธ.ด้านกระบวนการยุติธรรม ที่ยังแสดงความไม่พอใจต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นักโดยเฉพาะประเด็นที่มาของฝ่ายการเมือง เช่น ที่มาของ ส.ว. ที่มาของนายกรัฐมนตรี ที่เปิดช่องให้มาจากการสรรหาได้

โดยเฉพาะประเด็นที่เป็น “สายล่อฟ้า” มากที่สุด คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)ที่ฝ่ายการเมืองโจมตีว่า เป็นการเปิดช่องให้มี “ซุปเปอร์บอร์ด” มามีอำนาจเหนือรัฐบาล โดยเฉพาะเสียงที่“ดัง” ที่สุด ดูจะเป็นเสียงของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่“เปิดหน้าชก” เรื่องนี้โดยเฉพาะ

ขณะที่ตัว กมธ.ยกร่างฯ เอง ก็ยืนยันความชอบธรรม”ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ว่า เขียนขึ้นโดยอิงจากวิกฤติการเมืองที่เคยเกิดขึ้นในช่วงการชุมนุมต่าง ๆ โดยเฉพาะการชุมนุมของ กปปส. ว่า ถ้าเกิดเหตุลักษณะนั้นขึ้น ต้องมี “กลไก” บางอย่างที่ยังทำงานได้เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปและป้องกันการรัฐ ประหารซ้ำอีก

และที่สำคัญคือไม่ต้องการให้เกิดการก้าวล่วงไปขอใช้พระราชอำนาจ โดยการขอ“นายกฯ คนกลาง” ตามมาตรา7ขึ้นมาอีก เพราะเรื่องจะไม่มีทางจบลงด้วยดีง่าย ๆ ฝ่ายที่ยืนยันหลักการประชาธิปไตยก็ต้องการให้นายกฯ มาจากการเลือกกันเองของ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งที่ถูกต้องเท่านั้น

วาทกรรม2ฝ่ายว่าด้วยข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญจะมีต่อไปทั้งสัปดาห์ แต่สำคัญตรงที่การแสดงเหตุผลซึ่งต่อไปเมื่อมีการทำประชา มติ ต้องเปิดให้รณรงค์กันได้อย่างเต็มที่เพราะถือเป็นสิทธิของคนไทยในการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายที่สำคัญเป็นแม่บทใหญ่ในการบริหารประเทศการปิดกั้นจะทำให้รัฐธรรมนูญไม่ได้รับการยอมรับ

และสุดท้าย ปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญก็จะไม่จบ กลายเป็นจุดชนวนความขัดแย้งขึ้นอีกรอบหนึ่ง.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 143