อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

เล่าขานเทศกาล‘ไหว้พระจันทร์’ สื่อความรัก ความคิดถึง กันและกัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า โดยปกติแล้วพิธีนี้จะให้สตรีเป็นผู้ทำเพราะว่าคนเชื่อกันว่าพระจันทร์มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นกับเทพเจ้าสตรีเรื่อยมา จันทร์ที่ 21 กันยายน 2558 เวลา 06.00 น.

คืนวันที่ 27 กันยายน 2558 ที่จะถึงนี้ เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีน นั่นคือวัน “ไหว้พระจันทร์” เทศกาลตามวัฒนธรรมจีนที่มีขึ้นในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง ที่เรียกกันว่า จงชิว (Zhong Qiu) ซึ่งแปลว่า กลางฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว ซึ่งจะมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ในบางปีจะตรงกับเดือนกันยายนหรือเดือนตุลาคมตามปฏิทินสากล โดยชาวจีนได้มีการจัดเทศกาลไหว้พระจันทร์กันสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลานับพันปี

เทศกาลไหว้พระจันทร์ ในอดีตชาวจีนที่เป็นผู้ชายจะไม่นิยมไหว้พระจันทร์ เนื่องจากชาวจีนเชื่อว่า พระจันทร์ถือเป็นหยินซึ่งเป็นธาตุของผู้หญิง ผู้ชายถือเป็นหยาง ดังนั้น จึงให้แต่ผู้หญิงเป็นคนไหว้เท่านั้น แต่ปัจจุบันชาวจีนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ก็สามารถไหว้พระจันทร์ได้เช่นกัน

เทศกาลนี้ชาวจีนจะเฉลิมฉลองด้วยการไหว้ดวงจันทร์ในเวลากลางคืน ในบางประเทศ เช่น ฮ่องกง, ไต้หวัน, สิงคโปร์ หรือเวียดนาม จะจัดเป็นประเพณีใหญ่ มีการเฉลิมฉลองด้วยการประดับโคมไฟสีแดง เป็นสีสันยามค่ำคืน หรือบางแห่งอาจมีการเชิดมังกร ทั้งนี้จะมีชื่อเรียกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น

ในด้านความเชื่อ เนื่องด้วยวันไหว้พระจันทร์ เป็นวันที่พระจันทร์ส่องแสงงดงามที่สุด และเต็มดวงที่สุด ชาวจีนจึงให้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม เป็นสื่อกลางของการคิดถึงซึ่งกันและกัน เมื่อคนในครอบครัวจากบ้านเกิดไปไกลคิดถึงครอบครัว ก็ให้แหงนมองดวงจันทร์ส่งความรู้สึกที่ดี ส่งความคิดถึงไปสู่ครอบ ครัวและคนที่รักผ่านดวงจันทร์

นอกจากนี้ ชาวจีนยังถือว่า วันไหว้พระจันทร์ เป็นวันที่คนในครอบครัวจะได้แสดงความสามัคคีกัน และได้ชมดวงจันทร์พร้อมหน้ากัน ซึ่งชาวจีนได้นิยามวันไหว้พระจันทร์ว่า “วันแห่งการอยู่พร้อมหน้าของครอบครัว”

ในข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับต้นกำเนิดของการไหว้พระจันทร์ยังคงไม่เป็นที่ปรากฏแน่ชัด บ้างก็ว่าจักรพรรดิ์วู แห่งราชวงศ์ฮั่น เป็นผู้ริเริ่มการฉลองเพื่อกราบไหว้พระจันทร์เป็นเวลา 3 วัน ในฤดูใบไม้ร่วง

ขณะที่บางประวัติศาสตร์กล่าวว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์ เกิดขึ้นในราวปี พ.ศ.1911 ในช่วงที่มองโกลยึดครองจีน ขนมเค้กที่ทำขึ้นก็เพื่อซุกซ่อนข้อความลับของพวกกบฏที่มีถึงประชาชนทั่วทั้งประเทศให้มาชุมนุมกันครั้งใหญ่ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 นี้ ทหารมองโกลไม่ได้ระแวงถึงจุดประสงค์ของพวกกบฏ เพราะคิดว่าขนมเค้กเหล่านั้นเป็นการทำตามประเพณีดั้งเดิมของชาวจีน ด้วยเหตุนี้ในคืนนั้นเองทหารมองโกลจึงถูกปราบเสียราบคาบ หลังจากที่ราชวงศ์ใหม่คือราชวงศ์หมิงได้ถูกจัดตั้งขึ้นแล้ว วันไหว้พระจันทร์ จึงถือปฏิบัติกันมาจนถึงทุกวันนี้

รวมทั้งที่มาของพิธีเซ่นไหว้พระจันทร์นั้น ตามบันทึกโบราณ โจวหลี่ ระบุว่า จีนเริ่มเซ่นไหว้พระจันทร์เมื่อสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งที่มาของพิธีในเทศกาลนี้มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับตำนานความฝันของกษัตริย์ถังหมิงหวง เสด็จประพาสพระราชวังบนดวงจันทร์ เรื่องเล่ามีอยู่ว่า ในกลางดึกของคืนเดือนเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 กษัตริย์ถังหมิงหวงบรรทมหลับไปแล้วทรงพระสุบินว่า พระองค์ลอยขึ้นไปเที่ยวชมพระราชวังบนดวงจันทร์ และได้พบเทพธิดาบนดวงจันทร์กำลังร่ายรำอยู่อย่างงดงาม ในฝันนั้น พระองค์ทรงเพลิดเพลินและเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งเมื่อตื่นพระบรรทมและทรงโปรดให้ฝันนั้นเป็นความจริง จึงมีรับสั่งให้นางสนมแต่งตัวและร่ายรำเลียนแบบเทพธิดาในฝัน ตั้งแต่นั้นมาทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 พระองค์ก็รับสั่งให้จัดเครื่องเซ่นไหว้พระจันทร์ และทอดพระเนตรความงามของพระจันทร์ไปพร้อมกับการร่ายรำของนางสนม

การไหว้พระจันทร์จะเริ่มขึ้นในตอนหัวค่ำที่ดวงจันทร์เริ่มปรากฏบนท้องฟ้า บางบ้านอาจจะไหว้พระจันทร์ที่ลานหน้าบ้าน บางบ้านอาจจะไหว้บนดาดฟ้า และถึงแม้ปีไหนหรือสถานที่แห่งนั้นไม่สามารถมองเห็นพระจันทร์ได้ แต่ชาวไทยเชื้อสายจีนหรือชาวจีนก็จะยังคงมีการไหว้พระจันทร์ในค่ำคืนนั้นเช่นเดิม

โดยจะมีการตั้งโต๊ะ ทำซุ้มต้นอ้อย มีธูป เทียน กระดาษเงิน กระดาษทองที่พับเป็นเงินตราจีน โคมไฟ และสิ่งของเซ่นไหว้ต่าง ๆ และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลนี้ คือ “ขนมไหว้พระจันทร์” มีลักษณะสันฐานกลมคล้ายขนมเค้ก ทำจากแป้งนวด แล้วกดใส่แป้นพิมพ์ที่มีลวดลายต่าง ๆ จากนั้นนำไปอบและเคลือบผิวหน้าด้วยน้ำเชื่อม ภายในบรรจุไส้ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธัญพืช โดยของจีนแต่เดิมนั้นมีส่วนประกอบ เช่น ถั่วแดง ลูกนัทจีน 5 ชนิด และ เมล็ดบัว เป็นต้น ใช้เซ่นไหว้และรับประทานกันจนเป็นเอกลักษณ์สำหรับเทศกาลนี้

ในส่วนของประเทศไทยขนมไหว้พระจันทร์จะมีส่วนประกอบของไส้ที่แตกต่างออกไป เช่น การรวมเอาทุเรียน ลูกเกาลัดและลูกพลับเข้าไว้ด้วย เครื่องปรุงที่เพิ่มเข้ามาก็อาจจะรวมเอาเมล็ดบัว ไข่แดงเค็ม และเมล็ดแตงโมด้วย ปัจจุบัน ขนมไหว้พระจันทร์ได้มีผู้ผลิตและจำหน่ายมากมายหลายแห่ง ได้มีการดัดแปลงใส่ไส้ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นจากในอดีตมาก เช่น ช็อกโกแลต, ชาเขียว, คัสตาร์ด, แอลมอนด์ เป็นต้น หรือดัดแปลงไปเป็นแบบต่าง ๆ เช่น ดัดแปลงคล้ายขนมโมจิ หรือไอศกรีม และกลายมาเป็นธุรกิจสำคัญที่มีมูลค่าการตลาดและการแข่งขันสูงมากในช่วงเทศกาลนี้ในแต่ละปี

เป็นที่น่าสังเกตว่า โดยปกติแล้วพิธีนี้จะให้สตรีเป็นผู้ทำเพราะว่าคนเชื่อกันว่าพระจันทร์มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นกับเทพเจ้าสตรีเรื่อยมา ดังนั้น จึงมีการบูชาด้วยแป้งและเครื่องสำอางด้วยเพราะหวังว่าการทำเช่นนี้จะนำมาซึ่งความสวยงามและผิวงามแก่สมาชิกในครอบครัวที่เป็นจริงทั้งหมด ไม่ว่าความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์จะก้าว หน้าไปไกลขนาดไหนก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่มีผล
กระทบต่อความเชื่อตามประเพณี และพิธีที่สืบทอดกันมาชั่วลูกชั่วหลานของชาวจีนแต่ประการใด

หลังพิธีไหว้พระจันทร์สิ้นสุดลง สมาชิกในครอบครัวจะร่วมกันกินขนมไหว้พระจันทร์ โดยนำมาแบ่งเท่า ๆ กันตามจำนวนคนในครอบครัว ซึ่งชาวจีนมีความเชื่อถึงขนมไหว้พระจันทร์ที่มีลักษณะทรงกลม เพราะจะให้รูปลักษณ์คล้ายพระจันทร์ และสื่อถึงความกลมเกลียวในครอบครัว บรรพบุรุษ และคนในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันนั่นเอง

วันไหว้พระจันทร์ เป็นอีกวันหนึ่งที่คนในครอบครัวจะได้แสดงออกถึงความสามัคคีกัน ได้อยู่พร้อมหน้ากัน และหากคนที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัวก็สามารถสื่อความรัก ความคิดถึงไปยังครอบครัว และคนที่รักได้ ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่คนจีนให้ความสำคัญเรื่อยมาไม่เสื่อมคลายจนถึงทุกวันนี้.

(ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดีย)

จุฑานันทน์ บุญทราหาญ

‘ควอเทียร์ มูนเค้ก เฟสติวัล’

เมื่อเทศกาลไหว้พระจันทร์เวียนมาถึงผู้คนมักจะนึกถึงขนมไหว้พระจันทร์ที่แสนอร่อย ยิ่งในปัจจุบันนี้มีไส้ให้เลือกหลากหลายไส้ด้วยกัน ล่าสุด ดิ เอ็มควอเทียร์ จัดงาน“ควอเทียร์ มูนเค้ก เฟสติวัล” ขึ้นระหว่างวันที่ 16-27 กันยายน ที่ Quartier Gallery ชั้น M ดิ เอ็มควอเทียร์

ภายในงานจะมีขนมไหว้พระจันทร์เทรนด์ใหม่แตกต่างจากรูปแบบเดิม ๆ ซึ่งที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ รวบรวมมานั้นมีหลากรูปแบบด้วยกัน ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ลาวาคัสตาร์ด จาก เหม่ยซิน มูนเค้ก แบรนด์ที่โด่งดังอันดับหนึ่งของฮ่องกงซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ เป็นขนมไหว้พระจันทร์ไส้ลาวาคัสตาร์ดที่มาพร้อมกับไส้ไหลเยิ้ม มีเคล็ดลับอยู่ที่ก่อนรับประทานให้นำเข้าไมโครเวฟ อุ่นด้วยกำลังไฟ 1,000 วัตต์ 5-6 วินาที ก็จะได้ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ไหลที่อร่อยไม่เหมือนใคร

ยังมี ฮาร์โมนี่ ซีรีย์ มูนเค้ก จาก ซิมพลี ดับเบิ้ลยู บาย วิททาร์ด ขนมไหว้พระจันทร์ที่บ่งบอกถึงความหมายดี ๆ มาในรูปแบบสวยเก๋ ให้ได้อวยพรคนที่คุณรัก กับ 8 รสชาติ 8 ความหมาย ทั้งด้านโชคลาภ, การงาน, ความสุข และความรัก พร้อมกันนี้ สุฟ่ง มูนเค้ก ขนมไหว้พระจันทร์ฟิวชั่นอันเลื่องชื่อจากประเทศมาเลเซีย ได้นำขนมไหว้พระจันทร์ สไตล์ฟิวชั่น หลากรสชาติมาให้ได้ลิ้มลอง อาทิ บลูเบอรี่, ชาเขียวเบอรี่, มอคค่าแอลมอนด์ฟัดจ์, ท็อฟฟี่วอลนัทบราวนี่
ไฮไลต์เด่นของปีนี้ คือ ฮัมมิ่งเบิร์ด ขนมไหว้พระจันทร์ 5 ชั้น เปลือกนอกที่ทำจากเพสตรี้มะพร้าว โรยหน้าด้วยแอลมอนด์ ตามด้วยไส้ลูกบัวผสมกล้วย ผสมเมล็ดแตงโม และถั่ววอล นัท อัดแน่นด้วยครีมชีสรสเค็ม ผสมถั่ว และพิเศษสุดกับ ขนมไหว้พระ จันทร์ทองคำ สัญลักษณ์สิริมงคลแห่งความรัก และความกลมเกลียวของครอบครัว ที่ สุฟ่ง นำมาจัดแสดงเพื่อเป็นไฮไลต์ในงานนี้ อีกทั้งพบกับครั้งแรกของ ดาราเทวี เชียงใหม่ ที่นำขนมไหว้พระจันทร์มาให้ชาวกรุงเทพฯ ได้ลิ้มลอง กับไส้ครีมคัสตาร์ด ทุเรียนไข่เค็ม ลูกบัวไข่เค็ม และไส้โหงวยิ้ง

นอกจากขนมไหว้พระจันทร์รูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใครแล้ว ภายในงานยังได้รวบรวมขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมชื่อดังที่ได้รับการการันตีเรื่องรสชาติความอร่อย และถือเป็นต้นตำรับขนมไหว้พระจันทร์อันเลื่องชื่อ อาทิ โรงแรมแชงกรี-ลา, โรงแรมบันยันทรี, โรงแรมคอนราด กรุงเทพ, โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ, โรงแรมเพนนินซูล่า กรุงเทพ ฯลฯ พร้อมพบกับกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ มากมายภายในงาน อาทิ ชมการสาธิตวิธีชงชา และการแนะนำชาที่เหมาะสมกับขนมไหว้พระจันทร์ชนิดต่าง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านชา จาก TWG ฯลฯ.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 386