อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

ผิน ชุณหะวัณ :หัวหน้าคณะรัฐประหาร ปี 2490 (2)

รัฐบาลที่ตั้งขึ้นหลังจากการยึดอำนาจ ปี 2494 ของหลวงพิบูลสงครามนั้น มีพลเอกผิน เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก ที่จริงพลเอกผิน ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจมากในขณะนั้นจะเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเองก็ได้ ศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2558 เวลา 00.18 น.

ตอนกลางปี 2494 ได้เกิด “กบฏแมนฮัตตัน” ที่ทหารเรือกลุ่มหนึ่งทำการใหญ่ บุกเข้าจี้จับตัวหลวงพิบูลสงครามนายกรัฐมนตรีไปกักตัวไว้บนเรือรบหลวงศรีอยุธยา จนรัฐบาลสั่งโจมตีเรือรบศรีอยุธยาจนจมลง รัฐบาลปราบกบฏได้ ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน คณะรัฐประหารที่นำโดย พลเอกผิน ชุณหะวัณ ประกอบด้วยนายทหารระดับสูงจากกองทัพทั้งสาม กองทัพละสามนาย ได้เข้ายึดอำนาจอีกครั้ง มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.. 2492 ล้มรัฐสภา และต่อมาได้นำรัฐธรรมนูญ พ.. 2475 มาแก้ไขปรับใช้ เรียกว่า รัฐธรรมนูญ พ.. 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พ.. 2495 หลวงพิบูลสงครามได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก หลังการยึดอำนาจและตั้งรัฐบาลใหม่ ถึงตอนนี้รัฐบาลของหลวงพิบูลสงครามก็มีความมั่นคง

รัฐบาลที่ตั้งขึ้นหลังจากการยึดอำนาจ ปี 2494 ของหลวงพิบูลสงครามนั้น มีพลเอกผิน เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก ที่จริงพลเอกผิน ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจมากในขณะนั้นจะเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเองก็ได้ มีเรื่องเล่ากันว่ามีคนเคยถามท่าน และท่านบอกว่าท่านไม่ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะท่านไม่ถนัดในการติดต่อกับต่างประเทศ อย่างไรก็ตามท่านก็เป็นรองนายกฯที่มีอำนาจมากในระยะเวลา 3 ปีแรกขณะที่ท่านเป็นผู้บัญชาการทหารบกอยู่ด้วยในปี 2495 พลเอกผินได้ตำแหน่งสูงสุดของทหารคือเป็นจอมพล นับเป็นจอมพลคนที่สองที่มีหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 คนแรกคือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่เป็นหลังไทยชนะสงครามอินโดจีน หลังจากท่านได้เป็นจอมพลแล้ว ต่อมาจึงมีจอมพลตามมาอีก 3 นาย ได้แก่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลเรือหลวงยุทธศาสตร์โกศล และ จอมพลอากาศ ฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี ทั้งหมดนี้เป็นจอมพลรุ่นสุดท้ายของกองทัพไทยในกองทัพบก จอมพลผินได้เป็นผู้บัญชาการทหารบกต่อมาจนถึงวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 จึงได้พ้นตำแหน่ง เปิดทางให้จอมพลสฤษดิ์ ตอนนั้นจอมพลผินอายุประมาณ 63 ปี

เมื่อเข้ามาในคณะรัฐมนตรีโดยเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่ก็มีอำนาจมาก ถึงวันที่ 12 ธันวาคม ปี 2496 จึงได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการเพิ่มขึ้น ไปดูแลกระทรวงเกษตร และท่านก็เป็นรัฐมนตรีดูแลกระทรวงนี้อย่างยาวนานสืบต่อกันมาจนถึงวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 อันเป็นวันที่จอมพลสฤษดิ์ ยึดอำนาจล้มรัฐบาลหลวงพิบูลสงคราม ส่วนการเป็นรองนายกฯนั้นท่านเป็นอยู่เพียงวันที่ 19 เมษายน ปี 2499 เท่านั้น

จอมพลผินนั้นในแวดวงการเมืองสมัยที่ท่านเรืองอำนาจ เขาเรียกท่านว่า “ป๋าผิน” เพราะท่านเป็นผู้มีอำนาจสูงวัย และที่สำคัญมีลูกเขยและลูกอยู่ในวงการเมืองและกองทัพในตำแหน่งสำคัญมาก คือลูกเขยคนโต สามี คุณหญิงอุดมลักษญ์ ผู้เป็นธิดาคนโตของท่านคือ พล...เผ่า ศรียานนท์ ที่เป็นอธิบดีกรมตำรวจ ในยุคที่เขาว่ากันว่า “ไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์ที่ตำรวจไทยทำไม่ได้” และท่านยังเป็นรัฐมนตรีคนสำคัญในรัฐบาลตอนนั้น ธิดาคนที่สองของท่านชื่อ พร้อม มีสามีชื่อ อรุณ ทัพพะรังสี เคยเป็นอธิบดีกรมบัญชีกลางสมัยนั้น ธิดาคนที่สามชื่อ เจริญ ต่อมาเป็นคุณหญิง เป็นภริยาของ พลตรีประมาณ อดิเรกสาร ที่เป็นรัฐมนตรีร่วมในรัฐบาลหลวงพิบูลสงคราม ธิดาคนต่อมาชื่อ พรสม เป็นภริยา นายเฉลิม เชี่ยวสกุล ผู้เคยเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ส่วนบุตรชายของท่าน คือ ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายพล ทหารม้า ยานเกราะ บุตรและธิดาของท่านนี้เกิดจาก ท่านผู้หญิงวิบุลย์ลักษณ์ ชุณหะวัณ

ตำแหน่งสำคัญที่ไม่เป็นทางการของจอมพลผินก็คือประมุขของ “บ้านราชครู” หรือกลุ่มราชครู การเรียกชื่อกลุ่มนี้มาจากชื่อซอยอันเป็นที่ตั้งของบ้านพักจอมพลผินและบุตรธิดาที่กระจายติดต่อกันในบริเวณซอยราชครู ถนนพหลโยธิน กลุ่มราชครูนี้เป็นกลุ่มการเมืองที่ไม่ใช่พรรคการเมือง แต่เคยมีบทบาททางการเมืองหลังการรัฐประหารปี 2490 มากกว่าพรรคการเมืองเสียอีก และได้มีบทบาทมากและน้อยในวงการเมืองไทยต่อมาประมาณกึ่งศตวรรษเลยทีเดียว

เมื่อพลเอกผินได้เป็นผู้บัญชาการทหารบกแล้ว หัวหน้ากลุ่มราชครูก็มีอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองมาก และได้ขยายไปยังวงการธุรกิจ ดังจะเห็นได้ว่าสมัยที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ท่านได้ตั้งบริษัทส่งเสริมเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งเป็นบริษัทที่ดังมากในสมัยนั้นและต่อมาก็มีบริษัททางด้านผลผลิตทางเกษตรอีกหลายบริษัทได้รับการตั้งขึ้นโดยจอมพลผินได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญ จึงเป็นที่รู้กันว่าท่านได้มีบทบาททางการค้ามากขึ้นหลังจากลดบทบาททางทหารลงไป

ในช่วงเดียวกันเมื่อบทบาททางทหารลดลง ทางกลุ่มราชครูก็ได้รุกเข้าไปทางการเมือง ด้วยการสนับสนุนให้นายกฯตั้งพรรคการเมือง คือ พรรคเสรีมนังคศิลา ที่นายกฯรับเป็นหัวหน้าพรรค และจอมพลผินเข้าไปเป็นรองหัวหน้าพรรค ที่สำคัญ พล.ต.อ.เผ่า ลูกเขยจอมพลผินเป็นเลขาธิการพรรค เป็นผู้บริหารพรรคอย่างแท้จริง พร้อมเล่นการเมืองในสนามเลือกตั้ง หากแต่ว่าเข้าสนามเลือกตั้งครั้งแรกก็เกิดปัญหาใหญ่ จนนำมาสู่การรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์ ในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 อันเป็นวันที่จอมพลผินหมดอำนาจทางการเมืองและทางทหารไปด้วย พล.ต.อ.เผ่า ผู้เป็นบุตรเขยถูกบีบให้เดินทางออกนอกประเทศไปที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และบุตรชายที่เป็นนายทหารก็ถูกส่งตัวไปเป็นทูตไกลถึงประเทศอาร์เจนตินา แต่ในปี 2502 เมื่อมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งทำหน้าที่นิติบัญญัติด้วยนั้น จอมพลสฤษดิ์ก็ยังเสนอชื่อจอมพลผินเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วยคนหนึ่ง

จอมพลผิน ชุณหะวัณ ได้อยู่จนได้เห็นบุตรชายกลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้งในปี 2515 ท่านถึงอสัญกรรมเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.. 2516.

นรนิติ เศรษฐบุตร



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 710