อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

ดร.ทองเปลว ชลภูมิ : รัฐมนตรีผู้ถูกยิงทิ้ง

ศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2558 เวลา 00.18 น.

ดร.ทองเปลว ชลภูมิ เป็นนักการเมือง หรืออดีตรัฐมนตรีหนึ่งในสี่คนที่ถูกฆ่าทิ้ง เพราะเหตุทางการเมือง เมื่อนานกว่า 60 ปีที่ผ่านมา ที่ชานกรุงเทพมหานคร อันเป็นเมืองหลวงของประเทศนี่เอง แต่วันโน้นชานเมืองหรือเส้นทางถนนพหลโยธิน ที่เลยจากสามแยก (สมัยนั้น) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังเป็นถนนสายเล็ก ๆ และเปลี่ยว ไม่ค่อยจะมีผู้คนสัญจรไปมามากหรือรถติดเหมือนเช่นทุกวันนี้ เราลองมารู้จักชีวิตนักการเมืองผู้โชคร้ายท่านนี้กันดูบ้าง

บ้านเกิดของ นายทองเปลว ชลภูมิ อยู่ที่ภาคกลางนี่เอง ท่านเกิดที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455 ในครอบครัวของพ่อแม่ที่มีอาชีพค้าขาย ซึ่งอาจต้องเดินทางไปมาค้าขายอยู่หลายจังหวัด จึงเห็นได้ว่าการเข้าโรงเรียนของนายทองเปลว ได้ย้ายไปเรียนอยู่หลายจังหวัด โดยเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนประจำจังหวัดอ่างทอง และย้ายมาเรียนต่อที่โรงเรียนประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะเข้ามาเรียนชั้นมัธยมศึกษาในกรุงเทพฯที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จนจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2472 แล้วจึงเข้าทำงาน

ต่อมาได้เข้าศึกษาวิชากฎหมาย ที่โรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม และได้เป็นลูกศิษย์ของ ดร.ปรีดี พนมยงค์ นายทองเปลวได้เป็นศิษย์ที่ศึกษาและเรียนรู้อย่างใกล้ชิดกับอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ จึงถูกชวนให้ร่วมในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ. 2475 ของคณะราษฎรในสายพลเรือน ซึ่งในเวลานั้นนายทองเปลว ยังไม่จบการศึกษาวิชากฎหมาย ท่านไปจบการศึกษาตอนที่โรงเรียนกฎหมายได้ย้ายไปอยู่กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศึกษาจบแล้วได้มีโอกาสมาช่วยงานที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่มีอาจารย์ของตนคือนายปรีดี พนมยงค์ ทำหน้าที่เลขาธิการอยู่ ทำงานช่วยอาจารย์ที่รัฐสภาอยู่ประมาณ 2 ปี ในปี พ.ศ. 2479 ท่านได้รับทุนไปศึกษาต่อวิชากฎหมายที่ฝรั่งเศส จบการศึกษาได้ปริญญาเอกจากฝรั่งเศสกลับไทยในปี พ.ศ. 2484 จึงได้แต่งงานกับ คุณนิ่มนวล ครั้นถึงเดือนสิงหาคม ปีเดียวกันนี้ ในสมัยที่ พระยามานวราชเสวี เป็นประธานสภา และ หลวงพิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการโอน ดร.ทองเปลว ให้รักษาการตำแหน่งเลขาธิการสภา รักษาการอยู่ประมาณสามเดือน ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสภา ตอนที่รับราชการอยู่นี้ ดร.ทองเปลวก็ได้ไปเป็นผู้บรรยายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีผู้เล่าว่าท่านเป็นคนเข้มงวดให้คะแนนยากคนหนึ่ง สมัยนั้นมหาวิทยาลัยยังมีอาจารย์ประจำเพียงไม่กี่คน

หลังเหตุการณ์วันญี่ปุ่นบุกไทย 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 และรัฐบาลของหลวงพิบูลฯยอมให้ทหารญี่ปุ่นเดินทัพผ่านประเทศไทย ทั้งต่อมารัฐบาลไทยได้ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร จึงมีคนไทยรวมตัวกันตั้งกลุ่มต่อต้านญี่ปุ่น ที่ต่อมาเป็นขบวนการเสรีไทย ที่นำโดย นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการฯ ตอนนั้นการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ที่สมาชิกได้รับการต่ออายุมาโดยไม่มีการเลือกตั้ง เพราะภาวะสงครามตามความในรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขใหม่ การชิงไหวชิงพริบทางการเมืองในสภา เพื่อบีบให้หลวงพิบูลฯพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงเกิดขึ้น และดร.ทองเปลว ในตำแหน่งเลขาธิการสภา ได้มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการในรัฐสภา จนเมื่อมีการเลือกประธานสภาและรองประธานสภากันใหม่ สภาผู้แทนราษฎรจึงมีมติเลือก นายทวี บุณยเกตุ และ นายควง อภัยวงศ์ เป็นประธานและรองประธานสภาตามลำดับ ทั้ง ๆ ที่ในเวลานั้นบุคคลทั้งสองมีเรื่องขัดใจกับหลวงพิบูลฯจนได้ขอลาออกจากรัฐบาลมาแล้ว หลวงพิบูลฯในฐานะนายกรัฐมนตรีไม่ยอมเสนอแต่งตั้ง แต่กลับส่งเรื่องให้สภาเลือกคนใหม่ และด้วยเหตุนี้หลวงพิบูลฯซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ใช้คำสั่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดปลด ดร.ทองเปลว ออกจากเลขาธิการสภาในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2486

ดร.ทองเปลว จึงหมดบทบาททางการเมืองไปและต้องระมัดระวังตัว จนกระทั่งหลังเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2487 เมื่อรัฐบาลของหลวงพิบูลฯแพ้กฎหมายในสภา 2 ครั้งติดกันจึงต้องยอมลาออก และนายควงเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ดร.ทองเปลว จึงกลับเข้ามาในวงการเมืองอีก ครั้นมีการเลือกตั้งซ่อมในพระนคร เนื่องจาก ขุนสมาหารหิตะคดี ถึงแก่กรรมตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2488 ดร.ทองเปลวจึงลงสมัครเข้ารับเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ ผู้ที่ชนะเลือกตั้งในวันที่ 16 มิถุนายน ปีนั้นคือ นายโชติ คุ้มพันธ์ ครั้น ...เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ยุบสภาในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2488 ดร.ทองเปลวได้มีบทบาททางการเมืองในการตั้งพรรคแนวรัฐธรรมนูญ โดยรวมพวกคณะราษฎรบางส่วนกับสมาชิกประเภทที่ 2 ของสภาเพื่อสนับสนุนกลุ่มนายปรีดี ทั้งนี้มี หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าพรรค แต่ตัวท่านเองก็ยังไม่ได้ลงเลือกตั้ง ในวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2489 ท่านมาลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งเพิ่มเติมวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2489 ที่จังหวัดปราจีนบุรี และก็ได้เป็นผู้แทนราษฎรสมใจ รวมทั้งได้เป็นรัฐมนตรี (ลอย) ในรัฐบาลหลวงธำรงฯ ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ปี 2489 ถึง 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 วันที่เขายึดอำนาจล้มรัฐบาล เมื่อ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ดร.ทองเปลวจึงไม่ได้อยู่ในรัฐบาลแต่ก็ถูกจับตัวในข้อหาทุจริต แต่ไม่นานทางตำรวจก็ปล่อยตัว และมาถูกจับอีกครั้งเมื่อทางการจับผู้ต้องหาคดีกบฏเสนาธิการ

ครั้งนี้ถูกคุมขังอยู่นาน 2 เดือน เมื่อได้รับการปล่อยตัวจึงเดินทางไปลี้ภัยอยู่ที่ปีนังในมาเลเซีย หลังเหตุการณ์ที่เรียกกันว่ากบฏวังหลวง ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 ท่านถูกทางรัฐบาลลวงให้เดินทางกลับ และส่งตำรวจไปจับตัวที่สนามบินดอนเมืองมาคุมขังตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ปีเดียวกัน อีกสามวันต่อมาท่านก็ถูกตำรวจนำตัวย้ายที่คุมขังในยามวิกาล และท่านถูกยิงเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนอดีตรัฐมนตรีอีก 3 คนที่ริมถนนพหลโยธินเลยสามแยกเกษตรไปไม่มาก.

นรนิติ เศรษฐบุตร



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 592