อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562

ดิวตี้ฟรีในเมืองได้เวลา ‘เปิดเสรี’ เพิ่มทางเลือกนักเที่ยว

ร้านค้าดังกล่าว ต้องมี “จุดส่งมอบสินค้า (pic-up counter)” อยู่ที่สนามบิน ตามกฎเกณฑ์ของกรมศุลกากร เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นการนำสินค้าออกนอกประเทศ และเพื่อความสะดวกสบาย อังคารที่ 12 มกราคม 2559 เวลา 06.20 น.

หากพูดถึง “ดิวตี้ฟรี” หรือ “ร้านค้าปลอดอากร” หลายคนนึกถึงแต่ร้านค้าที่ตั้งอยู่ในสนามบิน ซึ่งผู้โดยสารจะแวะซื้อเมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศ หรือก่อนเดินทางออกนอกประเทศ แต่จริง ๆ แล้วร้านค้าปลอดอากรยังมีร้านค้าที่ตั้งอยู่นอกสนามบิน ซึ่งคือ “ร้านค้าปลอดอากรในเมือง” นั่นเอง

ร้านค้าดังกล่าว ต้องมี “จุดส่งมอบสินค้า (pic-up counter)” อยู่ที่สนามบิน ตามกฎเกณฑ์ของกรมศุลกากร เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นการนำสินค้าออกนอกประเทศ และเพื่อความสะดวกสบาย จะได้ไม่ต้องหิ้วสินค้าไปตลอดการเดินทาง โดยนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าจากร้านปลอดอากรในเมืองสามารถมารับสินค้าที่สนามบินก่อนเดินทางกลับบ้านได้

แม้ร้านค้าปลอดอากรเป็นหนึ่งช่องทางในการสนับสนุนธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย แต่ปัจจุบัน “ร้านค้าปลอดอากรในเมือง” แทบจะถูกผูกขาดโดยบางกลุ่มมาเป็นเวลาช้านาน จึงเริ่มมีข้อเสนอและเสียงเรียกร้องให้มีการ “เปิดเสรีร้านค้าปลอดอากรในเมือง” มาเป็นระยะ ๆ และเริ่มถี่ขึ้น ๆ ตามลำดับ

รวิฐา พงศ์นุชิต นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย ให้ตัวเลขว่า...จากสถิติปีที่ผ่านมาของหน่วยงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่า ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อคนต่อวันอยู่ที่ประมาณ 4,437 บาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า 1,200-1,500 บาทต่อคนต่อวัน ร้านค้าปลอดอากรในเมืองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการซื้อสินค้าของนักท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันร้านค้าปลอดอากรในเมืองในประเทศไทยมีเพียงแค่...

คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี” เพียงเจ้าเดียว

ถึงแม้ว่า “ร้านค้าปลอดอากรในเมือง” จะไม่มีข้อจำกัดเรื่องสัมปทานเหมือนร้านค้าปลอดอากรในสนามบิน แต่ยังติดปัญหา “จุดส่งมอบสินค้า (pick-up counter)” ในสนามบินนานาชาติ จึงทำให้ปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรในเมืองเพียงรายเดียว แม้จะมีผู้ค้าหลายรายให้ความสนใจอยากทำธุรกิจนี้ด้วย แต่ไม่ได้เกิดเสียที

ตัวอย่างที่เกิดขึ้น ล่าสุด บริษัท ล็อตเต้ ดิวตี้ ฟรี (ไทยแลนด์) บริษัทร่วมทุนระหว่าง ล็อตเต้ ดิวตี้ ฟรี (สิงคโปร์) พีทีอี ลิมิเต็ด กับนักลงทุนในไทย ได้ยื่นหนังสือขอจัดตั้งร้านค้าปลอดอากรในเมืองต่ออธิบดีกรมศุลกากร พร้อมทั้งขอเช่าพื้นที่ในสนามบินที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน ) หรือ ทอท. เพื่อใช้เป็นจุดส่งมอบสินค้า (pick-up counter) แต่ผลคือ แม้จะได้รับอนุมัติจากกรมศุลกากรให้เปิดร้านค้าปลอดอากรในเมืองได้ แต่กลับไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะทอท.อ้างว่าไม่สามารถจัดสรรพื้นที่ให้ใช้ทำเป็นจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรได้ เพราะติดปัญหาสัมปทาน“
ทั้งที่ในข้อเท็จจริงแล้ว “ร้านค้าปลอดอากรในเมือง” ไม่ติดเรื่องสัมปทานแม้แต่น้อย สามารถเอาพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ทาง “คิง เพาเวอร์” ให้ร้านค้าเช่าประกอบกิจการ มาให้เช่าทำจุด “ส่งมอบสินค้าปลอดอากร” ได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับสัมปทานร้านค้าปลอดอากรในสนามบินแต่อย่างใด

จากกรณีนี้ ทำให้สมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย ต้องออกมาเรียกร้องให้มีการเปิดแข่งขันเสรีร้านค้าปลอดอากรในเมือง เป็นอันดับแรก เนื่องจากร้านค้าปลอดอากรในสนามบินยังมีสัมปทานอีก 3 ปี นับจากปี 2559 หากหมดสัมปทานก็ควรจะมีการเปิดแข่งขันเสรีเหมือนการประมูลคลื่น 4จี ของ กสทช. เช่นเดียวกัน“...รวิฐา กล่าว

นอกจากนี้ ทางสมาคมยังเสนอให้มีคนกลางเข้ามาดูแลปัญหาเรื่องจุดส่งมอบสินค้า ไม่ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามายุ่งเกี่ยว เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะเป็นเรื่องความลับทางธุรกิจ ไม่ควรจำกัดเฉพาะผู้ค้ารายใดรายหนึ่ง

ความคืบหน้าล่าสุดของเรื่องนี้คือ ปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ทางสมาคมได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวให้กับนาย อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง พร้อมกับนาง กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา โดย รมว.การคลัง ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะที่กระทรวงเป็นผู้ถือหุ้น ทอท. ไปดูว่าจะแก้ปัญหาเรื่องจุดส่งมอบสินค้าได้อย่างไร โดยกำหนดให้ได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน หรือประมาณต้นเดือนมีนาคม 2559

ประเทศอื่น ๆ อย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ มีร้านค้าปลอดอากรในเมืองหลายราย เกาหลีเองมีมากถึง 7 ราย ประเทศเพื่อนบ้านเรา อย่างลาว เวียดนาม ก็กำลังขยายพื้นที่ร้านค้าปลอดอากรในเมือง หากไทยยังไม่แก้ไขปัญหาจุดส่งมอบสินค้า (pick-up counter) ในสนามบินนานาชาติ อาจทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ”

การเพิ่ม “ร้านค้าปลอดอากรในเมือง” ไม่เพียงแต่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้มีทางเลือกในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น แต่ยังทำให้รัฐมีรายได้จากภาษีอากรเพิ่มขึ้นด้วย สินค้าที่มีวางจำหน่ายในร้านค้าปลอดอากรในเมืองไม่ได้มีแต่สินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศเท่านั้น ยังมีสินค้าที่ผลิตในประเทศวางขายด้วย ดังนั้น การเพิ่มจำนวนร้านค้าปลอดอากรจึงเป็นผลดีกับธุรกิจ เอสเอ็มอี ด้วย

เชื่อว่า...เมื่อมีการเปิดเสรี ทาง “คิง เพาเวอร์” เอง ซึ่งเป็นเจ้าพ่อธุรกิจดิวตี้ฟรีทั้งในเมืองและสนามบินมานาน ก็คงไม่ขัดข้อง เนื่องจากได้ประกาศตนเป็นธุรกิจมืออาชีพแล้ว ย่อมพร้อมรับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลง...

ทุกรูปแบบ.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 389