อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

เกรียงศักดิ์ : นายกฯ ผู้ลาออกกลางสภา

ฉะนั้นเพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยระบบรัฐสภา กระผมจึงได้ตัดสินใจดังนี้ กระผมขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ระบบรัฐสภาของประชาธิปไตยดำรงอยู่ตลอดไป ศุกร์ที่ 29 มกราคม 2559 เวลา 00.18 น.

วันนั้นแม้แรงกดดันทางการเมืองจะมีมาก แต่ก็มีคนน้อยมากที่คิดว่านายกรัฐมนตรี พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ จะประกาศลาออกกลางสภา เพราะพลเอกเกรียงศักดิ์เป็นนายทหารเสนาธิการที่มีชื่อมากว่าเป็นนักวางแผนฝีมือดี อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกฯก็ได้ประกาศกลางสภาว่า

ฉะนั้นเพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยระบบรัฐสภา กระผมจึงได้ตัดสินใจดังนี้ กระผมขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ระบบรัฐสภาของประชาธิปไตยดำรงอยู่ตลอดไป ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ท่านเลือกบุคคลที่มีความสามารถดีกว่า เข้าบริหารประเทศและรับใช้ประชาชนและประเทศชาติต่อไป ขอบพระคุณ”

ชีวิตของนายพลเอกทหารบกผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดทางทหารเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เส้นทางชีวิตนำเข้าสู่วงการเมืองทั้งโดยไม่ลงสู่สนามเลือกตั้งและลงแข่งขันในสนามเลือกตั้งได้เป็นผู้แทนราษฎร ได้ตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรีของท่านผู้นี้เริ่มต้นที่มหาชัย หรือจังหวัดสมุทรสาคร ท่านเป็นบุตรของ นายแจ่ม กับ นางเจือ ชมะนันทน์ โดยเกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2460 ที่ตำบลมหาชัย เมื่อแรกนั้นท่านมีชื่อเดิมว่า สมจิตต์ แต่มาเปลี่ยนชื่อภายหลังเป็น เกรียงศักดิ์ คนไทยสมัย หลวงพิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกนั้นได้เปลี่ยนชื่อกันหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารับราชการ ด้วยว่านายกรัฐมนตรีสมัยนั้นอยากให้คนไทยใช้ชื่อให้เป็นคำไทยบ้าง หรือไม่ก็อยากให้เหมาะสมกับเพศบ้าง คือเป็นผู้หญิงก็น่าจะใช้ชื่อที่ฟังดูอ่อนหวาน หรือถ้าเป็นชายก็ให้มีชื่อที่ฟังดูว่าเข้มแข็งเป็นต้น ท่านจะเปลี่ยนชื่อเพราะเหตุใดก็ไม่ทราบ แต่ท่านเรียนวิชาทหารและจบออกมารับราชการเป็นทหาร ชีวิตครอบครัวของท่านนั้นท่านมีภรรยาคือ คุณหญิงวิรัตน์

เมื่อเป็นคนเมืองสมุทรสาคร การศึกษาเบื้องต้นจึงเริ่มที่โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย และเมื่อโตขึ้นก็ได้เข้ามาเรียนในพระนครที่โรงเรียนปทุมคงคา ก่อนที่จะไปเข้าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จนศึกษาจบออกมาเป็นนายทหาร ชีวิตการเป็นทหารของท่านก็มีชื่อเสียง เมื่อประเทศไทยส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเกาหลี ท่านเกรียงศักดิ์ก็เป็นผู้บังคับกองพันทหารราบของไทยไปปฏิบัติการรบด้วยกับกองกำลังของสหประชาชาติ ได้แสดงฝีไม้ลายมือ สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่เล่าขานกันถึง “กองพันพยัคฆ์น้อย” ที่ท่านเป็นผู้บังคับกองพัน

พลเอกเกรียงศักดิ์เป็นนายทหาร ไทยที่มีความสัมพันธ์อันดีกับทางทหารของกองทัพสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ท่านเป็นทหารระดับนายพัน ดังนั้นเมื่อปี 2500 ตอนที่มีการตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันแห่งเอเชีย หรือที่คนไทยรู้จักดีในนาม “สปอ.” หรือ “ซีโต้” ซึ่งสำนักงานเลขาธิการตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ท่านเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ จึงมีตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองการทหารของ สปอ. นี่ก็แสดงว่าท่านเป็นนายทหารที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ดีคนหนึ่ง การทำงานทางทหารของพลเอกเกรียงศักดิ์ได้รุ่งเรืองมาด้วยดีทางด้านเสนาธิการ ท่านได้รับทุนไปศึกษาต่อที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบกของสหรัฐอเมริกา ตำแหน่งทางทหารที่สำคัญที่ท่านได้เป็นก็คือ เสนาธิการทหาร รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ทางด้านการเมืองนั้น แม้ท่านจะเป็นทหารและเป็นข้าราชการประจำ แต่ท่านก็มีโอกาสได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบางตำแหน่งในช่วงชีวิตที่ทำงานประจำทางทหารด้วย ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511 ที่บัญญัติให้มีสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาด้วย ครั้นต่อมาจอมพลถนอม นายกฯ ได้ยึดอำนาจในปี 2514 ท่านก็พ้นสมาชิกภาพสมาชิกวุฒิสภา จนถึงปี 2515 เมื่อมีธรรมนูญการปกครองและมีการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พลเอกเกรียงศักดิ์ ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติอีกเช่นกันและท่านก็ได้รู้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญของไทย นั่นก็คือ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่ทำให้กองทัพถอยออกไปจากวงการเมือง ดังนั้นพลเอกเกรียงศักดิ์จึงเป็นนายทหารที่รอบรู้เรื่องการเมืองไทยที่ดีมากคนหนึ่ง

ครั้นเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นในเวลาดึกสงัดของวันที่ 5 ตุลาคม ต่อเช้ามืดของวันที่ 6 ตุลาคม ปี 2519 อันเป็นโศกนาฏกรรมทางการเมือง เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ที่ไม่ชอบผู้ประท้วง ได้ใช้กำลังและอาวุธปืนบุกเข้าปราบปรามผู้ประท้วงที่รวมตัวกันอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมัยนั้นรัฐบาลที่ปกครองบ้านเมืองเป็นรัฐบาลผสมที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มี ...เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี และท่ามกลางความสับสนทางการเมืองที่ตามมา บทบาททางทหารและบทบาททางการเมืองของพลเอกเกรียงศักดิ์ ก็ปรากฏเด่นชัดขึ้นมา เมื่อคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่มีนายทหารเรือคือ พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ และอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัฐบาลขณะนั้น เป็นหัวหน้าคณะได้เข้าทำการยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาล ในตอนเย็นวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ซึ่งก็สำเร็จลงด้วยดี ดังที่อดีตรัฐมนตรี ได้บันทึกไว้ว่า

คุณเสนีย์เป็นคนไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ไม่เคยปะทะหรือประจันหน้ากับทหารเลย ฉะนั้นเมื่อทหารยึดอำนาจก็ยอมออกจากตำแหน่งดี ๆ มิได้ต่อต้าน ไม่ว่าด้วยวาจาหรือด้วยกำลัง”

ขณะที่พลเอกเกรียงศักดิ์เข้าร่วมยึดอำนาจนั้น ท่านเป็นนายทหารบกที่มีตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่ตำแหน่งสำคัญในคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน คือเป็นเลขาธิการคณะปฏิรูปซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อไป.

นรนิติ เศรษฐบุตร



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 169