อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

‘ดาวอินคา’ถั่วรักษ์หัวใจ ต้านการอักเสบ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

ถั่วดาวอินคายังเป็นแหล่งของวิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในการป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทั้งในร่างกายมนุษย์และการเกิดกลิ่นหืนในอาหา จันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 06.00 น.

แม้เพิ่งผ่านวันวาเลนไทน์ไปสด ๆ ร้อน ๆ แต่บรรยากาศเทศกาลแห่งความรักยังไม่จางหายและในทุกปีเมื่อวันวาเลนไทน์มาถึง หลายคู่รักต่างมองหาคัดสรรสิ่งที่ดี มีความหมายมอบเป็นสื่อแทนความรักความห่วงใยให้แก่กัน

ถั่วเปลือกแข็ง อาจเป็นของขวัญอีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรมอบให้คนรัก เนื่องด้วยมีคุณประโยชน์ที่ดีต่อหัวใจและสุขภาพ โดย ผศ.ดร.พร้อมลักษณ์ สมบูรณ์ปัญญากุล ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลให้ความรู้ว่า หนึ่งในอาหารที่ดีสำหรับหัวใจมากที่สุด คือ กลุ่มของถั่วเปลือกแข็ง โดยองค์กรทางด้านสุขภาพของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง American Heart Association (AHA) แนะนำให้บริโภคถั่วเปลือกแข็งในปริมาณ 1 กำมือต่อวัน (1.5 ออนซ์ หรือ 42.52 กรัม ต่อวัน) เนื่องจากอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจซึ่งประเทศไทยเองมีถั่วเปลือกแข็งหลายชนิด ทั้งที่ปลูกเองได้ในประเทศและนำเข้า อาทิ ถั่วลิสง ถั่วเมคาเดเมีย ถั่วอัลมอนด์ ถั่วพิสตาชิโอ และถั่วดาวอินคา แต่ถั่วที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้เนื่องจากรัฐบาลส่งเสริมให้ปลูกและจัดเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของเมืองไทย คือ ถั่วดาวอินคา

เชื่อว่ามีคนไม่มากที่รู้จักถั่วดาวอินคา เนื่องจากเพิ่งเป็นที่รู้จักในประเทศไทยไม่เกิน 5 ปี โดยเริ่มปลูกที่ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน และ สุโขทัย ภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น เลย และชัยภูมิ นอกจากนี้ยังขยายลงมาปลูกในหลายจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันตก อาทิ นครสวรรค์ ชัยนาท กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ ลพบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี ภาคตะวันออกที่จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราดและภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร”

ถั่วดาวอินคา ( Sacha inchi ) มีถิ่นกำเนิดในป่าอเมซอนของชาวเปรูในทวีปอเมริกาใต้ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่นทั้งในป่าที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 100 เมตร จนถึงป่าที่มีระดับความสูงมากกว่า 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล รู้จักกันในหลากหลายชื่ออาทิ Inca peanut, Wild peanut, Sacha peanut หรือ Mountain peanut หลังจากการเพาะปลูกต้นดาวอินคาประมาณ 5 เดือน ต้นดาวอินคาจะเริ่มออกดอก ดอกมีลักษณะเป็น กลุ่มขนาดเล็ก มีสีขาว ผลเป็นรูปดาว 4-8 แฉก ในแต่ละแฉกจะมีหนึ่งเมล็ด ผลอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล ผลสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี เมื่อกะเทาะเปลือกสีน้ำตาลเข้มออก สามารถนำเมล็ดสีขาวที่อยู่ด้านในมาแปรรูปเพื่อรับประทานได้

ถั่วดาวอินคามีไขมันและโปรตีนสูง มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวโดยเฉพาะโอเมก้า 3 สูงเป็นกรดไขมันจำเป็นซึ่งต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ โดยกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคข้ออักเสบ
รูมาตอยด์

ถั่วดาวอินคายังเป็นแหล่งของวิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในการป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทั้งในร่างกายมนุษย์และการเกิดกลิ่นหืนในอาหาร ป้องกันเซลล์จากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด และยังช่วยต้านการอักเสบ”

นอกจากนี้ยัง มีสารแคโรทีนและสารประกอบโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ลดการอักเสบและลดคอเลสเตอรอลในเลือด โดยจากงานวิจัยของภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า น้ำมันจากถั่วดาวอินคามีปริมาณสารประกอบโพลีนอลทั้งหมดสูงใกล้เคียงกับน้ำมันงา นอกจากนี้ยังมีสารไฟโตสเตอรอลซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีโครง สร้างคล้ายกับคอเลสเตอรอล จึงทำให้มีคุณสมบัติในการยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากอาหารและลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

อีกทั้งมีการศึกษาถึงความเป็นพิษในการบริโภคทั้งในสัตว์ทดลองและในคน พบว่ามีความปลอดภัยสำหรับการบริโภค ซึ่งในแถบลุ่มน้ำอเมซอนได้บริโภคและเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารมาเป็นเวลานาน สำหรับประเทศไทยและในต่างประเทศนิยมนำมาบีบสกัดน้ำมันเพื่อให้ได้น้ำมันบรรจุแคปซูลซอฟต์เจล รับประทานในลักษณะของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง

จากการศึกษาวิจัยของภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าสามารถนำกากถั่วดาวอินคาที่เหลือจากการสกัดน้ำมันไปพัฒนาเป็นคุกกี้และผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวชนิดแท่ง สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการโอทอปยังได้นำถั่วดาวอินคามาคั่วบรรจุถุงจำหน่าย คาดว่าในเวลาอันใกล้นี้จะมีผลิตภัณฑ์จากถั่วดาวอินคาออกสู่ท้องตลาดเพิ่มขึ้น

จากคุณประโยชน์ของถั่วดาวอินคาที่กล่าวมา พบว่าการบริโภคถั่วดาวอินคาอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ซึ่งยังคงต้องศึกษายืนยันผลที่ชัดเจนทางโภชนคลินิกอีกครั้งในมนุษย์ แต่อย่างไรแล้วการรับประทานถั่วเปลือกแข็งน่าจะมีผลดีต่อสุขภาพ

ดังจะเห็นได้จากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้แนะนำแลทางยุโรป โดยกลุ่ม European Food Safety Authority กำหนดคำกล่าวอ้างทางสุขภาพไว้ว่า การกินถั่วเปลือกแข็ง 30 กรัมต่อวันร่วมกับการรับประทานอาหารที่สมดุลจะเป็นผลดีต่อหัวใจ

ผศ.ดร.พร้อมลักษณ์กล่าวเพิ่มเติมว่าหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มได้ที่ promluck.san @ mahidol.ac.th ทั้งเน้นย้ำว่า ควรบริโภคถั่วเปลือกแข็งร่วมกับการรับประทานอาหารตามหลักโภชนบัญญัติ 9 ประการและออกกำลังกายเป็นประจำจึงจะทำให้มีสุขภาพกายและใจที่ดี.

พงษ์พรรณ บุญเลิศ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 337