อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

ทายาทสื่อรัก'ดิว-จินตวีร์' จังหวะหัวใจอยู่ที่ลูกอมอินเตอร์

ดิว-จินตวีร์ อังคเศกวิไล สาวสวย เจนเนอเรชั่นใหม่ ทายาทคนสุดท้องของ “ฮาร์ทบีท” ซึ่งนอกจากเรื่องราวอันยาวนานของแบรนด์ “ลูกอมรูปหัวใจ” แล้ว กับชีวิตของสาวสวยคนนี้ ก็มีแง่มุมที่น่าสนใจ อาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 05.29 น.

"ชื่อของดิวมาจากลูกอมฮาร์ทบีท รสฮันนี่ดิว ที่วางตลาดครั้งแรกตอนปี 2527 คุณแม่เล่าว่า...หลังคุณแม่นับเงินจากยอดขายลูกอมเสร็จก็เข้าโรงพยาบาลไปคลอดดิวเลย ...เป็นเรื่องราวสนุก ๆ เกี่ยวกับตัวเอง ที่ ดิว-จินตวีร์ อังคเศกวิไล สาวสวย เจนเนอเรชั่นใหม่ ทายาทคนสุดท้องของ ฮาร์ทบีท เล่าให้ “ทีมวิถีชีวิต” ฟัง ซึ่งนอกจากเรื่องราว อันยาวนานของแบรนด์ ลูกอมรูปหัวใจ แล้ว กับชีวิตของสาวสวยคนนี้ ก็มีแง่มุมที่น่าสนใจ ซึ่งวันนี้ ณ ที่นี้มีเรื่องราวมานำเสนอ...

ดิว-จินตวีร์ เล่าว่า เธอเป็นลูกสาวคนสุดท้องในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 4 คนของคุณพ่อ-คุณแม่ ไพศาล-อมรรัตน์ อังคเศกวิไล ผู้ก่อตั้งธุรกิจ ลูกอม “ฮาร์ทบีท” โดยมีพี่สาวคนโตชื่อ จิตรดี พูลวรลักษณ์ ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารบริษัท เมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พี่สาวคนรองชื่อ จิตราภา ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เยเนอรัลแคนดี้ จำกัด ส่วนพี่สาวคนที่ 3 ชื่อ จิราภรณ์ ปัจจุบันนี้เป็นเจ้าของธุรกิจจิวเวลรี่แบรนด์ KIMJIOLOGYW

สาวสวยทายาทลูกอมรูปหัวใจ บอกว่า เธอเรียนจบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาคภาษาอังกฤษ) ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะบินไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาดที่ประเทศอังกฤษ โดยหลังเรียนจบกลับมา เธอได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่ห้างเอ็มโพเรียม และบริษัททิสโก้ ก่อนที่จะกลับมาสานต่อธุรกิจลูกอมของครอบครัว ซึ่งสำหรับสาเหตุที่เธอไปทำงานที่อื่นก่อนนั้น เนื่องจากคุณพ่ออยากให้ลูกทุกคนออกไปหาประสบการณ์จากบริษัทอื่น ๆ เพื่อเรียนรู้งาน และเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

“เหมือนคุณพ่อตั้งกฎไว้ เพื่อให้ลูก ๆ ทุกคนต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน เพราะคุณพ่อพูดเสมอว่า อยากให้ลูก ๆ ไปเป็นลูกน้องคนอื่นก่อน ไม่อยากให้เรียนจบแล้วมาเป็นนายเลย เพราะจะทำให้เราไม่เข้าใจพนักงานระดับรองลงมาว่าเขาคิด เขาทำงานกันอย่างไร...เป็น วิชาชีวิตที่สาวสวยคนนี้เรียนรู้จาก เจ้าพ่อลูกอมรูปหัวใจ อย่างคุณพ่อไพศาล

เธอบอกต่อไปว่า หลังไปโลดโผนในยุทธจักรมาระยะหนึ่ง ก็ถึงเวลากลับบ้านมาสานต่อธุรกิจครอบครัว โดยเริ่มงานในตำแหน่งซีเนียร์ โปรดักส์ เมเนเจอร์ มีหน้าที่จัดทำเอกสารเพื่อเสนอให้ผู้บริหารบริษัท รวมถึงตัวประธานบริษัท ซึ่งก็คือคุณพ่อ นอกจากนี้ก็ยังสวมหมวกแบรนด์เมเนเจอร์ ทำหน้าที่บริหารสินค้า ตรวจตลาด เช็กสต๊อก วางแผนการขาย การผลิต ทั้งนี้ เธอยอมรับว่า ตอนไปทำงานข้างนอกนั้นสนุกกว่า เพราะไม่เกร็ง ไม่กดดันเท่ากับทำงานในครอบครัว

ใหม่ ๆ ก็มีกดดันนะ (ยิ้ม ๆ) ก็เคยโดนตำหนิเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเป็นลูกเจ้าของจะไม่โดนนะ เพราะคุณพ่อคุณแม่ถือว่าเราก็เป็นพนักงาน คนหนึ่งเหมือนกัน แต่บางทีก็มีเถียงนะ แค่เฉพาะเรื่องงานนะคะ...ดิว เล่าอย่างอารมณ์ดี

ทั้งนี้ เกี่ยวกับความเป็นมาของลูกอมรูปหัวใจอย่างฮาร์ทบีทนั้น เธอเล่าว่า คุณพ่อได้แรงบันดาลใจเมื่อครั้งไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเห็นขนมรูปหัวใจแล้วอยากนำไอเดียนี้กลับมาพัฒนาทำเป็นลูกอมที่เมืองไทย เพราะไม่มีใครเคยทำมาก่อน ปรากฏว่าพอเปิดตัวสินค้าออกมาก็สร้างความฮือฮาให้ตลาดอย่างมาก และสามารถแจ้งเกิดธุรกิจลูกอมได้ทันที

“คุณพ่อเป็นนักคิด นักประดิษฐ์ แถมเป็นครีเอทีฟด้วย ก่อนจะมาเปิดโรงงานลูกอม คุณพ่อเคยทำโรงงานยามาก่อน สำหรับฮาร์ทบีทนี้ นอก จากจะสร้างความฮือฮาให้ตลาดลูกอมตอนนั้นแล้ว ไอเดียการตลาดของคุณพ่อยังล้ำยุคด้วย แคมเปญหนึ่งที่ฮือฮาจนกลายเป็นปรากฏการณ์คือ หลังเปิดตัวฮาร์ทบีทได้ 3 ปี คุณพ่อได้ไอเดียนำข้อความทำนายรักมาใส่ในฉลากลูกอม ซึ่งยุคนั้นคนฮิตกันมาก...เป็นเรื่องราวหนึ่งในตำนานลูกอมยี่ห้อนี้ที่ ดิว ได้เล่าไว้

สำหรับเรื่องชื่อ อีกเรื่องที่หลายคนอยากรู้ เธอบอกว่า คุณพ่อเป็นคนคิดชื่อ ความหมายคือ “จังหวะของหัวใจ” หรือ “หัวใจที่เต้นอยู่” นั่นเอง ซึ่งชื่อนี้ไม่เคยเปลี่ยนเลย จากวันแรกที่เปิดตัว ในปี 2527จนถึงวันนี้ ชื่อ “ฮาร์ทบีท” มีอายุย่าง 32 ปีแล้ว

จากลูกอมห่อกระดาษธรรมดา ที่ไม่ได้มีข้อความสื่อรักใด ๆ แต่โดดเด่นตรงที่เป็นลูกอมรูปหัวใจ หลังจากนั้นในปี 2530 ก็เริ่มนำข้อความมาพิมพ์ใต้กระดาษห่อ ซึ่งข้อความใต้กระดาษนั้นก็เคยออกมาแล้วหลายชุด เช่น “องศาหัวใจ” “ทายสีหัวใจ” รวมถึงนำดาราเข้ามามีส่วนร่วมกับข้อความใต้กระดาษห่อ เช่น “นิยามรักดารา” จนถึงปี 2547 ก็เปลี่ยนเป็น “ฮาร์ทบีทพูดได้” คือนำข้อความสื่อรักมาพิมพ์ไว้ด้านนอกกระดาษห่อ พอถึงปี 2550 ก็เปิดแคมเปญ “ฮาร์ทบีทเขียนได้” คือสามารถเขียนข้อความลงบนกระดาษห่อลูกอมเพื่อสื่อรัก และ ปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ลูกอมมี 3 กลุ่มใหญ่ คือ ฮาร์ทบีท อินเทรนด์, ฮาร์ทบีท จัมโบ้, ฮาร์ทบีท ฟอร์จูน เลิฟ โดยลูกอมจากไทยแบรนด์นี้นั้น เป็นลูกอมที่มียอดนำเข้า เป็นอันดับ 1 ของประเทศแอฟริกาใต้

ดิว กล่าวว่า หากเปรียบกับคน คงเป็นพี่สาวใจดีคนหนึ่ง ที่ทันสมัย เข้าใจโลก เหมือนพี่อ้อย พี่ฉอด ในเวอร์ชั่นสาว ๆ กับชื่อนี้ก็มีเรื่องน่าประทับใจด้วย คือ มีคุณแม่คนหนึ่งใกล้จะคลอดลูก แล้วมาปรึกษาในแฟนเพจฮาร์ท บีทว่าอยากทราบความหมายจริง ๆ ของฮาร์ทบีทว่าคืออะไร จะคลอดลูกเดือนหน้า อยากจะตั้งชื่อลูกว่าฮาร์ทบีท ทีมงานก็ได้อธิบายไป ปรากฏพอคลอดเสร็จ เขาก็ถ่ายรูปส่งมาให้ดูว่า น้องฮาร์ทบีทคลอดแล้ว เราก็เลยส่งฮาร์ทบีทไปให้เขา

มีความลับอีกเรื่อง ที่ลูกสาวคนสุดท้องอย่าง ดิว แอบเมาท์ โดยเธอเล่า พร้อมกับแอบยิ้ม ว่าแม้คุณพ่อจะเป็นคนคิดเรื่องสื่อรักรูปหัวใจ แต่ตัว จริง ๆ คุณพ่อก็ไม่ได้เป็นคนโรแมนติกขนาดนั้น

สนทนากับนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ ถ้าไม่คุยแง่มุมเกี่ยวกับธุรกิจด้วย ก็ดูจะไม่ครบรส โดย ดิว บอกว่า ตลาดวันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปรวดเร็วมาก แน่นอนเรื่องนี้ทุกธุรกิจก็ย่อมได้รับผลกระทบ ซึ่งในฐานะที่เธอรับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ เธอมองว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่ด้วยจุดเด่นคือคุณภาพและรสชาติที่ดี เมื่อมีจุดนี้ แม้ตลาดจะเปลี่ยนไปอย่างไร สินค้าก็จะยังอยู่ในตลาดได้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ซึ่งกับสินค้าที่เธอดูแล ก็แน่นอนว่ารวมถึงสัญลักษณ์ลูกอม คือหัวใจด้วย

“เรามีลูกค้าที่มีความทรงจำเกี่ยวกับลูกอมเรามากมาย บางคนโตมาพร้อมกับเราด้วยซ้ำ เช่น บางคนอาจมีประสบการณ์แกะลูกอมเรานำไปใส่โหล แอบเอาไปวางบนโต๊ะให้คนที่ชอบสมัยเรียน หรือบางคนเก็บฮาร์ทบีทเม็ดแรกที่ใช้จีบกันไว้จนถึงตอนนี้ก็มี เหมือนเป็นสื่อรัก ซึ่งตรงกับนิยามของฮาร์ทบีท และเมื่อก่อนนี้ก็จะมีแคมเปญให้ส่งการ์ดแต่งงานมา แล้วเราจะเป็นสปอนเซอร์ให้ โดยนำลูกอมไปมอบให้เป็นของชำร่วย ซึ่งถึงจะมีลูกอมรูปแบบอื่น ๆ ในตลาด แต่เมื่อคนคิดถึงรูปหัวใจ ก็ต้องฮาร์ทบีทเท่านั้น นี่เป็นจุดขายที่สตรองมากของเรา แต่โจทย์ต่อไปที่เราคิดคือ ทำยังไงให้ขายได้ทั้งปี จึงต้องมีแคมเปญใหม่ ๆ ที่ชวนคนมาร่วมสนุก ออกมาเรื่อย ๆ อาทิ การเชิญชวนให้คนนำลูกอมไปประดิษฐ์เป็นรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งกระแสตอบรับก็ดีมาก มีคนหนึ่งเจ๋งมาก ๆ เอาลูกอมไปประดิษฐ์เป็นพวงมาลัยให้คุณแม่ในวันแม่ ตรงนี้ก็ตอบโจทย์ว่าลูกอมสื่อรักนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เฉพาะกับคู่รักหรือแฟนเท่านั้น

ดิว ให้ข้อมูลอีกว่า ผลิตภัณฑ์มีรสชาติใหม่ออกมาทุกปี และแตกแบรนด์ใหม่ใช้ชื่อ Heartbeat Corazon และ Frit-C ซึ่งเป็นกลุ่ม Fruit Gummy ที่ขณะนี้ได้รับความนิยมทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังพัฒนาสินค้าใหม่ด้วยการเพิ่มส่วนผสมจากธรรมชาติ และลดน้ำตาลลง รวมถึงเปิดไลน์ผลิตสินค้ากลุ่ม Fruit Snacks รองรับเทรนด์สุขภาพ ซึ่งผลิตภัณฑ์หลายชนิดส่งออกไปขายในหลายประเทศ กว่า 40 ประเทศ บางประเทศก็ซื้อลิขสิทธิ์ไปผลิต เช่น อินเดีย แอฟริกาใต้ โดยตลาดที่มียอดขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอเมริกา ดูไบ คูเวต แอฟริกาใต้ ส่วนอาเซียนตอนนี้ก็มี เมียนมา บรูไน กัมพูชา

สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ นักธุรกิจสาวรายนี้บอกว่า เตรียมขยายตลาดอินเตอร์ ขยายไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งมีศักยภาพเติบโต โดยเฉพาะอาเซียน ซึ่งเธอมีแผนเพิ่มตัวแทนจำหน่าย และเข้าไปร่วมทุนกับตัวแทนจำหน่ายเดิมของประเทศนั้น ๆ อีกทั้งยังวางเป้าจะขยายธุรกิจไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ เธอตั้งเป้าไว้ว่า...จะพยายามทำให้สำเร็จ!!

ปิดท้ายด้วยคำถามสำคัญที่ถามเธอคนนี้ตรง ๆ... “ดูแลลูกอมสื่อรักรูปหัวใจ...แล้วตัวเองมีใครดูแลหัวใจหรือยัง??” ซึ่ง ดิว ยิ้ม พร้อมบอกว่ายังไม่มีเลยค่ะ ต่อให้มีแฟนจริง ๆ ช่วงวันวาเลนไทน์ ก็จะไม่มีโอกาสไปสวีท อยู่แล้ว เพราะต้องทำงานตลอด อย่างวาเลนไทน์ที่ผ่านมาก็ต้องไปจัดกิจกรรมที่บางรัก แต่เรื่องนี้ไม่ซีเรียสนะคะ...”

คุณพ่อบอกว่า สำหรับคุณพ่อนั้น คนที่มาเป็นคู่ชีวิตเรานั้น ไม่ต้องร่ำรวยอะไร ขอแค่เป็นคนดี เราเลยบอกคุณพ่อว่า ขอนิยามคนดีได้ไหม เพราะมันกว้างมาก (หัวเราะ) สำหรับเราเองไม่มีสเปกอะไร ไม่อยากให้มีเงื่อนไขเยอะ เพราะเราเองก็เยอะอยู่แล้ว (หัวเราะ) ขอแค่ขยันทำงาน เป็นคนดี แค่นี้ก่อนก็พอ แต่ก็คงอีกนานค่ะ หรือยังไงไม่รู้นะ...

ตอนนี้ขอแต่งกับงานไปก่อนแล้วกัน”.

ทีมวิถีชีวิต : เรื่อง / จุมพล นพทิพย์ : ภาพ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 413