อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

‘มือถือ ถ่ายจอประสาทตา’ความหวัง คนพื้นที่ห่างไกล

เมื่อโรคเข้าสู่ระยะรุนแรง เส้นเลือดดังกล่าวอาจจะแตก หรือไปดันจอประสาทตาจนหลุด กระทบต่อการมองเห็นถึงขั้นตาบอด ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด อาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2559 เวลา 04.10 น.

ภาวะเบาหวานขึ้นตา เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คนไทยตาบอดมากที่สุด โดยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานประมาณ 6-7 ล้านคน ในจำนวนนี้ต้องสูญเสียการมองเห็นนับหมื่น ๆ รายต่อปี

ทั้งนี้ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า เบาหวานขึ้นตาแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะต้น ซึ่งมักจะไม่แสดงอาการทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ตัวเองว่ามีความผิดปกติ จึงไม่ได้มาพบแพทย์ ทำให้โรคเข้าสู่ ระยะกลาง คือพบเส้นเลือดงอกเพิ่มออกมาจากเส้นเลือดปกติ ต้องรีบยิงเลเซอร์ทำลายเส้นเลือดงอกนั้นให้ได้ ก่อนที่จะเข้าสู่ ระยะรุนแรง

เมื่อโรคเข้าสู่ระยะรุนแรง เส้นเลือดดังกล่าวอาจจะแตก หรือไปดันจอประสาทตาจนหลุด กระทบต่อการมองเห็นถึงขั้นตาบอด ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะกลับมามองเห็นเป็นปกติ ที่ผ่านมามีน้อยกว่า 10% ที่สามารถกลับมามองเห็นได้

เราพบว่าคนที่เป็นโรคเบาหวานมานานกว่า 5 ปี มีโอกาสที่เบาหวานขึ้นตาได้ 15% ถ้าเป็นมา 10 มีโอกาสมากถึง 20-30% ดังนั้นผู้ป่วยต้องรับการตรวจตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อที่ว่าหากมีความผิดปกติจะได้รักษากันตั้งแต่เนิ่น ๆ ป้องกันภาวะตาบอดจากโรคเบาหวาน”

หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา ยังบอกว่า เครื่องถ่ายภาพจอประสาทตาที่มีประสิทธิภาพสูงในปัจจุบันค่อนข้างมีขนาดใหญ่ และราคาแพง ในพื้นที่ต่างจังหวัดจะมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้จัดซื้อไว้ใช้ที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกจังหวัดจะสามารถซื้อ ส่งผลให้ ยังมีผู้ป่วยเบาหวานเข้าถึงการคัดกรองสุขภาพตาค่อนข้างลำบาก

ดังนั้นต่อมาจึงมีการพัฒนาเครื่องถ่ายจอประสาทตาชนิดมือถือ ทำให้สะดวกในการเข้าไปหาผู้ป่วยตามสถานที่ต่าง ๆ ได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีราคาแพงอยู่ ล่าสุดมีการพัฒนาเครื่องถ่ายจอประสาทตาขนาดเล็ก “มินิ ฟันดาส คาเมรา” (Mini fundus camera) ติดตั้งกับสมาร์ทโฟน ราคาเพียงแค่หลักหมื่น

นับเป็นมิติใหม่ที่จะช่วยให้เข้าถึงผู้ป่วยตามบ้านได้ โดยบุคลากรทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นวิชาชีพใดก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ได้ โดยลงพื้นที่เสร็จแล้วถ่ายจอประสาทตาส่งให้จักษุแพทย์เป็นผู้อ่านผลได้อย่างสะดวก แม้ความคมชัดของภาพยังมีน้อย ไม่เท่าเครื่องถ่ายจอประสาทตารุ่นแรกที่กล่าวไว้แล้ว แต่ก็พออ่านค่าได้

เพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยทางภาควิชาจักษุแพทย์ฯ จึงได้มีความร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์อินเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับปรับคุณภาพของภาพถ่ายจอประสาทตาจากเครื่องมินิฟันดาสคาเมรา ให้มีความคมชัดมากขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาในการพัฒนาประมาณ 2 ปี

“ต้องไม่ลืมว่ายังมีประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอีกมากที่เข้าไม่ถึงการตรวจคัดกรอง หากการพัฒนาโปรแกรมนี้เสร็จ พกมือถือเครื่องเดียว ถ่ายจอประสาทตาตามบ้าน ตามป่า ตามเขาได้อย่างสะดวก” รศ.นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวในตอนท้าย.

อภิวรรณ เสาเวียง



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 299