อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

รถไฟไทย คิดแบบไทย จีนปวดใจ

ประเด็นร้อนที่ครึกโครมในเน็ทจีน คงไม่พ้นเรื่องของ “รถไฟความเร็วสูง” ที่รัฐบาลไทยออกมาเหยียบเบรกอย่างแรง โดยงดการลงทุนร่วมกับจีนในเส้นทางกรุงเทพฯ-โคราช โดยตั้งใจว่าจะดำเนินการเอง ไม่กู้จากจีน อาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 เวลา 00.00 น.

เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น ประเด็นร้อนที่ออกมากล่าวกันอย่างครึกโครมในเน็ทจีน คงไม่พ้นเรื่องของ “รถไฟความเร็วสูง” ที่รัฐบาลไทยออกมาเหยียบเบรกอย่างแรง โดยงดการลงทุนร่วมกับจีนในเส้นทางกรุงเทพฯ-โคราช โดยตั้งใจว่าจะดำเนินการเอง ไม่กู้จากจีน

แม้ว่าไทยเราจะมีการเจรจาและตั้งท่าจะสร้างรถไฟความเร็วสูงมานาน รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่าที่เปลี่ยนหน้ากันไป จากต้นทุนสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนจากรถไฟความเร็วสูงเป็นความเร็วปานกลาง จนมีมติมาว่า จะชะลอการสร้างก่อน ไม่ทำทั้งหมด เนื่องจากเรามีขีดความสามารถที่จำกัดในเรื่องรายได้ของประเทศ

ซึ่งเมื่อเรื่องดำเนินมาจนป่านถึงนี้แล้ว ไม่ว่าจะร่วมญี่ปุ่น หรือร่วมกับจีน หรือไม่ร่วมกับใครก็ตาม คนที่น่าจะร้องเพลงร้องว่า “เซ็ง” จัง หรือลุกมาโวยวายนั้น น่าจะเป็นคนไทยมิใช่หรือ แต่กลับกลายเป็นว่า คนที่ออกมาบ่นว่าและไม่พอใจ กลับเป็นคนจีนในประเทศจีน

ในข้อแรกคือ การที่ไทยไม่กู้จีนนั้น ข้อนี้จีนเห็นว่าปัญหาไม่ใหญ่ อยากกู้หรือไม่กู้ ก็แล้วแต่พี่ไทยละกัน แต่ว่าประการที่สองที่จะไม่สร้างทางรถไฟต่อถึงจีนนี่สิ มันน่าจะเป็นอุปสรรคต่อแผนการสร้างทางรถไฟของประเทศจีน

การที่ไทยจะสร้างทางรถไฟเพียงแค่กรุงเทพฯ-โคราช ที่มีความยาวถึง 250 กิโลเมตร หากคิดจำนวนเงินที่รัฐบาลต้องลงทุนมหาศาลนั้น จำเป็นที่จะต้องมีคนโดยสารขั้นต่ำ 7,000,000คน/เที่ยวต่อปี จึงจะสามารถคุ้มทุนได้ จำนวนผู้โดยสารมากมายมหาศาลขนาดนี้จะหาที่ไหนได้ ถ้าไม่สร้างต่อไปถึงเมืองคุนหมิงของจีน หากมองแต่อุปสงค์ของคนไทย แม้แต่แค่ดอกเบี้ยเงินกู้ ก็คงจ่ายไม่ได้หรอก

อีกทั้งในเว็บจีนยังวิจารณ์ต่ออีกว่า การสร้างทางรถไฟแค่ระยะสั้นนั้น เป็นการสิ้นคิดทีเดียว เปรียบเสมือนกับการเรือรบที่อยู่ในอ่างน้ำเล็ก ๆ ที่ไม่มีทางเดินต่อไปไหนได้ หรือก็เป็นเพียงโรงแรมห้าดาว ที่ไม่มีแขกพัก ที่จริงแล้วของบางอย่างประหยัดได้ บางอย่างก็ไม่ควรประหยัดเลย ช่างไม่มีวิสัยทัศน์เสียจริง ๆ นี่ไม่ใช่เป็นการประหยัดเงินที่ยังไม่ได้ใช้ หากแต่เป็นการทิ้งเงินที่ใช้ไปแล้วต่างหาก

นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญของจีนออกมาแสดงความเห็นว่า เส้นทางรถไฟไทยนั้น เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของแผนรถไฟจีนที่จะลงไปประเทศเพื่อนบ้าน เราควรที่จะคิดต่อถึงเส้นทางสายตะวันออกที่เชื่อมต่อเวียดนาม และในขณะเดียวกัน ก็ต้องเชื่อมต่อด้านตะวันตกกับเมียนมาร์ หากว่าจีนสามารถเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟกับประเทศอื่นได้แล้ว ไทยต่างหากเล่า ที่จะต้องรู้สึกแย่ ความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศต่างได้ประโยชน์คือ “ยุทธศาสตร์วิน-วิน” ซึ่งจีนเองจะต้องเปลี่ยนจากยุทธศาสตร์เชิงรับเป็นเชิงรุกแทน ให้ประเทศต่าง ๆ อยากจะมาแย่งกันร่วมมือสร้างทางรถไฟ และทำให้ประเทศที่ไม่ได้ร่วมมือกับจีน ต้องเสียผลประโยชน์

นักวิชาการจีนยังกล่าวว่า ประเทศจีนควรจะแสดงให้ไทยได้ตระหนักถึงจุดแข็งของจีน เช่นแม้ว่าจีนจะกู้โดยดอกเบี้ยที่สูงกว่าญี่ปุ่นก็ตาม แต่ว่าค่าก่อสร้างของจีนถูกกว่าญี่ปุ่นมาก เกือบจะครึ่งต่อครึ่ง หรือหนึ่งในสามเลยทีเดียว ทั้งยังได้กล่าวเตือนบรรดานักธุรกิจจีนด้วยว่า ในการเจรจากับประเทศอื่นนั้น แม้ว่าเราจะใช้นโยบายที่พิเศษแต่ก็อย่าถึงกับให้เค้าจูงจมูกเราเดิน อีกทั้งการเจรจากับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีวัฒนธรรมที่ต่างกัน จีนรีบ แต่ประเทศเหล่านี้ไม่รีบ เป็นพวกชิล ๆ สบาย ๆ เราใช้เวลาเพียง 3ปี แต่ประเทศเหล่านี้กลับใช้เวลาถึง 10-20 ปี

พูดอีกก็ถูกอีก...ในรูปแบบของจีน แต่ทำไมไทยเราต้องทำตามความต้องการของจีนด้วยหรือ เราค่อย ๆ ทำตามที่เราเห็นควรและเหมาะสมกับฐานะประเทศและคนของเราดีกว่าไหม เราจำเป็นต้องเกาะติดความเจริญขนาดนั้นเพื่ออะไร เพื่อสร้างเส้นทางขนส่งสินค้าให้กับจีนตอนใต้ เพื่อออกสู่ทะเลอย่างรวดเร็วขึ้นหรือไม่ และถ้าเราสร้างทางรถไฟต่อไปตามแผน จนประชิดจีน ใครจะได้ประโยชน์มากที่สุด ต่อไปคนจีนมิเดินกันเต็มถนนเมืองไทยเลยหรือ อาชญากรรม ของปลอม มิเต็มบ้านเต็มเมืองหรอกหรือ

ขอที่ว่างให้เราได้หายใจโล่ง ๆ แบบไทย ๆ ดีกว่าไหม ให้เราได้มีชีวิตแบบขี้เกียจในสายตาคนจีน แต่ว่า “ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์แบบนี้มิใช่หรือ ที่คนจีนอิจฉา” จนมีคนจีนที่มาติดใจเมืองไทยไม่กลับประเทศจำนวนมาก ทั้งที่ถูกและผิดกฎหมาย

คนไทยเราโชคดีที่เกิดมาในแบบของเรา ที่ไม่ต้องแข่งกันเอาเป็นเอาตายในทุกเรื่อง “แย่งกันเกิด แย่งกันกิน แย่งกันอยู่ แย่งกันป่วย และแย่งกันตาย”

เราเดินตามรอยพ่อหลวงที่ให้ “อยู่อย่างพอเพียง” เพราะในที่สุด คนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากมายไปกว่า “ความสุขในรูปแบบง่ายๆ และใช้ชีวิตอย่างมีสติ”

…................................

คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน

โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”

ภาควิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 509