อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นสะเทือนถึงไทย จี้รัฐศึกษารอยเลื่อนจริงจัง

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 เม.ย. เวลา 23.25 น. ความลึก 21 กิโลเมตร ขนาด 7.0 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 ราย อังคารที่ 19 เมษายน 2559 เวลา 05.32 น.

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นสะเทือนถึงไทย

นักวิชาการจี้รัฐศึกษารอยเลื่อนจริงจัง

“จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่บริเวณใกล้ชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์เมื่อวันที่ 17 เม.. เวลา 06.58 . เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7.5 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 ราย และจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 เม.. เวลา 23.25 . ความลึก 21 กิโลเมตร ขนาด 7.0 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 ราย และเกิดแผ่นดินไหวตาม (Aftershock) ขนาด 4.0-5.0 จำนวน 8 ครั้ง, ขนาดตั้งแต่ 5.0 ขึ้นไป 6 ครั้ง”

ข้อมูลข้างต้นคือภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาซึ่งสร้างความสูญเสียให้ประเทศญี่ปุ่นและประเทศเอกวาดอร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ในญี่ปุ่น ถือว่าเกิดขึ้นใกล้ ๆ กันในระยะเวลาแค่ 2 วัน และที่สำคัญคือมีกลุ่มคนไทยจำนวนหนึ่งที่เดินทางไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่นช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ได้รับผลกระทบด้วยรวมถึงคนไทยที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นก็ได้รับความเดือดร้อนแต่ยังไม่มีรายงานตัวเลขว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในญี่ปุ่น

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แจ้งว่า สถานการณ์ปัจจุบันแผ่นดินไหวนั้นจำนวนผู้เสียชีวิตยังไม่มียืนยันว่าเป็นคนไทยและมีการส่งรถโดยสารประจำทางรับคนไทยออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยัง จ.ฟุกุโอกะ เพื่อรับความช่วยเหลือในชั้นต่อไปเป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามต้องถือว่าการเข้าช่วยเหลือของทางการญี่ปุ่นต่อผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวในครั้งนี้เป็นไปอย่างมีระบบเหมือนดังทุกครั้งที่ผ่านมารวมถึงมีการเตือนภัยแผ่นดินไหวได้ดีในระดับหนึ่งด้วยซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียไม่มากเหมือนดังเช่นสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น

รศ.ดร.ปัญญา จารุศิริ อาจารย์และนักวิจัยด้านธรณีวิทยาแผ่นดินไหวจากภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจว่าเราไม่สามารถทำนายแผ่นดินไหวได้ แต่สามารถเตือนล่วงหน้าได้ซึ่งเทคโนโลยีดีที่สุดตอนนี้สามารถเตือนแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้า 4 วินาทีจากการตรวจวัดคลื่นแผ่นดินไหวนำ (foreshock) ที่จะเกิดก่อนแผ่นดินไหวหลัก (mainshock) 4 วินาที โดยญี่ปุ่นได้ลงทุนในเรื่องนี้โดยเห็นประโยชน์ที่ว่าอย่างน้อยสามารถรักษาชีวิตประชาชนได้ 40,000 คน เนื่องจากญี่ปุ่นมีอัตราการใช้รถไฟใต้ดินวินาทีละ 10,000 คน ซึ่งหากเตือนล่วงหน้าได้ ผู้คนที่กำลังใช้รถไฟใต้ดินสามารถหาที่หลบภัยในจุดที่แข็งแรงที่สุดภายในสถานีรถไฟได้

“แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่กระทบมาถึงประเทศไทยแต่จะมีผลกระทบในเรื่องของมีคนไทยในญี่ปุ่นทั้งนักท่องเที่ยวและคนที่อาศัยในญี่ปุ่นว่าจะได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแค่ไหน และการเกิดแผ่นดินไหวทุกครั้งไม่ได้ก่อให้เกิดสึนามิเสมอไปการเกิดสึนามิมีเงื่อนไขอีกหลายอย่างด้วยกัน” รศ.ดร.ปัญญา กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ภาสกรปนานนท์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแผ่นดินไหวและธรณีแปรสัณฐานของโลก (SEIS-SCOPE) ภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เขียนบทความเรื่อง “ข้อสังเกตจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น” ไว้ว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.2-7.0 ที่เกิดต่อเนื่องกันช่วงวันที่ 14-15 เม.ย. 59 ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นบริเวณกว้าง

สิ่งที่ค่อนข้างจะแปลก สำหรับแผ่นดินไหวในครั้งนี้ก็คือส่วนมากแผ่นดินไหวที่เกิดในบริเวณนี้จะเป็นแผ่นดินไหวระดับลึกซึ่งเกิดตามแนวของแผ่นธรณีทะเลฟิลิปปินส์ที่มุดตัวลงไปข้างใต้แผ่นธรณียูเรเชีย มีรายงานว่าในรอบประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา มีแผ่นดินไหวระดับตื้น (ความลึกน้อยกว่า 50 กิโลเมตร) ที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เกิดขึ้นในรัศมี 100 กิโลเมตรจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ เพียงแค่ 13 ครั้งเท่านั้น และทำให้เกิดความเสียหายไม่มากนักแต่แผ่นดินไหวครั้งนี้กลับเกิดขึ้นในระดับตื้นและทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก

ข้อสังเกตอีกประการได้แก่ก่อนเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ในครั้งนี้เพียง 1 วัน ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.2 และแผ่นดินไหวตามขนาดปานกลางอีกหลายครั้งจึงมีความเป็นไปได้ว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มีโอกาสถ่ายทอดพลังงานและทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ตามมาได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มสนใจในประเด็นนี้มากขึ้นดังเช่นการเกิดชุดแผ่นดินไหวในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หรือการเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลีเป็นต้นซึ่งคงต้องศึกษากันต่อไป

“สำหรับประเทศไทยเองผลกระทบทางอ้อมที่ตามมาสู่สังคมไทยก็คือความวิตกกังวลของแผ่นดินไหวครั้งนี้ว่าจะส่งผลต่อรอยเลื่อนต่าง ๆ ในประเทศไทยอย่างไรบ้างแต่ปัญหาที่สำคัญของประเทศไทยก็คือเรามีการศึกษาด้านแผ่นดินไหวในประเทศไทยค่อนข้างน้อยมากเนื่องจากภัยแผ่นดินไหวถูกมองว่ามีโอกาสเกิดน้อยกว่าน้ำท่วมหรือภัยแล้งและภัยอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าทำให้รัฐบาลที่ผ่านมาแทบทุกยุคสมัยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาด้านรอยเลื่อนและแผ่นดินไหวน้อยมาก ๆ”

เราอาจจะพอทราบตำแหน่งรอยเลื่อนมีพลังว่าวางตัวอยู่บริเวณไหนบ้างแต่รอยเลื่อนที่สำคัญคือรอยเลื่อนที่วางตัว
ซ่อนอยู่ (hidden fault) ซึ่งถ้าวางตัวอยู่ใกล้ ๆ เมืองหรือกลางเมืองใหญ่แล้วเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาความเสียหายจะรุนแรงอย่างมาก

แม้ในบ้านเราเองแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ที่อ.แม่ลาว จ.เชียงรายซึ่งเกิดในพื้นที่ที่ชุมชนไม่หนาแน่นมากนักความเสียหายยังมีมูลค่าสูงถึงเกือบหนึ่งหมื่นล้านบาทการที่เราให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนน้อยทำให้เราไม่มีโอกาสทราบได้เลยว่ารอยเลื่อนในบ้านเราได้รับพลังงานสะสมไว้มากน้อยแค่ไหนแล้วและมีความเสี่ยงแค่ไหนที่จะเกิดแผ่นดินไหวในอนาคต เราจึงไม่ควรประมาทเช่นกัน.



ทีมข่าวเฉพาะกิจ : รายงาน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 457