อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กรกฎาคม 2561

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นสะเทือนถึงไทย จี้รัฐศึกษารอยเลื่อนจริงจัง

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 เม.ย. เวลา 23.25 น. ความลึก 21 กิโลเมตร ขนาด 7.0 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 ราย อังคารที่ 19 เมษายน 2559 เวลา 05.32 น.

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นสะเทือนถึงไทย

นักวิชาการจี้รัฐศึกษารอยเลื่อนจริงจัง

“จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่บริเวณใกล้ชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์เมื่อวันที่ 17 เม.. เวลา 06.58 . เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7.5 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 ราย และจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 เม.. เวลา 23.25 . ความลึก 21 กิโลเมตร ขนาด 7.0 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 ราย และเกิดแผ่นดินไหวตาม (Aftershock) ขนาด 4.0-5.0 จำนวน 8 ครั้ง, ขนาดตั้งแต่ 5.0 ขึ้นไป 6 ครั้ง”

ข้อมูลข้างต้นคือภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาซึ่งสร้างความสูญเสียให้ประเทศญี่ปุ่นและประเทศเอกวาดอร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ในญี่ปุ่น ถือว่าเกิดขึ้นใกล้ ๆ กันในระยะเวลาแค่ 2 วัน และที่สำคัญคือมีกลุ่มคนไทยจำนวนหนึ่งที่เดินทางไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่นช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ได้รับผลกระทบด้วยรวมถึงคนไทยที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นก็ได้รับความเดือดร้อนแต่ยังไม่มีรายงานตัวเลขว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในญี่ปุ่น

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แจ้งว่า สถานการณ์ปัจจุบันแผ่นดินไหวนั้นจำนวนผู้เสียชีวิตยังไม่มียืนยันว่าเป็นคนไทยและมีการส่งรถโดยสารประจำทางรับคนไทยออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยัง จ.ฟุกุโอกะ เพื่อรับความช่วยเหลือในชั้นต่อไปเป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามต้องถือว่าการเข้าช่วยเหลือของทางการญี่ปุ่นต่อผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวในครั้งนี้เป็นไปอย่างมีระบบเหมือนดังทุกครั้งที่ผ่านมารวมถึงมีการเตือนภัยแผ่นดินไหวได้ดีในระดับหนึ่งด้วยซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียไม่มากเหมือนดังเช่นสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น

รศ.ดร.ปัญญา จารุศิริ อาจารย์และนักวิจัยด้านธรณีวิทยาแผ่นดินไหวจากภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจว่าเราไม่สามารถทำนายแผ่นดินไหวได้ แต่สามารถเตือนล่วงหน้าได้ซึ่งเทคโนโลยีดีที่สุดตอนนี้สามารถเตือนแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้า 4 วินาทีจากการตรวจวัดคลื่นแผ่นดินไหวนำ (foreshock) ที่จะเกิดก่อนแผ่นดินไหวหลัก (mainshock) 4 วินาที โดยญี่ปุ่นได้ลงทุนในเรื่องนี้โดยเห็นประโยชน์ที่ว่าอย่างน้อยสามารถรักษาชีวิตประชาชนได้ 40,000 คน เนื่องจากญี่ปุ่นมีอัตราการใช้รถไฟใต้ดินวินาทีละ 10,000 คน ซึ่งหากเตือนล่วงหน้าได้ ผู้คนที่กำลังใช้รถไฟใต้ดินสามารถหาที่หลบภัยในจุดที่แข็งแรงที่สุดภายในสถานีรถไฟได้

“แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่กระทบมาถึงประเทศไทยแต่จะมีผลกระทบในเรื่องของมีคนไทยในญี่ปุ่นทั้งนักท่องเที่ยวและคนที่อาศัยในญี่ปุ่นว่าจะได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแค่ไหน และการเกิดแผ่นดินไหวทุกครั้งไม่ได้ก่อให้เกิดสึนามิเสมอไปการเกิดสึนามิมีเงื่อนไขอีกหลายอย่างด้วยกัน” รศ.ดร.ปัญญา กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ภาสกรปนานนท์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแผ่นดินไหวและธรณีแปรสัณฐานของโลก (SEIS-SCOPE) ภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เขียนบทความเรื่อง “ข้อสังเกตจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น” ไว้ว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.2-7.0 ที่เกิดต่อเนื่องกันช่วงวันที่ 14-15 เม.ย. 59 ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นบริเวณกว้าง

สิ่งที่ค่อนข้างจะแปลก สำหรับแผ่นดินไหวในครั้งนี้ก็คือส่วนมากแผ่นดินไหวที่เกิดในบริเวณนี้จะเป็นแผ่นดินไหวระดับลึกซึ่งเกิดตามแนวของแผ่นธรณีทะเลฟิลิปปินส์ที่มุดตัวลงไปข้างใต้แผ่นธรณียูเรเชีย มีรายงานว่าในรอบประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา มีแผ่นดินไหวระดับตื้น (ความลึกน้อยกว่า 50 กิโลเมตร) ที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เกิดขึ้นในรัศมี 100 กิโลเมตรจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ เพียงแค่ 13 ครั้งเท่านั้น และทำให้เกิดความเสียหายไม่มากนักแต่แผ่นดินไหวครั้งนี้กลับเกิดขึ้นในระดับตื้นและทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก

ข้อสังเกตอีกประการได้แก่ก่อนเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ในครั้งนี้เพียง 1 วัน ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.2 และแผ่นดินไหวตามขนาดปานกลางอีกหลายครั้งจึงมีความเป็นไปได้ว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มีโอกาสถ่ายทอดพลังงานและทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ตามมาได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มสนใจในประเด็นนี้มากขึ้นดังเช่นการเกิดชุดแผ่นดินไหวในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หรือการเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลีเป็นต้นซึ่งคงต้องศึกษากันต่อไป

“สำหรับประเทศไทยเองผลกระทบทางอ้อมที่ตามมาสู่สังคมไทยก็คือความวิตกกังวลของแผ่นดินไหวครั้งนี้ว่าจะส่งผลต่อรอยเลื่อนต่าง ๆ ในประเทศไทยอย่างไรบ้างแต่ปัญหาที่สำคัญของประเทศไทยก็คือเรามีการศึกษาด้านแผ่นดินไหวในประเทศไทยค่อนข้างน้อยมากเนื่องจากภัยแผ่นดินไหวถูกมองว่ามีโอกาสเกิดน้อยกว่าน้ำท่วมหรือภัยแล้งและภัยอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าทำให้รัฐบาลที่ผ่านมาแทบทุกยุคสมัยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาด้านรอยเลื่อนและแผ่นดินไหวน้อยมาก ๆ”

เราอาจจะพอทราบตำแหน่งรอยเลื่อนมีพลังว่าวางตัวอยู่บริเวณไหนบ้างแต่รอยเลื่อนที่สำคัญคือรอยเลื่อนที่วางตัว
ซ่อนอยู่ (hidden fault) ซึ่งถ้าวางตัวอยู่ใกล้ ๆ เมืองหรือกลางเมืองใหญ่แล้วเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาความเสียหายจะรุนแรงอย่างมาก

แม้ในบ้านเราเองแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ที่อ.แม่ลาว จ.เชียงรายซึ่งเกิดในพื้นที่ที่ชุมชนไม่หนาแน่นมากนักความเสียหายยังมีมูลค่าสูงถึงเกือบหนึ่งหมื่นล้านบาทการที่เราให้ความสำคัญกับการศึกษาด้านแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนน้อยทำให้เราไม่มีโอกาสทราบได้เลยว่ารอยเลื่อนในบ้านเราได้รับพลังงานสะสมไว้มากน้อยแค่ไหนแล้วและมีความเสี่ยงแค่ไหนที่จะเกิดแผ่นดินไหวในอนาคต เราจึงไม่ควรประมาทเช่นกัน.



ทีมข่าวเฉพาะกิจ : รายงาน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 457