อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562

รำลึก 30 ปี เชอร์โนบิล

เหตุไม่คาดฝันอันเป็นผลมาจากมาตรการด้านความปลอดภัยที่ไม่รัดกุมมากพอ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 เม.ย. 2529 ที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 ของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิล เสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 เวลา 03.09 น.

เป็นระยะเวลากว่า 30 ปี นับแต่เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลในยูเครน ซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งทางตรงและโดยอ้อม รวมไปถึงผลกระทบจากกัมมันตรังสีที่แพร่กระจายไปในวงกว้าง จนทำให้ทั่วโลกต้องหันกลับมามองใหม่เกี่ยวกับความเสี่ยงและความคุ้มค่าในการพึ่งพาพลัง งานนิวเคลียร์ แม้จะผ่านไปนานหลายทศวรรษ แต่มันยังคงเป็นฝันร้ายอันแจ่มชัดที่ยังตามหลอกหลอนใครหลาย ๆ คน

เหตุไม่คาดฝันอันเป็นผลมาจากการขาดประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่และมาตรการด้านความปลอดภัยที่ไม่รัดกุมมากพอ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 เม.ย. 2529 ที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 ของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิลในเมืองพรีเพียตที่อยู่ถัดขึ้นไปทางตอนเหนือของกรุงเคียฟราว 100 กิโลเมตร เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิของแกนเตาปฏิกรณ์ให้เย็นลงได้ ทำให้เกิดระเบิดที่มีพลังมหาศาลและเพลิงไหม้ที่โหมกระหน่ำเผาผลาญนานต่อเนื่องถึง 10 วัน

รัฐบาลโซเวียตเกณฑ์เจ้าหน้าที่รัฐราว 600,000 คน รวมเป็นกลุ่มที่ได้รับการขนานนามว่า “ผู้ชำระ” เข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุเพื่อควบคุมเพลิง ซึ่งไม่เพียงต้องเผชิญกับการระเบิดและเพลิงไหม้รุนแรง แต่ยังต้องตกอยู่ในความเสี่ยงในการได้รับกัมมันตภาพรังสีในระดับเข้มข้นจากยูเรเนียมกว่า 200 ตันที่รั่วไหลอยู่ในพื้นที่โรงไฟฟ้า ขณะที่ควันพิษได้พากัมมันตภาพรังสีแผ่กระจายปกคลุมพื้นที่ราว 3 ใน 4 ของยุโรป

เหตุที่เกิดขึ้นถูกปกปิดเป็นความลับ ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับข่าวเพียงเล็กน้อยที่เล็ดลอดจากสื่อต่างชาติ ขณะที่กระบอกเสียงรัฐบาลพยายามชี้ให้เห็นว่าเป็นการโจมตีแบบชวนเชื่อของฝ่ายตรงข้ามท่ามกลางสมรภูมิสงครามเย็น กระทั่งทางการสวีเดนซึ่งอยู่อีกมุมของทวีปยุโรปตรวจพบปริมาณที่เพิ่มสูงอย่างผิดปกติของระดับกัมมันตรังสีในอากาศ จึงมีการเตือนภัยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 28 เม.ย. หรือราว 2 วันหลังเกิดเหตุ

ถึงกระนั้นรัฐบาลโซเวียตก็ยังคงปิดปากเงียบในเรื่องนี้อยู่พักใหญ่ ก่อนที่ประธานาธิบดีมิคาอิล กอร์บาชอฟ จะออกมายอมรับถึงหายนะภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พ.ค. โดยได้มีคำสั่งอพยพประชาชนนับแสนในพื้นที่เมืองพรีเพียตและในรัศมี 30 กิโลเมตรโดยรอบโรงไฟฟ้า

มีรายงานการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ที่เข้าควบคุมเหตุและคนงานของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์รวมราว 30 ราย แต่เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการระเบิดหรือเพลิงไหม้ทั่วไป สารกัมมันตภาพรังสีที่แพร่กระจายออกมาปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมและแฝงอยู่ในตัวผู้คน รายงานขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากเหตุระเบิดเชอร์โนบิลอยู่ที่ราว 9,000 ราย ขณะที่กลุ่มกรีนพีซแย้งว่าจำนวนที่แท้จริงอาจสูงถึงราว 90,000 ราย

การเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากผลของกัมมันตภาพรังสีจากเหตุเชอร์โนบิลยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันสถานที่เกิดเหตุยังไม่ได้รับการควบคุมความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ขณะที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ ทั้งชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงกลุ่มผู้ชำระซึ่งเปรียบได้กับวีรบุรุษผู้เสียสละ กลับถูกละเลยจากภาครัฐในการเยียวยารับผิดชอบ

ด้านการจัดการพื้นที่จุดเกิดเหตุ ได้มีความพยายามสร้างเกราะป้องกันการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีจากเตาปฏิกรณ์นับตั้งแต่เกิดเหตุ โดยเมื่อปี 2553 กว่า 40 ประเทศได้ร่วมสมทบทุนราว 2,100 ล้านยูโร (ราว 83,500 ล้านบาท) ในการก่อสร้างโดมขนาดใหญ่เพื่อคลุมทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งนอกจากจะป้องกันการรั่วไหลแล้ว ยังติดตั้งอุปกรณ์เพื่อใช้ในการกำจัดสารพิษที่เป็นอันตรายด้วย

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นานาชาติได้ระดมทุนเพิ่มอีก 87.5 ล้านยูโร (ราว 3,407 ล้านบาท) เพื่อจัดสร้างคลังเก็บกากของเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งหวังว่าจะสามารถรับประกันความปลอดภัยในชีวิตของลูกหลานชาวยูเครนในอนาคตได้.




เลนซ์ซูม



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32