อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

สโลว์ไลฟ์ที่ "ชอนจู" และ "ยอซู"

"เกาหลีใต้” ประเทศที่ส่งออกวัฒนธรรมด้านความบันเทิงจนโด่งดังและได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทำให้ผู้คนหลงใหลความสวยงามอยากเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง อาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2559 เวลา 03.00 น.

"เกาหลีใต้ ประเทศที่ส่งออกวัฒนธรรมด้านความบันเทิงจนโด่งดังและได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทำให้ผู้คนหลงใหลความสวยงามอยากเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง วัฒนธรรม เกาหลีใต้ ไม่ได้มีเพียงแค่ในเมืองหลวงอย่าง กรุงโซล แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ยังคงเงียบสงบและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละเมืองให้ได้ค้นหา พร้อมให้นักเดินทางเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวเกาหลีครั้งใหม่

หลังบินตรงจากประเทศไทยสู่สนามบินนานาชาติอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เรามุ่งหน้าสู่เมืองชอนจูในเขตจังหวัดชอลลานัมโดเหนือ ด้วย รถไฟความเร็วสูง เคทีเอ็กซ์ หรือโคเรีย เทรน เอ็กซ์เพรส ที่สถานียงซานในกรุงโซล ใช้เวลาเพียง 2 ชม. ก็เดินทางถึงเมืองที่มีชื่อหมายถึง พื้นที่แห่งความสมบูรณ์ เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม จุดหมายแรกเราจึงไปเรียนรู้วิธีการทำกระดาษเกาหลี หรือเรียกว่า ฮันจิ ที่ หอศิลปะและวัฒนธรรม โคเรีย เทรดดิ ชั่นแนล คัลเจอร์ เซ็นเตอร์ (เคทีซีซี)

ฮันจิมีลักษณะและวิธีการทำคล้ายกระดาษสาของไทย แต่ใช้เยื่อไม้จากต้นมัลเบอร์รี่ที่เก็บเกี่ยวได้เฉพาะช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. แล้วนำไปผ่านกรรมวิธีทั้งแช่ ลอกเปลือกไม้ ต้ม ขูด ทุบ หลากหลายขั้นตอนและใช้เวลานาน โดยใช้รากของต้นพู่ระหงซึ่งเมื่อละลายกับน้ำจะมีความเหนียวทำให้เยื่อไม้เกาะตัวกันจนได้กระดาษเป็นแผ่นตามกรอบไม้ ก่อนกลับยังมีกิจกรรมให้ผู้มาเยือนได้ลองทำกระดาษเกาหลี และนำมาประดิษฐ์เป็นของต่าง ๆ เช่น ถาดกระดาษ โคมไฟ กล่อง หน้ากากหรือดอกไม้ ติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของที่ระลึก



ทว่าจุดไฮไลต์ที่มีชื่อเสียงของเมืองชอนจูที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด คือความสวยงามของบ้านเรือนเกาหลีสมัยโบราณ หรือ ฮันอก ที่มีมากกว่า 700 หลัง ในบริเวณ ฮันอก วิลเลจ หรือหมู่บ้านฮันอก สถานที่ที่ได้รับการกำหนดให้เป็น อินเตอร์เนชั่นแนล สโลว์ ซิตี้ เมื่อ พ.ศ. 2553 ในฐานะเมืองที่เหมาะแก่การพักผ่อนท่ามกลางการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและธรรมชาติ เสมือนให้เราได้เดินย้อนเวลากลับไปในประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ฮอตฮิตถ่ายซีรีส์ย้อนยุคมากมาย อาทิ ลิขิตรัก ตะวัน และจันทรา (Moon Embraces the Sun), บัณฑิตหน้าใส หัวใจว้าวุ่น (Sungkyunkwan Scandal) และ จัสท์ แอน ออดินารี เลิฟ สตอรี่

หมู่บ้านฮันอก เกิดจากในสมัยก่อนกลุ่มชนชั้นสูงและกลุ่มเศรษฐีในเมืองชอนจู ที่มีบ้านเรือนอยู่ภายในเขตกำแพงเมือง มีป้อมปราการไว้เพื่อป้องกันเหล่าโจรและศัตรู เมื่อถึงช่วงที่เกาหลีลงนามในสนธิระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี ทำให้มีชาวญี่ปุ่นเข้ามาและต้องการทำลายกำแพงเมืองเพื่อเข้ามายึดพื้นที่ทำมาหากิน ชนชั้นสูงไม่พอใจจึงรวมกลุ่มกันสร้างบ้านเรือนให้รวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ป้องกันชาวญี่ปุ่นเข้ามาปะปน นั่นก็คือหมู่บ้านฮันอก ในปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม แต่แต่งแต้มให้มีสีสันยิ่งขึ้นด้วยการแต่งกายชุดประจำชาติฮันอกของเหล่านักท่องเที่ยว ที่สามารถหาเช่าได้ตามร้านรวงในหมู่บ้านราคาประมาณ 10,000 วอน ต่อ 4 ชม. ก่อนเดินขึ้นเนินเขาไปเล็กน้อยก็ได้ชื่นชมภาพมุมสูงของหมู่บ้านฮันอกที่ดาษดื่นไปด้วยทะเลหลังคาโบราณ

ภายในบริเวณหมู่บ้านยังมีสถานที่สำคัญอย่าง กยองกิชอน (Gyeon-gijeon) พิพิธภัณฑ์พระบรมสาทิสลักษณ์และศาลบูชาพระเจ้าแทโจ องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซอน แม้อาคารบางส่วนถูกทำลายช่วงสงครามกับญี่ปุ่น (พ.ศ. 2135-2141) แต่ส่วนที่เหลือได้รับการบูรณะในปี พ.ศ. 2157 หากสังเกตจะเห็นว่าฉลองพระองค์ของพระเจ้าแทโจเป็นสีฟ้า ตามหลักปรัชญาของชาวตะวันออกเชื่อว่าตามทิศทางต่าง ๆ ไม่ว่าเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกและศูนย์กลาง ต่างมีความหมาย และทิศตะวันออก หมายถึงการเริ่มต้น โดยมีสีฟ้าเป็นสีประจำทิศ พระองค์จึงทรงเลือกฉลองพระองค์สีฟ้า เพื่อสื่อถึงการเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์โชซอน



ด้านอาหารการกินหากมาเยือนชอนจู เมืองที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก ทางด้านอาหาร ไม่ได้ลิ้มลอง บีบิมบับ หรือข้าวยำเกาหลีก็เหมือนมาไม่ถึง ซึ่งมีร้านอาหารที่ต่างสืบทอดสูตรต้นตำรับมาหลายสิบปีให้ได้ชิมกันหลากหลายร้าน หรือ เมนูคงนามุล กุกบับ ซุปถั่วงอก พิเศษตรงที่ถั่วงอกที่นำมาปรุงอาหารชาวชอนจูภาคภูมิใจว่าเป็นถั่วงอกที่ยาวที่สุด ในซุปใส่พริกเล็กน้อยและด้านล่างมีข้าว คล้ายกับข้าวต้มถั่วงอก เพิ่มอรรถรสในการเคี้ยวด้วยเนื้อปลาหมึกหั่นชิ้นเล็ก ๆ โรยด้านบน นอกจากนี้ยังมีเมนูเส้นอย่าง คัลกุกซู คล้ายบะหมี่ต้มยำใส่ไข่ และคองกุกซู บะหมี่ครีมซอสถั่ว โดดเด่นด้วยเส้นแฮนเมดตัดด้วยมีด ทำจากแป้งที่ได้จากต้นไม้ ใบไม้และดอกไม้

จากนั้นเดินทางต่อไปเมือง ยอซู ในเขต จ.ชอลลานัมโดใต้ ด้วยรถไฟความเร็วสูงเคทีเอ็กซ์ ใช้เวลาเพียง 50 นาที ถึงสถานีซุนชอน แวะชม ดราม่าเซ็ต สถานที่ถ่ายทำละครและซีรีส์เกาหลีหลากหลายเรื่อง ก่อนนั่งรถบัสต่อไปยังเมือง ยอซู เมืองที่ถูกขนานนามว่า เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเกาหลี เพราะมีพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงเป็นเมืองอุตสาหกรรมมีบริษัทโรงน้ำมันชื่อดังและท่าเรือใหญ่ไว้ขนส่ง ขณะเดียวกันยังมีอ่าวและชายหาดที่สวยงามอีกด้วย ใช้เวลาไม่นานระหว่างทางเราสามารถแวะชื่นชมวิวทะเลยอซูและสูดอากาศสดชื่นด้วยการปั่น เรล ไบค์ (Rail Bike) เลียบไปตามริมชายฝั่งเป็นระยะทาง 3.5 กม. ก่อนเดินทางต่อไปยัจุดศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ของเมือง ยอซู เอ็กซ์โป 2012” สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2555 เพื่อจัดงานมหกรรมนานาชาติเกี่ยวกับท้องทะเลและมหาสมุทร ใช้เป็นเวทีในการแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระหว่างนานาประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับท้องทะเลและชายฝั่ง เพื่อหาแนวทางพัฒนาทรัพยากรทางทะเลของโลกให้ยั่งยืน

ภายใน ยอซู เอ็กซ์โป 2012 ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจนอกจากฉากท้องทะเลทรีดีภาพเคลื่อนไหวบริเวณด้านบนเหนือศีรษะตลอดแนวความยาวของอาคารเอ็กซ์โป ดิจิตัล แกเลอรี่ แล้ว ยังมี พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำฮันวฮา อะควา แพลนเน็ต ยอซู พื้นที่กว่า 16,000 ตร.ม. มีพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 280 สายพันธุ์ รวมถึงวาฬเบลูกาและแมวน้ำไบคาล โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่าง ๆ ได้แก่ มารีน ไลฟ์, อะควา ฟอเรสต์ และโอเชียน ไลฟ์ รวมถึงการแสดงของนักดำน้ำในแท็งก์กระจก ส่วนตอนกลางคืนพบกับการแสดงแสง สี เสียง บิ๊ก โอ โชว์ ระบำน้ำพุ ประกอบฉากม่านน้ำขนาดใหญ่ พร้อมเทคนิคแสงเลเซอร์และมัลติมีเดียสุดอลังการ
ไม่ไกลกันมากนักจากยอซู เอ็กซ์โป มีกระเช้าที่เชื่อมต่อระหว่างสะพานยอซู โดลซานและยอซู เอ็กซ์โป พาร์ค เป็นระยะทาง 1.5 กม. ให้นักท่องเที่ยวชื่นชมและเก็บภาพบรรยากาศในมุมสูงของท่าเรือยอซูได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มองเห็นเกาะโอดงโด ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นเกาะที่แยกตัวออกจากแผ่นดินใหญ่ แต่ได้มีการทำทางเชื่อมยาว 786 ม. ให้ข้ามไปสู่เกาะโอดงโดได้อย่างสะดวก



บริเวณรอบเกาะมีทางเดินให้นักท่องเที่ยวเดินเล่น พร้อมสัมผัสกับธรรมชาติ ซึ่งโอดงโดได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่มีความเขียวขจีและอุดมสมบูรณ์ ด้วยต้นไม้ใหญ่โดยเฉพาะต้นโอดงและเป็นแหล่งรวมพันธุ์ดอกไม้กว่า 70 ชนิด โดยเฉพาะ ดอกคามิเลีย สัญลักษณ์ประจำเมืองยอซู จะออกดอกสีแดงเบ่งบานไปทั่วเกาะในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. จึงเป็นเสมือนอีกแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนซึ่งให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสัมผัสกับธรรมชาติในวันหยุด

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี ร่วมกับ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ และ แอร์เอเชียโก ชวนสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในเกาหลีใต้ ด้วยเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) สู่กรุงโซล เกาหลีใต้วันละ 1 เที่ยวบิน ดูรายละเอียดที่ www.airasia.com, www.airasiag.com และ www.kto.or.th หรือ โทร. 0-2611-2731-2.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 59