อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562

ลิ้นสองแฉก

เพื่อตรวจสอบ คุณภาพของข้าว และรับมอบสินค้า ข้าวเหนียว 10 เปอร์เซ็นต์ ตามสัญญาเลขที่ คชก.ชน.(คน.) 13/2559 จำนวนกว่า 39,000 ตัน มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2559 เวลา 01.30 น.


ฉลามได้กลิ่นคาวเลือดจริง ๆ หลังจากปรากฏข่าว “ศาลประเทศอังกฤษ” ตัดสินยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 395 ล้านบาทจาก “นายเจมส์ แมกคอร์มิก” ผู้ต้องหาคดีจำหน่ายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด (จีที 200) และไม่มีชื่อประเทศไทยได้เงินชดเชยจากกรณีนี้

ผมสนับสนุนเต็มที่ กับกระบวนการตรวจสอบ ต้องหามาให้ได้ว่า หน่วยงานรัฐทำไมจัดซื้อโดยไม่มีการตรวจสอบ รัฐบาลชุดไหนซื้อโดยมีนอกมีใน นายทหารคนไหนอยู่เบื้องหลังจัดซื้ออุปกรณ์ชุดนี้ เพราะดูท่าที “พรรคเพื่อไทย” และ “สื่อแดง” คงหมายมั่นปั้นมือ หวังทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เสียเครดิตในเรื่องนี้

ก่อนหน้านั้นมีข่าวว่า คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 5/2555 เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2555 และครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2556 ให้รับกรณีบริษัทเอกชนดังกล่าว เป็นคดีพิเศษทั้งหมด 16 คดี ซึ่งมีหน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้เสียหายได้จัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัยจีที 200 จำนวน 1,398 เครื่อง มูลค่า ความเสียหาย 1,134,218,618 บาท เข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ 15 หน่วยงาน 

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สรุปสำนวน และมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาฐานหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในสภาพ และคุณภาพแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 271 และได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษเมื่อเดือน ธ.ค.2557 และยังได้ประสานขอข้อมูลจากอังกฤษ ซึ่งเมื่อได้พยานหลักฐานส่วนนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะดำเนินการสอบสวนต่อไป

แต่น่าเสียดาย อุตส่าห์ตั้งคำถามทำนองว่า “ปราบโกง” แต่ฝ่ายตรงข้ามเวลามีปัญหา จะฟันทุจริตพวกเดียวกันหรือไม่อยู่ดี ๆ” ดันมาเกิดข่าวฉาวที่เกี่ยวข้องกับ “โครงการรับจำนำข้าว” ขึ้นมาซะอีก เข้าทำนอง “บุญมี แต่กรรมบัง”

ลองมาอ่านข่าวชิ้นนี้กันดูซักหน่อย...นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย และ นายบวรทัต พิชยธนกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิงตั๊ก กรุ๊ป จำกัด เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้ตรวจสอบ การทำงานของโรงสี บริษัทที่ตรวจสอบคุณภาพข้าวที่เกี่ยวข้อง และ เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ซึ่งอาจมีการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ “นายบวรทัต” กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา บริษัท ชิงตั๊ก กรุ๊ป จำกัด ได้ดำเนินการเปิดโกดังคลังสินค้าของ บริษัท สุพรีมไลฟ์ เอเจนซี่ หลังที่ 3 ตั้งอยู่เลขที่ 189 หมู่ 5 ต.ไพรนกยูง อ.หันคา จ.ชัยนาท 

เพื่อตรวจสอบ คุณภาพของข้าว และรับมอบสินค้า ข้าวเหนียว 10 เปอร์เซ็นต์ ตามสัญญาเลขที่ คชก.ชน.(คน.) 13/2559 จำนวนกว่า 39,000 ตัน มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ปรากฏว่า สินค้าที่อยู่ในคลังดังกล่าวเป็นข้าวเจ้าและข้าวดีด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวเสียที่ปะปนอยู่ และถูกอำพรางไว้ โดยมีกระสอบข้าวเหนียวอยู่ล้อมรอบด้านบนและด้านข้าง บริษัทจึงไม่สามารถรับมอบข้าวได้

โดยข้าวที่มีปัญหาเป็นข้าวอยู่ใน โครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาล “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ทาง อคส. ได้เช่าโกดังเก็บข้าวที่ผ่านการแปรรูปเป็นข้าวสารแล้ว และมีโรงสีเป็นผู้รับจำนำข้าวจากเกษตรกร และ มีบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว เป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าวก่อนเข้าคลังสินค้า แต่หลังจากที่บริษัทเข้าตรวจสอบคุณภาพข้าว และเตรียมการรับมอบสินค้า กลับพบว่า ชนิดข้าวไม่ตรงตามสัญญาซื้อขาย

คำถามคือ ทั้งโรงสีผู้ดำเนินการรับจำนำข้าว บริษัทที่ตรวจสอบคุณภาพข้าว และ โรงสีที่เกี่ยวข้องมีข้อพิรุธไม่โปร่งใส ในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ต้องเสียค่าปรับให้กับคู่ค้าจากประเทศจีน เป็นเงินกว่า 400 ล้านบาท โดยไม่รวมมูลค่าของการเสียโอกาส จากการค้าข้าวในสต๊อกนี้ด้วย

อ่านข่าวเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึง “พวกลิ้นสองแฉก” ขึ้นมาทันที “ลิ้นหนึ่ง” รับงานมาทำลายฝ่ายตรงข้าม “ลิ้นหนึ่ง” คอยปกป้องพวกเดียวกันเอง เลยกลายเป็นความไม่น่าเชื่อถือ มาจนถึงวันนี้.

.........................
"เขื่อนขันธ์"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    60%
  • ไม่เห็นด้วย
    40%

บอกต่อ : 34