อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

บทบาทวิศวกรไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0

"Thailand 4.0" เป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ จากที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงาน การรับจ้างผลิต เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและคุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือการบริการ อังคารที่ 23 สิงหาคม 2559 เวลา 10.00 น.


โลกในศตวรรษที่ 21 เป็นโลกของนวัตกรรมที่ผสมผสานกันของเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย ที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งในการทำงาน การทำธุรกิจ และรวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเราทุกๆคน อย่าง “รุนแรง” พูดอีกนัยหนึ่งคือ Disruptive Technology จะนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า Disruptive Innovation และกลายเป็น Disruptive Business ในที่สุด เมื่อโลกเปลี่ยน ประเทศไทยไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไป จึงเป็นที่มาของ "Thailand 4.0" อันเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ จากที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงาน การรับจ้างผลิต เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและคุณค่าของผลิตภัณฑ์หรือการบริการ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้คน ทั้งในด้านสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกทั้งยังมุ่งเน้นความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในการรองรับสังคมผู้สูงวัย (Aging Society) และ การพัฒนาเมืองสู่ความเป็น 'Smart City' หรือเมืองที่อำนวยต่อการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในเมืองอย่างมีคุณภาพ จากการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทั้งการสื่อสาร การเดินทาง การดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย และ ลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม ตลอดจนการออกแบบ การผลิตสินค้าและบริการ และการนำไปใช้ ในรูปแบบใหม่ๆ

หากมองในภาพรวมแล้ว ทุกอาชีพล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาประเทศและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พ่อค้า นักธุรกิจ เกษตรกร ลูกจ้าง ฯลฯ แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงอาชีพ “วิศวกร” ซึ่งเป็นอาชีพที่เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมต่างๆ ตลอดจนการนำไปใช้ประโยชน์ในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม สังคมและตัวเราทุกๆคน จึงอาจกล่าวได้ว่า วิศวกรเป็นกลุ่มบุคคลที่มี “บทบาทสำคัญ” ในยุค Thailand 4.0 ที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และน่าตื่นเต้นมากที่สุดวิชาชีพหนึ่ง

เพราะวิศวกรทำหน้าที่วิเคราะห์ สังเคราะห์ แก้ไขปัญหา และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ หรือ ออกแบบ สร้างให้สิ่งที่มีอยู่แล้วดีกว่าเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับงานสร้างสรรค์ทางศิลปะ จะเห็นว่างานทางศิลปะนั้นเกี่ยวพันกับงานสร้างสรรค์ทางความคิดและทางอารมณ์ แต่ในทางกลับกัน งานสร้างสรรค์ทางวิศวกรรมนั้นเกี่ยวพันกับสิ่งที่จับต้องได้ “ใช้ได้จริง” เป็นพื้นฐานจำเป็นและมีบทบาทในการกำหนดลักษณะชีวิตความเป็นอยู่และความเป็นไปของสังคม เช่น การออกแบบเครื่องใช้ที่อยู่รอบตัวทั้งในบ้านและสำนักงาน เครื่องบิน รถยนต์และการออกแบบอุปกรณ์ที่ใช้ทางการแพทย์ สิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั้งที่เราสัมผัส ได้ยิน มองเห็นล้วนเป็นผลงานการออกแบบและประดิษฐ์ของวิศวกรทั้งสิ้น งานประดิษฐ์และออกแบบของวิศวกรเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อนสังคมทั้งทางด้านความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความปลอดภัยในชีวิต

ยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่ Internet of Thing (IoT) เริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ซึ่งก็คือการใช้เทคโนโลยีช่วยให้สิ่งของต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้เอง ผ่านเครือข่ายมีสาย หรือเครือข่ายไร้สาย ทำให้การทำงานของสิ่งต่างๆ ชาญฉลาดขึ้น และอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตได้มากขึ้น ซึ่งถ้าเป็นก่อนหน้านี้เราอาจนึกไม่ออกว่าสิ่งเหล่านี้จะมีหน้าตาแบบไหน หรือจะมีของแบบนี้อยู่จริงๆ หรือเปล่า แต่ในวันนี้เราได้เห็นแล้วว่าสิ่งของที่ผลิตขึ้นมาเริ่มมีการใส่ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent) และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเข้าไป จากนาฬิกาหรืออุปกรณ์ขนาดเล็ก (Wearables) เป็นบ้านทั้งหลัง (Smart home) จากระบบจัดการฟาร์ม (Smart farming) เป็นระบบจัดการเมืองทั้งเมือง (Smart City) ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกๆคน

สำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์นั้น ถึงแม้ปัจจุบันจะมีเปิดสอนในมหาวิทยาลัย ทั้งรัฐและเอกชน หลายแห่ง และมีผู้ที่จบออกมาแต่ละปีจำนวนมาก แต่ก็ยังเป็นวิชาชีพที่ไม่เคยมีปัญหาจากการว่างงาน โดยเฉพาะในสาขาวิชาหลัก เช่น วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้า และวิศวกรรมเครื่องกล ที่มีการปรับเปลี่ยนให้ทันยุคสมัยของเทคโนโลยีตลอดเวลา หรือ น้องๆ ต้องการเลือกเรียนวิศวะสาขาที่สอดคล้องเฉพาะด้านกับเทรนด์งานในอนาคต เช่น วิศวกรรมยานยนต์ วิศวกรรมอุตสาหการโลจิสติกส์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์หรือระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ ซึ่งเป็นสาขาที่ตรงกับเทรนด์ของอุตสาหกรรม 4.0 ที่กำลังเกิดขึ้น



ทุกหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ถูกออกแบบ ปรับปรุงเนื้อหาวิชาให้ทันต่อยุคสมัย และ การจัดการเรียนการสอน จากตัวจริงประสบการณ์จริง เพื่อมุ่งเน้นให้บัณฑิตที่จบสามารถเป็นวิศวกรที่ทำงานได้ มีบทบาทสำคัญทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการบริการ หรือเป็นผู้ประกอบการได้ ซึ่งส่วนที่สนับสนุนที่สำคัญคือมีห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยและมีการพัฒนาอยู่เสมอ เครือข่ายสถานประกอบการและศิษย์เก่า อันเนื่องมาจากการเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของประเทศ ที่มีประสบการณ์จัดการเรียนการสอนทางด้านวิศวกรรมกว่า 46 ปี เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสในการใช้วิชาความรู้ในที่ทำงานจริง อีกทั้งเป็นการสร้างโอกาสในการได้งานทำ

สำหรับน้องๆ ที่วาดฝันว่าจะเป็นวิศวกรแห่งยุคไทยแลนด์ 4.0 ก็จงเตรียมตัวให้พร้อม แล้วทำความฝันนั้นให้เป็นจริง เพื่อเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศของเราต่อไป


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 33