อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562

ด้วยสายพระเนตรยาวไกล... ประโยชน์ไทย..จาก 'เห็ดหลินจือ'

ทั้งนี้ สำหรับ “เห็ดหลินจือ” ในไทยก็มีการเพาะ โดยเห็ดชนิดนี้จัดเป็นราชาแห่งสมุนไพรจีนที่มีการใช้มานานกว่า 4,000 ปี เป็นทั้งยาอายุวัฒนะ ใช้รักษาโรคต่าง ๆ พฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2559 เวลา 05.00 น.


เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2528 ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริ ให้กรมวิชาการเกษตรจัดหาอุปกรณ์และดำเนินการสาธิตฝึกอบรมการเพาะ “เห็ด” ให้ราษฎรไทย

ยังประโยชน์แก่ราษฎรอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ สำหรับ “เห็ดหลินจือ” ในไทยก็มีการเพาะ โดยเห็ดชนิดนี้จัดเป็นราชาแห่งสมุนไพรจีนที่มีการใช้มานานกว่า 4,000 ปี เป็นทั้งยาอายุวัฒนะ ใช้รักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งนอกจากเภสัชตำรับของจีนที่ระบุว่ามีสรรพคุณเป็นยาบำรุงร่างกาย บรรเทาอาการอ่อนเพลีย แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง รักษาโรคหัวใจ และช่วยให้นอนหลับแล้ว ก็ยังมีคุณค่าทางยาอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง

อาทิ... พอลิแซกคาไรด์ เป็นสารช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย กระตุ้นและเสริมสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยต่อต้านอาการภูมิแพ้ ต่อต้านมะเร็ง ฯลฯ โดยพอลิแซกคาไรด์นี้พบได้ในเห็ดหลินจือสกัด และสปอร์เห็ดหลินจือ ถัดมาคือ ไทรเทอร์ปินส์ มีฤทธิ์ขัดขวางการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งแบ่งไม่ได้และตายไป โดยพบในส่วนของสปอร์มากกว่าดอกเห็ด, ออแกนิกเจอมาเนียม มีฤทธิ์ช่วยกำจัดมะเร็งโดยวิธีการปรับประจุไฟฟ้าในร่างกาย พบได้ทั้งในส่วนที่เป็นดอกเห็ด และสปอร์ รวมถึงยังมี เอนไซม์ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส ที่พบมากในส่วนที่เป็นดอกเห็ด มีสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านสารพิษ และชะลอความชรา



จากกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริ ตามรอยเส้นทางเห็ดหลินจือ “ด้วยสายพระเนตรยาวไกล เพื่อสุขภาพพสกนิกรไทย” ของ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้ทราบถึงเรื่องราวเส้นทางของ “เห็ดหลินจือ” ในประเทศไทย ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

ประเทศไทยมีการศึกษาเห็ดอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2479 มีการนำความรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดเผยแพร่เมื่อปี 2480 มีการจำหน่ายเชื้อเห็ดฟางเมื่อปี 2481 และได้มีการตั้งกลุ่มงานจุลชีววิทยาประยุกต์ กองโรคพืช กรมกสิกรรม กระทรวงเกษตรฯ โดยต่อมากรมกสิกรรมเปลี่ยนชื่อเป็นกรมวิชาการเกษตร และในปี 2528 มีการจัดหาอุปกรณ์และสาธิตอบรมการเพาะเห็ดให้ราษฎร

สำหรับ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ก็ได้มีการทดลองเพาะเห็ดชนิดต่าง ๆ และรวมถึง “เห็ดหลินจือ” ตั้งแต่ปี 2531 โดยมีการมุ่งเน้นเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือ อันสืบเนื่องจากการที่เป็นเห็ดที่มีสรรพคุณทางยา มีราคาสูงโดยใช้ สายพันธุ์ G2 (Ganoderma lucidium2) ในการเพาะเลี้ยง และมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือชนิดต่าง ๆ อาทิ... เห็ดชิ้นแห้ง, เห็ดแกรนูลสำหรับชง, เห็ดหลินจือสกัดบรรจุแคปซูล, เม็ดอมเห็ดหลินจือ, น้ำเห็ดหลินจือกระป๋อง



ในปี 2549 โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้มีการมอบเห็ดหลินจือ สายพันธุ์ G9 ซึ่งได้รับมาจาก Mr.Sun Tong Fu กรรมการบริษัท พิพัฒนาพร จำกัด (MSP) และนางมาลี วัชโรทัย ให้งานจุลชีวประยุกต์นำไปทดลองวิจัยและพัฒนา โดยเห็ดหลินจือสายพันธุ์ G9 นี้เป็นการนำ เห็ดหลินจือเกาหลี และ เห็ดหลินจือป่า สีม่วง มาผสมกัน โดยศาสตราจารย์อี๋ฉวนอี้ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพด้านรักษาโรคนิวส์ไฮต้าเหลียน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยการเกษตรไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน

นอกจากการเพาะเลี้ยงและแปรรูปเห็ดหลินจือที่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา แล้ว ยังมี โครงการ “การวิจัยเห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือในประเทศไทย” เกิดขึ้นภายใต้ โครงการพิเศษสวนเกษตรเมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ช่วงปีงบประมาณ 2551-2554 เพื่อเป็นการต่อยอดในเรื่องงานวิจัยทางการแพทย์ และเภสัชกรรม เพื่อใช้เป็นยาต้านมะเร็ง 

โครงการการวิจัยดังกล่าว เป็นการริเริ่มของสถาบันการแพทย์ไทย-จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับโครงการพิเศษสวนเกษตรเมืองงาย ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ พระตำหนักภูพิงคราช นิเวศน์ สำนักพระราชวัง เป็นการวิจัยแบบบูรณาการด้วยความร่วมมือจาก 12 หน่วยงาน อาทิ... คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, องค์การเภสัชกรรม ฯลฯ



โครงการวิจัยดังกล่าวนี้ เป็นงาน “วิจัยตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ” โดยแบ่งงานวิจัยออกเป็น “4 ขา” 

ขาที่ 1 คือ การเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือ และสปอร์เห็ดหลินจือ ตามแนวทางเกษตรที่ดี (จีเอพี) แรกเริ่มวิจัยด้วยการนำพันธุ์เห็ดหลินจือของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา มาเพาะเลี้ยงที่โครงการพิเศษสวนเกษตรเมืองงาย ปรากฏว่าได้ผลดี จากนั้นจึงได้นำเห็ดหลินจือสายพันธุ์อื่น ๆ จากประเทศอื่นมาทดลอง แล้วเทียบกับสายพันธุ์ที่มีในประเทศไทย

ขาที่ 2 คือ การทดลองในห้องปฏิบัติการ หรือพรี-คลินิก โดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทดสอบเห็ดหลินจือราว 7-8 สายพันธุ์ ที่ให้คุณค่าทางยาสูงที่สุด คุณค่าทางยา ก็เช่น... พอลิแซกคาไรด์, ไทรเทอร์ ปินส์, ออแกนิกเจอมาเนียม ที่มีผลต่อการสร้างภูมิต้านทาน ต้านอนุมูลอิสระของมะเร็ง ซึ่งก็ได้มีการทดสอบถึงผลผลิตที่มีคุณค่าเชิงการลงทุนทางพาณิชย์อีกด้วย โดยสุดท้ายได้ลงตัวที่ สายพันธุ์เมืองงาย 2 หรือ MG2

ขาที่ 3 คือ การใช้รักษา ดำเนินการโดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทดลองใช้ว่าผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายต้องแบบใด? ทานอย่างไร? ทานในปริมาณเท่าไร? จึงจะเพียงพอ และเมื่อราว 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้มีการเปิดเผยผลวิจัยแบบไม่เป็นทางการ โดยยังไม่ได้ตีพิมพ์เป็นเอกสารทางวิชาการ โดยผลวิจัยพบว่า ผลจากการใช้เห็ดหลินจือรักษาโรคมะเร็งเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะมะเร็งทางสูตินรีเวช ได้แก่ มะเร็งมดลูก มะเร็งรังไข่ ในระยะสุดท้าย ซึ่งหยุดการเจริญเติบโต ผู้ป่วยมีอายุยืนขึ้น



ขาที่ 4 คือ การขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ 

แม้ว่าระยะเวลาของโครงการการวิจัยดังกล่าวจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่การเพาะเลี้ยงและแปรรูป “เห็ดหลินจือ” ที่โครงการพิเศษสวนเกษตรเมืองงาย ยังไม่ได้สิ้นสุดไปตามโครงการการวิจัย ทุกวันนี้ยังมีการเพาะเลี้ยงและแปรรูปเห็ดหลินจืออยู่ โดยมีผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือรูปแบบต่าง ๆ จำหน่ายให้แก่ประชาชนที่สนใจ เช่น... เห็ดหลินจืออบแห้ง, ชาเห็ดหลินจือ และสารสกัดเห็ดหลินจือ, สปอร์เห็ดหลินจือชนิดเม็ด และแคปซูล ฯลฯ 

ทั้งนี้ ด้วยพระอัจฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล พระองค์ท่านได้พระราชทานพระราชดำริให้มีการส่งเสริมการปลูก เพาะเลี้ยง พืชที่มีประโยชน์ ที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง “เห็ดหลินจือ” ที่เป็นตัวอย่างหนึ่งของ พระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นยิ่ง ที่ทรงมีต่อราษฎรไทย...

“เห็ดหลินจือ” ในไทย ในปัจจุบันสามารถ “สร้างประโยชน์แก่ประชาชนคนไทย” ได้อย่างกว้างขวาง.

...........................................
สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 164