อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สถานการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (4)

"เรื่องภาษาถือเป็นเรื่องสำคัญ คนในพื้นที่ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาพื้นบ้าน แต่ที่สำคัญ ทุกคนต้องพูดภาษาไทยเป็นภาษาราชการเป็นภาษากลาง ได้เหมือนคนไทยทั่วไป แต่ปัจจุบันเราปกครองเขามากว่า 200 ปี จำนวนไม่น้อยพูดภาษาไทยยังไม่คล่อง ไม่ดีพอ" พฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม 2559 เวลา 09.00 น.


ผู้เขียนได้เคยพูดคุยกับคนไทยบางคนที่เคยไปทำธุรกิจและอยู่อาศัยที่มณฑลซินเจียง ประเทศจีน มาเป็นเวลานาน ในมณฑลนี้เป็นคนจีน แต่นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความขัดแย้งทางความเชื่อต่อกันอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้ทางรัฐบาลจีนได้กำหนดนโยบายในการแก้ปัญหาภายใน จนกระทั่งสถานการณ์ความขัดแย้งลดลงจนเกือบเรียบร้อยทั้งมณฑล โดยรัฐบาลจีนมีแนวทางที่สำคัญในการแก้ไขคือ 1.ทำให้คนจีนนับถือศาสนาอิสลามเหล่านั้นมีความรู้สึกว่า เขาคือคนจีนและรักประเทศจีน 2.ให้การศึกษากับประชาชนเหล่านั้นให้สูง เพื่อจะได้มองการพัฒนาเศรษฐกิจไปตามลักษณะนิสัยคนจีนทั่วไป คือ ขยันทำมาหากิน 3.พัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของประชาชนจีนที่นับถือศาสนาอิสลามให้มีอาชีพที่ดี มีการกินดีอยู่ดี เป้าหมายคือ มีความร่ำรวย เพราะความรวยคือ เป้าหมายของมนุษย์ 4.มาตรการทางการใช้กฎหมาย มีความเข้มงวด ประชาชนให้ความเคารพยำเกรง ทุกคนต้องปฏิบัติตาม จากมาตรการดังกล่าว สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพราะแนวทางดังกล่าวคือ ความเป็นธรรมชาติของสังคมยุคปัจจุบัน

สำหรับสถานการณ์ทางภาคใต้ ใน 3 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และอีก 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ซึ่งเคยเป็นดินแดนของชาวมลายูมาช้านาน ไทยเราได้เข้าไปยึดครองตั้งแต่ ปี พ.ศ.2329 กว่า 200 ปีแล้ว สิ่งที่รัฐไทยควรต้องทำแล้วก็คือ



1.ทำให้เขาเหล่านี้ มีความเป็นคนไทย ต้องพยายามหล่อหลอมทุกรูปแบบโดยมีเป้าหมายคือ เขาเป็นคนไทย เชื้อสายมลายู เหมือนคนไทยเชื้อสายจีน เชื้อสายมอญ หรืออื่น ๆ แต่ที่ผ่านมา เรามักพยายาม ผลักดัน แยกเขาออกไป เป็นอีกกลุ่มเหมือนชนชั้นสองของประเทศ ผู้เขียนคิดว่าไม่น่าถูกต้อง ต้องดึงเขามาเป็นคนไทยเหมือนเรา อย่าแยกแยะ อย่าแบ่งกลุ่ม ต้องให้เขาอยู่ร่วมกันกับคนไทยทุกหมู่เหล่า ให้คนที่มีความแตกต่างเหล่านี้อยู่ด้วยกัน เข้าใจความแตกต่างซึ่งกันและกัน ให้เขารัก เอื้ออาทรกัน ในที่สุดเขาจะรักกัน ช่วยเหลือกันในที่สุด

2.ให้การศึกษาคนไทยเหล่านี้ ให้มีการศึกษาวิชาสามัญให้สูง ๆ เพราะจะทำให้เขาเหล่านี้ มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล มองเห็นสังคมทั่วโลกที่มีความแตกต่างจนกลายเป็นเรื่องปกติ เมื่อมีการศึกษาสูงเขาก็จะได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของสังคมไทยมากขึ้น มีอาชีพการงานที่ดีขึ้น และเขาก็จะมีรายได้ทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และในที่สุดเราจะไม่เห็นความแตกต่างใด ๆ คงเห็นแต่ความเหมือนกันไปเองในที่สุด



3.การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งตามปกติคนไทยใน 3 จังหวัด มีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำสวนยาง สวนปาล์ม สวนผลไม้ ทำประมง เป็นต้น เพียงแต่รัฐให้การสนับสนุนให้เขาเหล่านี้สามารถทำผลผลิตออกจำหน่ายอย่างคุ้มค่าให้มากที่สุด ความร่ำรวยจะทำให้เขาเปลี่ยน ลักษณะนิสัย ประเพณี วัฒนธรรมและความเชื่อบางส่วน

4.เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัด จะต้องยึดหลักตามพระราชดำรัสที่ว่า “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” ที่ผ่านมา นโยบายรัฐและเจ้าหน้าที่ มีความเข้าใจต่อประวัติศาสตร์ มีความเข้าใจต่อชาติพันธุ์ มีความเข้าใจต่อความเชื่อและหลักศาสนาน้อยเกินไป ทำให้การกำหนดนโยบายในการปฏิบัติไม่ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมด และที่สำคัญเจ้าหน้าที่รัฐที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ มักเป็นคนที่ลงไปสร้างปัญหา นอกจากการคอรัปชั่นแล้ว ยังบีบบังคับ ข่มเหง รังแก ประชาชนเหล่านี้มาโดยตลอด เหมือนสมัยสงครามเย็นที่เจ้าหน้าที่รัฐบีบบังคับทำให้คนไทยหนีออกป่า ติดอาวุธกลับมาสู้กับเจ้าหน้าที่ เช่นกันใน 3 จังหวัดเมื่อถูกบีบบังคับมากจนกลายเป็นความแค้นจึงจับอาวุธสู้กับเจ้าหน้าที่ ดังนั้นนโยบายการแก้ปัญหาต้องถูกทาง เจ้าหน้าที่ต้องเป็นคนดี เพื่อทำให้คนทั้งหมดกลับมาหาเรา มาช่วยรัฐ มาช่วยเจ้าหน้าที่ ช่วยดึงโจรกลับใจมาอยู่กับเรา



5.เรื่องภาษาถือเป็นเรื่องสำคัญ คนในพื้นที่ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาพื้นบ้าน เป็นภาษาที่ประเทศในอาเซียนใช้เหมือนกัน คือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน และ สิงคโปร์ บางส่วนมีประชากรกว่า 300 ล้านคน ถือเป็นภาษาที่มีประโยชน์ให้เป็นภาษาที่ 2 แต่ที่สำคัญ ทุกคนต้องพูดภาษาไทย เป็นภาษาราชการ เป็นภาษากลาง ได้เหมือนคนไทยทั่วไป แต่ปัจจุบันเราปกครองเขามากว่า 200 ปี จำนวนไม่น้อยพูดภาษาไทยยังไม่คล่อง ไม่ดีพอ ผู้เขียนคิดว่า เป็นความผิดของรัฐไทยที่ผ่านมา

แนวทางแก้ปัญหา

ผู้เขียนขอใช้แนวทางของ “สงครามประชาชน” และ “สงครามกองโจร” มาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหา คือ

1.สงครามกองโจร สมัยสงครามเย็น เขากล่าวว่า กองโจร เป็นปลา ประชาชนเป็นน้ำ ปลาต้องพยายามพึ่งน้ำ กองโจรต้องพึ่งประชาชนถึงจะอยู่ได้ เหมือนสมัยสงครามเย็น การปกครองคือ แยกปลาออกจากน้ำ แยกโจรออกจากประชาชน ปลาจะตาย กองโจรจะอยู่ไม่ได้ และพ่ายแพ้ในที่สุด

2.ปัจจุบันใน 3 จังหวัดชายแดน ปลาหรือกองโจร อยู่กับประชาชน ในหมู่บ้านบ้าง ดังนั้นเราจะแยกกองโจรกับประชาชนอย่างไร กองโจรมีวิธีการปิดลับอีก ยากมากในการที่จะแยก

3.ใช้หลักสงครามประชาชน คือ ประชาชนต้องแก้ปัญหาของประชาชนเอง เช่น การค้ายาเสพติด ถามว่า ประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รู้ไหม ใครทำ ใครเสพ รู้แน่นอน ก็ให้ผู้นำเหล่านั้นแก้ไข เช่นกันใน 3 จังหวัด ให้ฝ่ายปกครองจัดการแก้ไขกันเอง โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รัฐคงทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบายแก้ไข ดูแลความยุติธรรม ดูแลการบังคับใช้กฎหมาย คัดเลือกคนดีลงไปทำงาน แล้วดึงประชาชนเข้ามาเป็นพวก เจ้าหน้าที่รัฐนั่นหมายถึง “เข้าถึง” แล้วพัฒนาต่อไป

.....................................
คอลัมน์ : The Truth
โดย “ต้นฝน”

ขอบคุณภาพจาก : อาทิตย์ จันต๊ะนา


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    25%
  • ไม่เห็นด้วย
    75%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 151