อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

"เมนูไข่"แนวสนุกสนาน เพลงพระราชนิพนธ์สุดท้าย

ระยะหลังพระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย ไม่มีเวลาที่จะทรงพระราชนิพนธ์เพลงใหม่ๆ ซึ่งเพลงสุดท้ายที่ทรงพระราชนิพนธ์ออกมาคือ “เมนูไข่” เป็นเพลงแนวสนุกสนาน เนื้อร้องโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2559 เวลา 08.00 น.


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใดในราชอาณาเขต ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ ด้วยพระวิริยอุตสาหะ เช่น โครงการในพระราชดำริต่างๆ ที่สร้างประโยชน์สุขมหาศาลให้แก่พสกนิกร

พระเกียรติคุณนี้เป็นที่เลื่องลือและเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาไปยังนานามิตรประเทศ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก  แต่พระองค์ก็ยังทรงแบ่งเวลามาสร้างสรรค์บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีความไพเราะลึกซึ้งไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยังติดตรึงอยู่ในหัวใจปวงชนชาวไทยเสมอมา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเริ่มสนพระราชหฤทัย ในการพระราชนิพนธ์เพลงอย่างจริงจัง เมื่อมีพระชนมพรรษา 18 พรรษา ขณะเมื่อยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระอนุชาตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จนิวัตพระนคร เมื่อปี พ.ศ. 2488 ดังที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ บันทึกความไว้ดังนี้

“5 ธันวาคม 2488  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 เสด็จนิวัตสู่ประเทศไทยพร้อมสมเด็จพระอนุชา และสมเด็จพระราชชนนีประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ได้โปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าฯ ในฐานะนักแต่งเพลงสมัครเล่น ได้นำโน้ตที่ได้แต่งไว้แล้วถวายทอดพระเนตร พระราชทานข้อแนะนำเกี่ยวกับการแต่งเพลงประเภทบลูส์ โดยทรงเปียโนสาธิตให้ฟัง และสมเด็จพระอนุชามาใส่คำร้อง เพลงแสงเทียน ยามเย็น สายฝน ตามลำดับ แต่เพลงยามเย็นและเพลงสายฝน ได้นำออกสู่ประชาชนก่อนเพลงแสงเทียน โดยพระราชทานให้ออกบรรเลงในงานลีลาศที่สวนอัมพร โดยวงดนตรีของกรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์) ควบคุมวงโดย เอื้อ สุนทรสนาน และออกอากาศทางวิทยุ กรมโฆษณาการเป็นประจำ เป็นที่ซาบซึ้งและประทับใจพสกนิกรอย่างมาก...”



ผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท และผู้ที่เคยได้ร่วมเล่นดนตรีกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เล่าถึงพระปรีชาสามารถในการพระราชนิพนธ์เพลงว่า ทรงแต่งเพลงได้ทุกสถานที่และบางครั้งก็ทรงแต่งได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย ครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระราชหฤทัยฉับพลัน ก็ทรงหยิบซองจดหมายมาตีเส้น 5 เส้น แล้วทรงเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นทันใด เป็นเพลง เราสู้ ที่คุ้นหูกันทั่วไป โดยบทเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์เป็นเพลงแรก คือ เพลง แสงเทียนแต่เนื่องจากมีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขให้ดีขึ้น จึงได้พระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ “ยามเย็น” และเพลง “สายฝน” ให้เผยแพร่ก่อน

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงต่างๆ ออกมาตามลำดับ โดยเพลงพระราชนิพนธ์ส่วนมากจะทรงพระราชนิพนธ์ทำนองไว้แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้อื่นแต่งคำร้องถวาย และผู้ที่โปรดเกล้าฯ ให้แต่งคำร้องประกอบเพลงพระราชนิพนธ์มีหลายท่าน ได้แก่ หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์, ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา, ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร, ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา, ...เสนีย์ ปราโมช, ..ประพันธ์ สนิทวงศ์, ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค เป็นต้น

ส่วนเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง มี 5 เพลงคือ “Echo”, “Still on My Mind”, “Old-Fashioned Melody”, “No Moon” และ “Dream Island”

ความไพเราะและจุดเด่นของเพลงพระราชนิพนธ์

ด้วยลักษณะเฉพาะหลายประการของเพลงพระราชนิพนธ์ ทำให้เป็นที่ยอมรับว่า บทเพลงพระราชนิพนธ์เป็นบทเพลงที่ทรงคุณค่าและมีจุดเด่นในหลายรูปแบบ ที่สำคัญ คือ เพลงพระราชนิพนธ์ทุกเพลงเป็นเพลงไพเราะที่เป็นอมตะ คือ ฟังได้ไม่รู้เบื่อ บรรดาผู้ใกล้ชิดที่เชี่ยวชาญด้านการดนตรีต่างก็มีทรรศนะว่า ความไพเราะอยู่ที่ท่วงทำนองและความเหมาะสมในการที่สามารถนำไปเรียบเรียงได้หลายรูปแบบ



ทรงคำนึงถึงเอกลักษณ์ไทยเดิมในเพลงพระราชนิพนธ์    

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงแตกฉานในทฤษฎีการประพันธ์เพลงสากล จึงทรงประยุกต์เพลงพระราชนิพนธ์ให้เข้ากับความนิยมชมชอบในแต่ละยุคสมัย เพลงพระราชนิพนธ์จึงมีหลากหลายจังหวะ ดังข้อเขียนของ ..ประพันธ์ สนิทวงศ์ ที่ว่า

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงทั้งหมดเกือบ 50 เพลง มีจังหวะต่างๆ กัน ทั้งวอลทซ์ สโลว์ ควิกสเต็ป มาร์ช ไลท์มิวสิก และอีกมากมาย รวมทั้งแบบไทยๆ ซึ่งแต่ละเพลงไม่เคยมีความซ้ำกันเลย วรรคตอนของเพลงก็ไม่ซ้ำ แสดงความเป็นอัครศิลปิน ลีลาเสียงประสานก็ไม่ซ้ำ มีหลากหลายและไพเราะเพราะพริ้ง

ลำดับเพลงพระราชนิพนธ์

ชื่อเพลง แสงเทียน เป็นเพลงแรกที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อเดือนเมษายน 2489 ขณะที่ทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นเพลงในจังหวะบลูส์ และได้โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงประพันธ์คำร้องภาษาไทย แต่เนื่องจากมีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม จึงยังไม่โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้นำออกมาบรรเลงในเวลานั้น ต่อมาได้โปรดเกล้าฯให้วงสุนทราภรณ์นำเพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียนออกบรรเลง มีนายเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้ขับร้อง และใน พ.ศ. 2496 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ รองศาสตราจารย์สดใส พันธุมโกมล ประพันธ์คำร้องเป็นภาษาอังกฤษ

ชื่อเพลง ยามเย็นเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 2 ทรงพระราชนิพนธ์ ใน พ.ศ.2489 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย และท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา แต่งคำร้องภาษาอังกฤษ แล้วพระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีคำร้องสมบูรณ์ให้ นายเอื้อ สุนทรสนาน นำออกบรรเลง ในงานสมาคมปราบวัณโรค ณ เวทีลีลาศ สวนอัมพร เมื่อวันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2489 เป็นเพลงจังหวะฟ็อกซ์ทร็อต เหมาะสำหรับการเต้นรำของคนไทยในสมัยนั้น จึงเป็นที่ประทับใจพสกนิกรมาก และกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมทันที แต่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสว่า “เพลงยามเย็นนี้เป็นที่รู้จัก แต่ไม่โด่งดังเหมือนสายฝน”

ชื่อเพลง สายฝนเป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงที่ 3 ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2489 เป็นเพลงจังหวะวอลทซ์ มีลีลานุ่มนวล และอาจกล่าวได้ว่า เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่พสกนิกรชื่นชอบมากที่สุดเพลงหนึ่ง เมื่อวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2524 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสกับคณะกรรมการของสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ถึงที่มาของเพลง ซึ่งเป็น “ความลับ” ในการพระราชนิพนธ์เพลงนี้ว่า...
 
“..คืนวันนั้นที่แต่งเพลงเพราะว่าเข้านอนแล้วฟังวิทยุ มันเกิดครึ้มใจ ก็ปิดวิทยุแล้วเอาเศษกระดาษมาขีดๆ แล้วก็จดไว้...แล้ววันรุ่งขึ้นก็ไปเคาะที่เปียโน ซึ่งมีเปียโนหลังหนึ่งที่โปเก เสียงก๊อง ๆ แก๊ง ๆ ไม่ได้เรื่อง แต่ก็เคาะไป แล้วก็เรียบเรียงไปสัก 2 ชั่วโมง ส่งไปให้ ม..จักรพันธ์เพ็ญศิริ บอกว่าได้เพลงแล้ว.....จักรพันธ์เพ็ญศิริ ก็ส่งไปให้ครูเอื้อ ครูเอื้อก็เรียบเรียง วันรุ่งขึ้นออกสวนอัมพรแล้ว

ความลับของเพลง สายฝน นั้นมีอยู่อย่างหนึ่ง คือ เขียนไป 4 ช่วง...ช่วงที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เสร็จแล้วเอาช่วงที่ 3 มาแลกกับช่วงที่ 2 กลับไป ทำให้เพลงนี้มีลีลาต่างกันไป ก็รู้สึกดี ทีแรกก็เป็น 1, 2, 3, 4 มาตอนนี้ก็เลยกลายเป็นอยู่อย่างปัจจุบันนี้...”



ชื่อเพลง ใกล้รุ่ง เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 4 เป็นเพลงที่ ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร  กล่าวว่ามีเสียงไมเนอร์ครึ่งเสียง คือเสียง “แต่” ในวรรคที่มีคำร้องว่า ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมา แต่ ไกลไกล ซึ่งคนไทยยังไม่เคยชิน แต่ในที่สุดก็ยอมรับและเป็นที่นิยมในโอกาสต่อๆ มา นอกจากนี้ยังเป็นเพลงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงนำลูกล้อลูกรับของดนตรีไทยมาใส่ไว้ในทำนองด้วย

นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงอันทรงคุณค่าอีกมากมาย เช่น เพลงยิ้มสู้ พระราชทานแก่โรงเรียนสอนคนตาบอด, เพลงลมหนาว พระราช ทานในงานประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์, เพลงพรปีใหม่ พระราชทานแก่พสกนิกรเนื่องในวันปีใหม่, เพลงเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย, เพลงความฝันอันสูงสุด และ เพลงเราสู้  พระราชทานแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ และมีเพลงประจำสถาบันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานได้แก่ เพลงมหาจุฬาลงกรณ์, เพลงยูงทอง (เพลงประจำของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์), เพลงเกษตรศาสตร์, เพลงธงไชยเฉลิมพล, มาร์ชราชวัลลภ และ ราชนาวิกโยธิน ฯลฯ

อย่างไรก็ตามในระยะหลังพระองค์มีพระราชกรณียกิจมากมาย ไม่มีเวลาที่จะทรงพระราชนิพนธ์เพลงใหม่ ๆ ออกมา เพลงสุดท้ายที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ออกมา คือ เพลง “เมนูไข่” เป็นเพลงแนวสนุกสนาน เนื้อร้องโดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระราชทานเป็นของขวัญวันพระราชสมภพครบ 72 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ เมื่อพ.ศ. 2538

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงขึ้นเพื่อปลุกปลอบทุกดวงใจของพสกนิกรชาวไทยให้สดใส ร่าเริง เปี่ยมล้นด้วยความหวัง ปลุกพลังกายและใจให้เข้มแข็ง เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีสติ พระองค์ทรงสื่อสารความรู้สึกด้วยบทเพลงที่ออกจากปลายปากกาของอัครศิลปินโดยแท้จริง...                

............................................................
(ขอขอบคุณ ข้อมูลจากหนังสือ ‘สถิตในดวงใจนิรันดร์’)

ทีมข่าวบันเทิงเดลินิวส์      

      

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...

โพลชี้เพลงพระราชนิพนธ์ ปชช.ชอบ'ใกล้รุ่ง'มากที่สุด
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 116