อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

'เจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์' บันทึกประวัติศาสตร์'แห่งปวงไทย'

หนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น 3 ภาค ภาคที่ 1 กล่าวถึงสมัยที่ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นเจ้านายเล็ก ๆ ภาคที่ 2 กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของพระองค์พี่ที่เป็นยุวกษัตริย์ ภาคที่ 3 กล่าวถึงการเป็นยุวกษัตริย์จนถึงพระองค์น้องต้องมาเป็นยุวกษัตริย์ต่อไป อังคารที่ 25 ตุลาคม 2559 เวลา 06.08 น.


สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนรา ธิวาสราชนครินทร์ทรงพระนิพนธ์หนังสือ เจ้านายเล็ก ๆยุวกษัตริย์ พระราชประวัติ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8” และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9” เมื่อทรงพระเยาว์ ระหว่าง พ.. 2468–2489 เพื่อพิมพ์ในโอกาสมหามงคลที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ในปี พ.ศ.2530...

นับเป็นพระนิพนธ์ที่มีความสำคัญยิ่งในด้านประวัติศาสตร์ และด้านจิตใจ ของชาติไทย และปวงชนชาวไทย

“...หนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น 3 ภาคใหญ่ ๆ  ภาคที่ 1 กล่าวถึงสมัยที่ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นเจ้านายเล็ก ๆ ภาคที่ 2 กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของพระองค์พี่ที่เป็นยุวกษัตริย์ ภาคที่ 3 กล่าวถึงการเป็นยุวกษัตริย์จนถึงพระองค์น้องต้องมาเป็นยุวกษัตริย์ต่อไป จะอ่านได้หลายแบบ จะดูแต่รูปก็มีรูปพอให้ดู เกือบ 800 รูป จะอ่านแต่ส่วนที่เป็นการเล่นสนุก ๆ ก็ได้ หรือจะทำให้อยากศึกษาราชประเพณีต่อไป เช่น พระราชพิธีบรมราชา ภิเษกที่รัชกาลที่ 8 ไม่ได้ทรงเข้าพิธี จึงต้องมาประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธยภายหลัง เป็นพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ...เป็นเนื้อความสำคัญบางส่วนจากคำนำในการพิมพ์ครั้งที่ 1

เจ้านายเล็ก ๆยุวกษัตริย์ทรงเล่าถึงความทรงจำที่ทรงมีต่อพระอนุชาพระองค์แรกไว้ว่า...



...ข้าพเจ้าเองจำเหตุการณ์สำคัญนี้ไม่ได้เลย เพราะอายุเพียง 2 ขวบ 4 เดือน แต่คงยินดีอย่างมากที่ได้น้อง ซึ่งคงไม่เป็นเรื่องธรรมดานัก เพราะในหลายครอบครัวลูกคนโตมักจะอิจฉาน้องที่อ่อนกว่าไม่มากนัก เพราะพ่อแม่มักให้ความสำคัญแก่ลูกคนใหม่ แต่ ทูลหม่อมฯ แม่ และแหนน (พระพี่เลี้ยง) คงได้อธิบายเรื่องน้องที่จะเกิดไว้อย่างดี ข้าพเจ้าจึงรู้สึกรักและอยากช่วยเลี้ยงน้อง...เป็นเนื้อความที่ปรากฏอยู่ในหน้า 13 ของพระนิพนธ์ใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ในไม่ช้าก็มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นอีก เมื่อ พระอนุชาองค์ที่สองเสด็จพระราชสมภพ ซึ่งพระองค์ทรงบันทึกความทรงจำที่ทรงมีต่อพระอนุชาพระองค์เล็กไว้ว่า...

“...ข้าพเจ้าอยากเห็นน้องใกล้ ๆ และอยากแตะต้อง แต่ที่โรงพยาบาลเขาก็ให้ดูเพียงหลังกระจกที่กั้นห้องเด็กไว้ เมื่อกลับมาบ้านแล้ว ข้าพเจ้าได้ถามแหนนว่า น้องคนใหม่นี้พูดไทยได้หรือเปล่า ในที่สุดหลังจากที่ได้ไปพักผ่อนประมาณ 1 สัปดาห์ แม่และน้องก็กลับมาบ้าน คราวนี้ข้าพเจ้าก็สนุกใหญ่ แหนนจะอาบนํ้า แต่งตัว หรือทำอะไรให้น้อง ข้าพเจ้าต้องเข้าไปยุ่งอยู่ด้วยเสมอ จนแหนนทนไม่ไหว ต้องไปฟ้องแม่ ข้าพเจ้าเลยถูกห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งในเวลาเหล่านั้น...เป็นเนื้อความในหน้า 40

ครั้ง สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงพาครอบครัวเสด็จนิวัตกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2471 โดยประทับอยู่ที่พระตำหนักใหม่ วังสระปทุม เจ้านายเล็ก ๆ แห่งราชสกุลมหิดล ทั้ง 3 พระองค์ ได้เจริญพระชันษาขึ้นโดยลำดับ...

“...ส่วนแม่ ก็มีงานมากในการจัดระเบียบให้ลูก 3 คน พระองค์เล็กยังเดินไม่ได้ ตอนแรก ๆ จึงถูกผูกไว้บ่อย ๆ ในรถเข็นที่นำมาด้วยจากต่างประเทศ บางวันก็ปูเสื่อให้นั่งเล่นองค์เดียว หรือกับพี่ชาย... แม่เล่าว่า พระองค์เล็ก ถึงแม้ว่าจะยังเดินไม่ได้ ก็มีวิธีขององค์เองในการข้ามถนนหน้าบ้านที่เป็นกรวดแหลม ๆ ท่านจะโก้งโค้ง เอามือและเท้าแตะพื้น และเดินสี่เท้าแบบนี้ไป แทนที่จะคลานให้เจ็บเข่า ...เป็นเนื้อความในหน้า 59

การเล่นต่าง ๆ การไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา”...

“...ในสมัยนั้นวังสระปทุมยังนับว่าอยู่ชานเมือง อากาศยังบริสุทธิ์ แม่จึงอยากให้ลูก ๆ ได้อยู่กลางแจ้งให้มากที่สุด ท่านจัดที่ทาง สิ่งก่อสร้าง และอุปกรณ์ให้ทีละเล็กทีละน้อย สิ่งแรกที่สร้างขึ้นคือที่เล่นทราย ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับที่เห็นได้ในสวนสาธารณะในต่างประเทศ คือเป็นกรอบไม้สี่เหลี่ยมซึ่งมีทรายอยู่ข้างใน ...ในไม่ช้าการเล่นในกองทรายนั้นจะรู้สึกว่าไม่สนุกนัก เพราะเมื่อเอาน้ำเทลงไปในทราย น้ำก็จะซึมลงไปหมด จึงย้ายกันออกมาเล่นข้างนอก ขุดคลองในดิน นำน้ำมาใส่ให้มาไหลในคลอง แล้ววิ่งไปเก็บกิ่งไม้ที่พุ่มไม้ วิ่งกลับมาปลูกไว้ริมคลอง นี่คือการสัมผัสครั้งแรกกับงานชลประทานและการปลูกป่า รดน้ำต้นไม้ ช่วยกันปลูกจนป่างาม ...เป็นเนื้อความสำคัญในหน้า 71 ...ซึ่งเกี่ยวกับ พระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นต่อปวงไทย ในเวลาต่อมา



...แม่ให้เล่นน้ำด้วย ตอนแรก ๆ เล่นในถังเงินซึ่งสมเด็จย่าทรงทำให้หลาน ๆ อาบน้ำในห้องน้ำ แต่ไม่สะดวกเพราะหนักมากและดำเร็ว แม่จึงให้ทำถังไม้ทาสีใช้แทน เครื่องเล่นประกอบคือถ้วยชามตุ๊กตาและลูกมะพร้าวที่เขาใช้แล้ว... ต่อมาแม่ก็สร้างบ่อเล็ก ๆ ให้เล่น ซึ่งใช้น้ำประปาหรือรับน้ำฝนจากรางน้ำเมื่อฝนตก แต่เมื่อเอาเรือ (สังเกตได้ว่า เรือ นี้คือที่เผาหนังสือพิมพ์นั่นเอง) และลูกมะพร้าวลงไปด้วยก็ออกจะแน่นไปหน่อย และไม่มีทางที่จะหัดว่ายน้ำได้ แม่จึงให้รื้อบ่อเล็กและก่อบ่อใหญ่ขึ้น...เนื้อความในหน้า 77

“...เราได้เลี้ยงสัตว์กันหลายชนิด สุนัขตัวแรกนั้น ข้าพเจ้าตั้งชื่อว่า เจ้าบ๊อบบี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นสุนัขไทย คงเป็นเพราะแหม่มคนหนึ่งเป็นผู้ให้ข้าพเจ้า ตัวที่สองชื่อเป็นไทยแล้ว ชื่อ นรินทร์ นอกจากนั้น ยังมีกระต่ายและนกซึ่งอยู่ในกรงสูง ๆ ขนาดคนเข้าไปยืนได้...มีนกขุนทองตัวหนึ่งด้วย...” ...เนื้อความในหน้า 80

แต่ละพระองค์ทรงแยกย้ายไปทรงศึกษาในโรงเรียนต่าง ๆ...

“...ข้าพเจ้าคงได้เข้าโรงเรียนราชินีเมื่อปลาย ๆ ปี 2471 หรือเดือนพฤษภาคม ปี 2472 ปีนี้น้องทั้งสององค์ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน พอถึงปี 2473 พระองค์ชายก็ได้เข้าในชั้นอนุบาล 1 ของโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย พระองค์เล็กถึงแม้ว่ายังมิได้เข้าโรงเรียน มักจะติดรถไปส่งพี่ ๆ... แม่จัดให้เราถือกล่องหรือตะกร้ามีหู ซึ่งใส่กระติกรักษาความเย็นหรือความร้อน บรรจุนมเย็นไปโรงเรียนด้วย มีแต่นมอย่างเดียว ไม่มีแซนวิชหรือขนมปังบิสคิท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเล่าว่า ทรงจำได้ว่าเมื่อประทับชั้นอนุบาล 1 ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีฯ ประถม บุรณศิริ ซึ่งอยู่ชั้นอนุบาล 2 ใจดีเหลือเกิน มารินนมถวายเสมอ ส่วนประถมก็เล่าว่า แปลกใจที่นมที่รินออกมาจากกระติกนั้นเย็น ไม่ร้อน เพราะเขาเคยเห็นแต่ใส่ของร้อนในกระติก ...เนื้อความในหน้า 88

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของครอบครัวราชสกุลมหิดล นับตั้งแต่สูญเสีย สมเด็จพระบรมราชชนก เมื่อปี พ.ศ.2472 ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติ ในปี พ..2477 โดย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ทรงอยู่ในลำดับแรกแห่งผู้สืบราชสันตติวงศ์ ...เป็นเนื้อความสำคัญในพระนิพนธ์ ในหน้า 137

สมาชิกในครอบครัวราชสกุลมหิดลทุกพระองค์ยังคงปฏิบัติพระองค์เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง...

“...เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.. 2530 ข้าพเจ้าได้กราบทูลถาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่าทรงมีความรู้สึกอย่างไรเมื่อพระองค์อานันทฯ เสด็จขึ้นครองราชย์ รับสั่งว่าไม่มีความรู้สึกอะไร ไม่ได้มีความตื่นเต้นอะไรเป็นพิเศษ ทรงจำได้ว่า สององค์พี่น้องทรงเห็นว่าตลกดีที่ผู้ที่มาเฝ้าวางท่าสง่าผ่าเผยอย่างทางการเหลือเกิน...เป็นเนื้อความในหน้า 149

ในปี พ..2481 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จนิวัตประเทศไทย...

“...ผู้ที่ตามเสด็จคือ แม่ พระอนุชา ข้าพเจ้า แหนน บุญเรือน ลม่อม พระยาวิชิตฯ และครอบครัว หลวงสิริฯ และครอบครัว นอกนั้นมีครูไปด้วย 2 คน ...เราได้ออกเดินทางจากสวิตเซอร์แลนด์โดยรถไฟตอนค่ำวันที่ 17 ตุลาคม 2481 มีผู้แทนรัฐบาลสวิสมาส่งเสด็จถึงมาร์เซย์ วันที่ 18 ตุลาคมเวลาเช้า ได้ลงเรือทันที ฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารมาเฝ้าส่งเสด็จในนามของรัฐบาลฝรั่งเศส เรือชื่อมีโอเนีย”  ...เป็นเนื้อความในหน้า 224

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2481 เวลา 06.00 . เรือพระที่นั่งได้เทียบจอดทอดสมอที่เกาะสีชัง...

“...เรือข้ามสันดอนปากน้ำเจ้าพระยาและเวลาเที่ยงเข้ามาทอดสมอที่จังหวัดสมุทรปราการ สมเด็จพระพันวัสสาฯ เสด็จมาที่สมุทรปราการเพื่อให้หลานได้มีโอกาสขึ้นไปเฝ้าก่อนที่จะถึงกรุงเทพฯ ...แล้วเรือก็แล่นขึ้นมาตามลำน้ำถึงกรุงเทพฯ สองข้างของแม่น้ำประชาชนรอเฝ้ากันแน่น โดยเฉพาะฝั่งพระนคร โบกธงและร้อง ไชโยกันเสียงดัง รู้สึกตื้นตันมาก...เป็นเนื้อความสำคัญอีกส่วนในหน้า 233

...ทั้งนี้... เจ้านายเล็ก ๆยุวกษัตริย์พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เกี่ยวกับพระราชประวัติ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8” และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9” ณ ตอนนี้ยิ่งนับเป็นเอกสารสำคัญของชาติไทย และประชาชนคนไทย...

เนื้อความตัวอย่างเพียงน้อย...
ยิ้มเปื้อนน้ำตาก็มีทั่วไทย...



ทีมวาไรตี้


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 19