อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'ปีใหม่'ถึงเวลาต้องเปลี่ยน!! "ของใช้"ที่เคยชินกันแล้ว

“หมวยเล็ก” นำเทรนด์การรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมาฝากกัน เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากๆ เกี่ยวกับข้าวของเครื่องใช้ที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ที่บางอย่างต้องจำใจทิ้งมันไปบ้างเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในปี 2017 พฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2559 เวลา 10.00 น.


อีกเดี๋ยวก็ปีใหม่แล้ว บางคนก็มีการตั้งปณิธานปีใหม่ว่า “ปีนี้แหละ...!! ฉันจะทำอันนี้ อันนั้นให้สำเร็จ” บ้างก็สมปรารถนา บ้างก็ลืมไปแล้วว่าเคยมีความตั้งใจยังไงไว้? ปีใหม่นี้ “หมวยเล็ก” จึงนำเทรนด์การรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมาฝากกันจากซีเอ็นเอ็น เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากๆ เกี่ยวกับข้าวของเครื่องใช้ที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนี่แหละ...บางอย่างสงสัยว่า ปี 2017 ที่จะมาถึงนี้ ต้องจำใจทิ้งมันไปบ้างแล้วล่ะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



 1.คอฟฟี่ พ็อดส์ (Coffee pods) 
สิ่งแรกที่ซีเอ็นเอ็นเขาแนะนำให้เลิกใช้ไปเลยก็คือ “เจ้าคอฟฟี่ พ็อดส์” หรือ “ถ้วยใส่เมล็ดกาแฟ” ที่ใช้กับเครื่องชงกาแฟกึ่งอัตโนมัติ แม้มันจะให้รสชาติกาแฟที่ดี สะดวก แถมยังสะอาด แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ถ้วยซึ่งเป็นพลาสติกและอะลูมิเนียมเป็นสิ่งที่ย่อยสลายได้ยากมาก

และการบริโภคกาแฟในลักษณะนี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “คอฟฟี่พ็อดส์” กว่าพันล้านชิ้นจึงไปจบอยู่ที่หลุมฝังกลบขยะเสียส่วนใหญ่ ในเยอรมนี เมืองฮัมบวร์คเองก็สั่งแบนเจ้าสิ่งนี้ไปแล้วจากตึกสำนักงานต่างๆ แม้พวกผู้ประกอบการจะโวยวายว่าพวกเขาพยายามผลิตให้ “คอฟฟี่ พ็อดส์” เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นแล้วก็ตาม



2. ยาสีฟัน
แน่นอน!! ไม่ใช่ให้เลิกใช้ยาสีฟันทั้งหมดแต่แค่ให้หยุดใช้ชนิดที่มี “ไมโครบีดส์” เพราะน้ำที่มาจากการแปรงฟันและใช้ยาสีฟันที่มี “ไมโครบีดส์” หรือ “เม็ดพลาสติกบีดส์เล็กๆ” ที่ช่วยขัดฟันนั้น มันไหลลงสู่มหาสมุทรปีละ 8 ล้านตัน ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งทางบกและทางน้ำ

“ไมโครบีดส์” นี้ไม่สามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติและมีขนาดเล็กเกินไป จึงเล็ดลอดออกจากการกำจัดขยะ นอกจากนี้ยังดึงดูดสารเคมีต่างๆ เข้ามาหาตัวมันอีกด้วย ซึ่งยังพบได้ในเจลอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ครีมต่างๆ ส่วนในอเมริกามีการสั่งแบนสิ่งนี้ไปเรียบร้อยแล้วและยุโรปหลายประเทศก็ตามมาติดๆ



3. ตะเกียบไม้
ทำไมให้หยุดใช้ตะเกียบไม้น่ะเหรอ? ก็เพราะมันทำมาจากไม้ไง...โดยเฉพาะต้นไม้ในเอเชียเรานี่แหละที่ถูกโค่นเอามาทำตะเกียบมากที่สุด องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “กรีนพีซ”ะบุว่า ต้นไม้จำนวนเกือบ 4 ล้านต้นต้องถูกตัดเพื่อทำตะเกียบชนิดใช้แล้วทิ้ง 57,000 คู่ ทุกปี แล้วบางบริษัทยังใช้สารเคมีที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจอีกด้วย



4. ถ่านแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
ถ่านส่วนมากจะมีส่วนประกอบของสารเคมีอันตราย ตัวอย่างเช่น แคดเมียม ตะกั่วและปรอท สารเหล่านี้สามารถรั่วไหลลงสู่ดินและน้ำ เป็นต้นเหตุให้เกิดมลพิษ แม้สถานรับรีไซเคิลขยะมีพิษจะมีอยู่อย่างดาษดื่นทั่วไป แต่การหันมาใช้ถ่านชาร์จ สามารถชาร์จเพื่อใช้แล้วใช้อีกได้ น่าจะเป็นทางออกให้การบริโภคถ่านที่ใช้แล้วทิ้ง ลดลงได้



5. ถุงชาพลาสติก
อันที่จริงแล้วถุงชากระดาษที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้บางยี่ห้อมีพลาสติกผสมปนอยู่แล้ว แต่ผู้ประกอบการบางรายเพิ่มเปอร์เซ็นต์ของการผสมพลาสติกเข้าไปอีกและชนิดที่มักเจอในถุงชาก็เช่น “ไนล่อน” หรือ “พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต” (Polyethylene Terephthalate) หรือ “เพท” (PET) เป็นพลาสติกเทอร์โมพลาสติกซึ่งจะหลอมในอุณหภูมิสูงและแข็งตัวเมื่อเย็น แน่นอนว่าพอมันเจอความร้อนมันก็ละลายปล่อยสารพิษออกมา แต่ผู้บริโภคจะไปรู้ได้ไงว่า ถุงไหนทำจากกระดาษถุงไหนจากพลาสติก? เราอาจจะหันมาดื่มชาที่ไม่ได้อยู่ในถุงชาก็ได้ เดี๋ยวนี้กระติกกรองชามีเยอะแยะไป



6. สบู่ที่มีส่วนผสมของ “ไตรโคลซาน”
สบู่หลายยี่ห้อมีส่วนผสมของ “สารไตรโคลซาน” (Triclosan) สารสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ แต่สารนี้กลับเป็นอันตรายต่อสุขภาพเรา นักวิทยาศาสตร์เอาสารไตรโคลซานไปทดลองกับหนูทดลอง พวกมันถึงขั้นเป็นมะเร็งเลยทีเดียว และสารนี้ไหลลงสู่มหาสมุทรหรือแหล่งน้ำก็จะไปฆ่าแบคทีเรียที่เป็นฐานรากของห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศน์...ทีนี้เราจะรู้ได้ไงว่าสบู่ที่เราใช้อยู่มีเจ้าสารไตรโคลซานหรือไม่? ฉะนั้นให้ดูที่ฉลากบอกส่วนประกอบเลยค่ะ



7. ยาคุมกำเนิด
ไม่ใช่ห้ามใช้ยานี้นะคะ แต่แค่ยาทิ้งลงชักโครกหรือแหล่งน้ำเท่านั้นเอง เพราะยารั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ฮอร์โมนที่อยู่ในยาจะส่งผลกับปลาบางชนิดให้พวกมันเป็นหมัน

แน่นอนว่า การปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม จะทำคนเดียวน่ะมันไม่ได้หรอก แต่อย่างน้อยๆ ถ้าทำเพื่อรักษาสุขภาพตัวเองและปกป้องสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันก็เป็นเรื่องที่ดีค่ะ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ที่เรารู้ๆ กันอยู่แล้วว่ามันเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถุงพลาสติกหรือโฟม ปีใหม่นี้จะลดการบริโภคสิ่งเหล่านี้ด้วยก็จะเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมโลกได้อีกทางค่ะ


…......................................
คอลัมน์ : มุดรั้วเพื่อนบ้าน
โดย “หมวยเล็ก”

ขอบคุณข้อมูลจาก CNN

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 65