อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มีนาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มีนาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

รับจ้างขุดคุ้ย-ตบเมียน้อย "อาชีพใหม่"สุดอันตราย!!

เจ้าของเอเจนซี่ที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลกชื่อว่า “จาง หยูเฟิน” เธอเป็นที่รู้จักในหมู่สื่อมวลชนว่า “Mistress Killer” หรือ “ผู้พิฆาตเมียน้อย” รับจ้างขุดคุ้ย สืบเสาะและตามตบเมียน้อยร่วมกับเมียหลวงมาตั้งแต่ปี 1990 พฤหัสบดีที่ 5 มกราคม 2560 เวลา 10.00 น.


สมัยนี้ไม่ว่าเป็นประเทศไหนก็มีอัตราหย่าร้างที่สูงขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะในจีนที่มีประชากรเยอะมาก แน่นอนว่า อัตราหย่าร้างของจีนทิ้งห่างประเทศเล็กๆ อย่างไทยไปแบบไม่เห็นฝุ่น และเนื่องจากมีการหย่าสูง ที่ตามมาคือ “การทะเลาะเบาะแว้ง” กันของเมียๆ ทั้งหลาย จึงเกิดเป็นบริการ “เอเจนซี่รับจ้างขุดคุ้ยและบุกตบเมียน้อย” ขึ้น ซึ่งเจ้าของเอเจนซี่นี้น่ะบอกว่า ให้บริการกับเมียหลวงมาแล้วกว่าพันคน

เจ้าของเอเจนซี่ที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลกชื่อว่า “จาง หยูเฟิน” อายุของเธอก็ 50 กว่าปีแล้ว เธอเป็นที่รู้จักในหมู่สื่อมวลชนว่า “Mistress Killer” หรือ “ผู้พิฆาตเมียน้อย” รับจ้างขุดคุ้ย สืบเสาะและตามตบเมียน้อยร่วมกับเมียหลวงมาตั้งแต่ราวปี 1990 สาเหตุของการหันมาทำงานนี้ คือ “คุณสามี” ของเธอนั่นเอง...

เพราะเจ๊เองก็เคยถูกสามีนอกใจมาก่อน จึงเข้าใจความรู้สึกของลูกผู้หญิงด้วยกัน แต่เจ๊เป็นคนไม่ยอมใครค่ะ คุณสามีแอบมีเมียน้อยแล้วมาขอหย่า...มีหรือเจ๊จะปล่อยไป เพราะเธอไม่ใช่สายประนีประนอมแต่เป็นสายตามจิกและตามตบ!!



เจ๊จาง” เป็นคนเมืองซีอาน ในมณฑลส่านซี ตอนกลางของจีน ที่มาของบริการที่เจ๊แกทำอยู่เนี่ย ไม่ธรรมดา เจ๊ให้สัมภาษณ์สื่อจีน “โกลบอล ไทม์ส” ว่า อดีตสามีของเธอทำงานเป็นคนขับรถให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในหน่วยงานเกี่ยวกับภาษี หลังจากที่ได้งานนี้มาก็มีหลายบริษัทพยายามที่จะให้สินบนเขา หนึ่งในนั้นก็มีเรื่องของเซ็กส์รวมอยู่ด้วย เพราะพวกสอพลอทั้งหลายต่างพากันมานำเสนอให้เขาไปร้านคาราโอเกะแล้วก็จัดโสเภณีมาคอยให้บริการ

มีหรือเขาจะทนไหว? จากนั้นพฤติกรรมของสามีเจ๊จางก็เปลี่ยนไป หาข้ออ้างในการกลับบ้านดึกดื่นตลอดเพื่อที่จะไปหากิ๊กใหม่ที่แอบซุกไว้ จนวันหนึ่งจู่ๆ เขาก็มาบอกเจ๊ว่า “ขอหย่า!!” เพราะเขามีคนอื่นแล้ว ทำเอาเจ๊เสียศูนย์ไปเลยค่ะ อึ้งกิมกี่!! ถึงขั้นนอนขดตัวอยู่บนโซฟาสัปดาห์หนึ่งเต็มๆ เมื่อทำใจได้บ้างก็ยอมออกไปข้างนอก แต่พอมองตัวเองในกระจก ผมก็หงอกเต็มหัว เพื่อนก็ทักกันเกรียวว่า...

น้ำหนักเธอหายไป 10 กิโลเหรอ? ผอมลงมาก”



เจ๊แกคิดอยู่เป็นเวลา 1สัปดาห์ ก็ตกลงปลงใจว่า...เธอต้องเอาคืนให้สาสมค่ะ!! จึงเริ่มสะกดรอยตามสามีตัวเองอยู่เดือนครึ่ง ในช่วงหลังจากที่เขาเลิกงาน จนเจอที่อยู่ใหม่ที่เขาอยู่กับเมียน้อย จากนั้น...ปฏิบัติการไล่ล่าสามีตัวแสบก็เริ่มต้นขึ้น เจ๊กัดไม่ปล่อยตามล่าสามีและเมียน้อยไปทุกหนทุกแห่งและคอยตามแฉพวกเขาอยู่เป็นเวลา 5 ปี

...สุดท้ายเธอจึงหย่าขาดจากเขาได้ในปี 2007 พร้อมได้เงินชดเชยมาก้อนหนึ่ง เป็นอันปิดฉากภารกิจที่หนักหนาสาหัสกันทั้งสองฝ่าย เพราะความเจ็บปวดจากประสบการณ์ตรงของตัวเองและขณะที่กำลังตามล่าสามีอยู่นั้น เจ๊ก็ได้รู้จักกับหญิงสูงอายุคนหนึ่งที่กำลังมีเรื่องแบบเดียวกับเธออยู่พอดี

หญิงรายนี้เล่าให้ฟังว่า ลูกสาวแต่งงานกับลูกเขย แต่เขากลับแอบไปมีคนอื่น จนผู้เป็นภรรยาทุกข์ใจพยายามฆ่าตัวตายอยู่หลายรอบ “เจ๊จาง” บอกว่า อีก 2วันจะไปเจอลูกสาวของหญิงคนนี้ แต่พอไปจริงๆ เธอก็ฆ่าตัวตายตัดหน้าไปแล้ว เจ๊เลยแนะนำให้ผู้เป็นแม่ฟ้องร้องลูกเขย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ...

เจ๊แกไม่เลิกราค่ะ ด้วยแรงบันดาลใจนี้จึงก่อตั้งองค์กรนักสืบเอกชน Fire Phoenix Agency” ขึ้นมาในปี 2003 เพื่อช่วยเมียหลวงไล่ตามจับเมียน้อย โดยลั่นวาจาไว้ว่า “ไม่มีการปราณีและฉะแหลก จะตัดหัวพวกเมียน้อยเหมือนตัดหัวผีญี่ปุ่นเลยทีเดียว” แลกค่าเหนื่อยนิดหน่อย เท่าทุน เน้นช่วยเหลือกัน แต่สุดท้ายไปไม่รอดเพราะขาดทุน...



ยังค่ะ ...เจ๊ยังไม่หยุดแค่นี้ แค้นฝังหุ่นเลยทีเดียว!! เจ๊จาง” ตั้งองค์กร Alliance Against Mistresses” หรือองค์กรพันธมิตรต้านเมียน้อย รับให้คำปรึกษาและตามขุด ตามสืบเรื่องของเมียน้อยให้กับเหล่าเมียหลวงที่มาใช้บริการ ผลงานชิ้นโบว์แดง คือ กระชากหน้ากากข้าราชการการทางรถไฟคนหนึ่งที่มีเมียน้อย 17 คน!!

โดยการแอบซุกกิ๊กไว้หลายๆ เมือง คุณเมียหลวงทนไม่ไหว จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ใช้บริการของ “เจ๊จาง” ในปี 2009 นอกจากนี้ ยังตั้งพื้นที่ที่เรียกว่า “อ่าวพระจันทร์” เพื่อเป็นที่พักให้กับบรรดาภรรยาที่ต้องระเห็ดออกจากบ้าน เพราะถูกสามีไล่ที่ เอาเมียน้อยเข้ามาอยู่แทน

เจ๊จาง” เล่าว่า ครั้งแรกที่เธอตบเมียน้อยก็ตอนช่วยเมียหลวงรายหนึ่ง ทั้งตบ เตะ ด่ากราด และกระทืบแว่นตากลางถนน ชุลมุนจนรถติด คนจำนวนมากเข้ามามุงกันใหญ่ จากนั้นตำรวจก็จะเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่เธอเดินไปหาเขาแล้วบอกว่า “คนที่กำลังถูกตบน่ะ เป็นเมียน้อยชาวบ้านนะ” พูดจบตำรวจก็บอกว่า “เหรอ ผมก็ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ”



เจ๊แกรู้ทันทีว่าตำรวจเปิดทางให้แล้ว พวกเธอจึงรุมตบเหยื่อต่อไป เหตุการณ์นี้เกิดราวปี 1990 ตำรวจจะไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องในครอบครัวชาวบ้าน แต่พอเรื่องราวมันใหญ่โตขึ้น เพราะสื่อช่วยกันประโคมข่าว ตำรวจจึงหันมาสนใจเรื่องนี้มากขึ้น ทำให้เมียหลวงบางคนที่ไปตบคู่กรณีถูกจับติดคุกก็มี

เจ๊จาง” แกบอกว่า การบุกตบเมียน้อยนี่แหละจะช่วยให้สุขภาพของเมียหลวงดีขึ้น พวกเธอจะหายใจได้ทั่วท้อง พวกที่อดทนไม่กล้าลงมือ อีกเดี๋ยวโรคเครียด หรืออาการหวาดระแวงก็มาเยือน... หมวยเล็ก” ว่า วิธีนี้ก็โหดเกินไปนะ ตอนนี้เจ๊แกชื่อเสียงโด่งดังทั่วเมืองจีน และธุรกิจประเภทนี้ก็กำลังผุดขึ้นมาอย่างลับๆ ตามอุปสงค์ที่มีในสังคม

แต่การทำแบบนี้มันผิดกฎหมายนะคะ อีกทั้งที่จีนการตั้งองค์กรนักสืบเอกชนก็เป็นเรื่องต้องห้ามด้วย ส่วนที่ไทยขืนไปรับจ้างขุดคุ้ย บุกตบแบบนี้มีหวังโดนจับดำเนินคดี ไม่คุ้มกันหรอกค่ะ ถ้ายิ่งเอาปืนไปยิงเขาด้วยแล้วตัวเองติดคุก จะมีประโยชน์อะไร ถ้าทนกันไม่ได้ก็ไปหาที่ปรึกษาปัญหาครอบครัวหรือหย่ากันไปเลย ไม่ต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือก็ได้ มีแต่เรื่องราวจะบานปลาย แถมอายคนอื่นด้วย.


….........................................
คอลัมน์ : มุดรั้วบ้านเพื่อน
โดย “หมวยเล็ก”

ขอบคุณข้อมูลจาก Global Times
China Daily


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 23