อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หันมองชีวิตใต้ความรุนแรง อยู่ในคุกที่สุดแสน"ศิวิไลซ์"

ทุกครั้งที่กลับเข้าคุกเขามีประสบการณ์มากขึ้น ไม่เคยถูกรับน้องให้นอนใกล้ส้วม ได้รับวิชาการฆ่า สะเดาะกุญแจ และเสียตัวครั้งแรกในนั้น มันคือโลกทั้งใบที่เขาได้รับการเรียนรู้ ทุกคนรู้จักขาใหญ่ในคุกและให้เกียรติเขา พุธที่ 11 มกราคม 2560 เวลา 08.00 น.


ตอนที่เขาถูกตำรวจจับครั้งแรก เขาอายุไม่ถึง 15 ปีด้วยซ้ำ จากการนำยาไปส่งให้กับลูกค้าในละแวกชุมชน เขาแค่ถือมันใส่ถุงพลาสติกสีชมพูไปให้ “ยาเพียงแค่ 5 เม็ด” จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากี่บาท เพราะมันไปไม่ถึงลูกค้า ตำรวจจับเขาไว้ก่อน...

ตอนที่ตำรวจพาตัวมาที่ห้องสืบสวนของโรงพักครั้งแรก เขาตื่นตกใจยิ่งนัก เมื่อตำรวจนอกเครื่องแบบขู่ตะคอก เขาก็ถึงกับสะดุ้งตั้งสติไม่ได้ แต่ละคนน่ากลัว พกปืนข้างเอว ไว้หนวดไว้เคราและสูบบุหรี่กันจัด

มึงจะโดนส่งเข้าคุก ไม่ได้กลับมาเห็นหน้าพ่อหน้าแม่มึงอีก เขาจะลืมมึง แล้วมีลูกคนใหม่ มึงจะติดคุกตลอดชีวิต บ้านก็ไม่ได้กลับอีกต่อไป”

จำได้ว่า เขาร้องไห้น้ำตาแทบแตก ตำรวจขู่จนเขาแทบฉี่ราด ไม่นานและไม่นาน ตำรวจก็ยื่นเงื่อนไขใหม่ให้เขาบอกว่า ยามาจากใครแลกกับการเป็นอิสระ ความกลัวกล่อมในจิตใจ เขาบอกว่า “รับยาให้มาส่งจากรุ่นพี่ข้างบ้าน” ตำรวจนำกำลังไปเพื่อจับกุม ปรากฏว่ารุ่นพี่คนนั้นหายตัวไปแล้ว ข่าวตำรวจจับเขาเป็นที่รับรู้แพร่หลายกันอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าข่าวในอินเทอร์เน็ตสมัยนี้เสียอีก

ตำรวจคว้าน้ำเหลว ดูเหมือนจะโกรธเขาด้วยซ้ำ จึงแจ้งข้อหานำตัวส่งสถานพินิจ ที่นั่น “บทเรียนแรก” ในชีวิตเริ่มขึ้น...

เขาถูกโกนหัว อยู่ในวินัย ในสถานที่แห่งนั้น เขาได้รับการรับน้องพานพบความรุนแรงเป็นครั้งแรก พวกรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อน ทั้งขู่ทั้งข่มเหงเขา ความรุนแรงที่สุด คือ เขาถูกรุมเตะในนั้น “ไอ้สัตว์ มึงมันไอ้ขี้แพ้” เขาน่วมและบาดเจ็บ

พ่อกับแม่ไม่เคยมาเยี่ยม มีเพียงรุ่นพี่ที่ให้เขาเดินส่งยามาเยี่ยมเท่านั้น และเมื่อเขาออกจากสถานพินิจอย่างบอบช้ำ คืนแรกที่กลับมาบ้าน รุ่นพี่หล่นคำสอนสำคัญว่า “ชีวิตมึงต้องสู้ มีมือมีตีนเหมือนกัน ถ้าสู้ไม่ได้ ให้ใช้นี่” แล้วก็ยื่นมีดมาให้ “ถ้ามึงไม่สู้ มึงก็ตาย กฎของโลกมีไว้แบบนี้ ใครอ่อนแอก็แพ้ไป เราต้องรอดเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด”



คืนนั้นเขาฆ่าคนตายครั้งแรก รุ่นพี่พาเขาไปที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นไอ้คนรุมซ้อมเขาที่สถานพินิจได้รับการออกมาแล้ว มันซุ่มเสพยาบ้าอยู่ รุ่นพี่เข้าไปรุมกระทืบจัดการ แล้วบอกให้เขาปาดคอมันเสีย “คิดถึงตอนที่มันกระทืบมึงสิ มึงอ่อนแอไม่ได้ ทำให้มันรู้ว่า มึงนะของจริง เป็นนักสู้ ไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้”

นั่นคือ “ศพแรก” ในชีวิตเขา ตำรวจไม่เคยสนใจคดี นักข่าวไม่เคยทำข่าว เรื่องราวเงียบหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นหลายปีผันผ่าน เขาทำงานกับรุ่นพี่ การศึกษาในโรงเรียน คือสิ่งที่เดินห่างออกจากชีวิตเขา คุกต่างหากคือการศึกษาและเป็นที่ที่เขารู้สึกเหมือนบ้านที่สุด เข้าและออกเป็นว่าเล่น ในคืนแรกน่ากลัวเสมอ แต่เมื่อผ่านไปหลายวัน หลายเดือน หลายปี ที่แห่งนี้คือ “สถานที่ที่เขามีคุณค่า เป็นมนุษย์ที่ได้รับการยอมรับ”


 ทุกครั้งที่เขากลับเข้าคุกใหม่ ประสบการณ์ที่มากขึ้น เขาไม่เคยถูกรับน้องให้ไปนอนใกล้ส้วม ที่นี่เขาคือขาใหญ่อย่างแท้จริง ด้วยวัยไม่ถึง 30 ปี ในที่แห่งนี้เขาได้รับวิชาการฆ่า สะเดาะกุญแจ เส้นสายในการทำมาเลี้ยงชีพ เขาเสียตัวครั้งแรกในนั้น มันคือโลกทั้งใบที่เขาได้รับการเรียนรู้ ทุกคนรู้จักเขา ขาใหญ่ในคุกไม่เคยตอแย แต่ให้เกียรติเขา 

เขาอาจไม่ได้ฆ่าใครเพิ่ม แต่เขากระทืบคนอีกมากมาย ทั้งในคุกและนอกคุก “ความรุนแรง” คือสิ่งเดียวในชีวิตที่เขายึดมั่นยิ่งกว่าศาสนา มันแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง “ถ้าสู้ไม่ได้ให้ใช้อาวุธ ถ้าจะแพ้ให้ฆ่ามันเสีย โลกเป็นที่ของคนแข็งแกร่ง ไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้” คำสอนของรุ่นพี่ตราตรึงในใจเขาเสมอมา แม้ว่ารุ่นพี่จะโดนยิงทิ้งจากการหักหลังเรื่องยาไปหลายปีแล้วก็ตาม

“รอยสัก” ในร่างกายคือเครื่องยืนยันแห่งเกียรติยศ มันคือ “เกราะป้องกัน” ตัวเขา ที่บอกไว้ว่า กูแน่แค่ไหน...!!



ในคุกเขาแน่เป็นของจริง แต่ในโลกภายนอกช่างแตกต่างและโหดร้ายยิ่งนัก โลกภายนอกเขาเป็นได้เพียง “ไอ้ขี้คุก” ที่ไม่มีใครรับทำงาน เขาไม่เคยเสพยาเสพติด แต่ข้องแวะในการจัดหาให้กับพวกเด็กวัยรุ่น เกียรติยศ และศักด์ศรีในคุกใช้ไม่ได้กับโลกภายนอก ซึ่งเขาเป็นเพียง “สวะ” ตัวหนึ่ง ที่ทำงานดิ้นรนใช้ชีวิต ด้วยอาชีพที่ทำแล้วไม่มีวันรวย

เขาอยากได้เงินใช้มากๆ แล้วก็เขาเห็นคนไปกดเงินเอทีเอ็ม กดมาเสียเยอะด้วย เขาไม่รู้ว่าคนกดเงินต้องการเงินไปทำไม เขาไม่สนใจ จะต้องไปแคร์เรื่องของคนอื่นทำไม เขาแค่อยากใช้ เดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยปากขอเงิน อีกฝ่ายตื่นกลัว ไม่ยอมให้ เขาพยายามแย่งชิง อีกฝ่ายพยายามยื้อแย่ง โลกเป็นที่ของคนแข็งแกร่ง ไม่ใช่คนอ่อนแอ ความรุนแรงคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขาได้ทุกอย่างมา ถ้ามันแข็งกร้าวขัดขืน เราต้องเป็นยิ่งกว่า...

วันนั้นจบลงที่อีกฝ่ายจมกองเลือด เขาได้เงินไปใช้ ไม่นานหลังจากนั้น ข่าวปรากฏออกมา เขาเป็นคุณพ่อของลูกที่กดเงินเพื่อไปซื้อของขวัญวันเกิดครบ 5 ขวบให้ลูก สื่อนำเสนอข่าวกันครึกโครม เรื่องราวของคนตายปรากฏออกมา บีบคั้นหัวใจคนอ่านผู้รับสาร ต่างประณามคนฆ่าอย่างที่สุด ตำรวจไม่อาจนิ่งเฉย ไม่นานและไม่นานเขาก็ถูกจับ



ดวงตาเรียบเฉยและการเล่าเรื่องเรียบง่าย สื่อนำเสนอว่าพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทุกอย่างในตัวเขาสงบนิ่ง เขาไม่รู้อีกแล้วว่าการถูกจับมันสยองอย่างไร การติดคุกน่ากลัวอย่างไร สำหรับเขามันเป็นเรื่องชาชิน เขาไม่สำนึกผิดที่กระทำ แม้จะเอ่ยปาก “ขอโทษ” แต่ในใจ ความรุนแรงที่เหนือกว่าอีกฝ่ายจะทำให้เขาเอาตัวรอดมาได้

วันทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีคนพยายามทำร้ายเขา สื่อและสังคมต่างเรียกร้องให้ “ประหารชีวิต” เขาเฉยๆ เขาก็แค่อ่อนแอกว่ากฎหมายบ้านเมือง ถ้าต้องตายก็คือตายจะกลัวอะไรมากไปกว่านี้ ชีวิตในคุกคืนแรกก็เหมือนคนที่จากบ้านไปนานและได้กลับบ้านในหลายปี นอนหลับสนิท สังคมที่คุ้นเคย ทุกอย่างที่คุ้นตา อะไรไม่ถูกใจก็ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาไป ทุกอย่างเรียบง่าย โลกเป็นที่ของคนที่แกร่งกว่า โหดกว่าและใจถึงกว่าเท่านั้น

โลกนี้มีเรื่องประหลาดมากมาย บางคนเกิดมาเพื่อเป็น “เสรีชน” แต่บางคนเกิดมาเพื่อเป็น “ทาส” ยอมตกอยู่ใต้พันธนาการห่วงโซ่แห่งการเป็นทาส คุกเข่าก้มหัวละทิ้งเสรีภาพ ยอมตกอยู่ใต้ความรุนแรง เพียงเพราะเชื่อว่ามันแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

แต่นั้นไม่จริงหรอก...โลกหมุนศิวิไลซ์มาถึงวันนี้ เพื่อคุ้มครองให้คนที่เข้มแข็งและอ่อนแอได้มีชีวิตบนโลก คำพูดว่าโลกเป็นที่ของคนที่แข็งแรงกว่า เป็น “ความป่าเถื่อนไร้อารยธรรม” ที่อวิชชาทั้งมวลห่อของขวัญมายื่นให้กับเขาใครเลยจะพาเขาออกจากความเชื่อนี้ได้

อาจไม่ใช่คุก อาจไม่ใช่กฎหมาย อาจไม่ใช่อะไรเลย และอาจไม่มีคำตอบด้วยซ้ำไป...


….......................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : Waree Mee

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 679