อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ปอนด์ต่อปอนด์??พวงมาลัยไฟฟ้า:ไฮดรอลิก!!

“พวงมาลัยเพาเวอร์”ในปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ คือระบบไฮดรอลิกและไฟฟ้า จุดประสงค์หลัก คือช่วยผ่อนแรงเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ศุกร์ที่ 13 มกราคม 2560 เวลา 08.00 น.

“ระบบพวงมาลัยช่วยผ่อนแรง” หรือที่เรา ๆ ท่าน ๆ รู้จักกันชื่อกันคือ “พวงมาลัยเพาเวอร์” (Power steering system) ในปัจจุบันถือเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถยนต์เกือบทุกยี่ห้อรุ่นเพื่อความสะดวกสบายและช่วยผ่อนแรงในการขับขี่ โดยจะมีทั้งระบบไฟฟ้าและระบบไฮดรอลิก ถึงตรงนี้หลาย ๆ ท่านคงเกินคำถามว่าอ้าวแล้วมันแตกต่างกันอย่างไร-ระบบไหนดี-ดูแลรักษาอย่างไรถึงจะถูกวิธี “รู้ก่อนเหยียบ” จึงขอนำทุกท่านมารู้จักกับ “พวงมาลัยเพาเวอร์” ทั้งระบบไฟฟ้าและระบบไฮดรอลิก กันแบบปอนด์ต่อปอนด์

แรกเริ่มเดิมที ในรถยนต์รุ่นเก่า ๆ ยังไม่มีระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรงการหมุนพวงมาลัยในพื้นที่แคบ ๆ หรือขณะรถหยุดนิ่งนั้นสร้างความลำบากให้ผู้ขับขี่ที่ต้องใช้กำลังในการเอาชนะแรงต้านระหว่างหน้าสัมผัสยางกับพื้นถนน ดังนั้นรถยนต์ในยุคต่อ ๆ มาจึงมีการคิดค้นและติดตั้งระบบพวงมาลัยเพาเวอร์เอาไว้ เริ่มต้นด้วยระบบแรงดันของน้ำมันไฮดรอลิก ช่วยผ่อนแรงซึ่งมีการปรับปรุงพัฒนามาหลายยุค และระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าตามลำดับ

-ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก (Hydraulic Power Steering) ทำงานโดยอาศัยกำลังจากเครื่องยนต์ผ่านสายพานหมุนปั๊มสร้างแรงดันไฮดรอลิก ก่อนส่งกำลังผ่านท่อแรงดันไปยังกระปุกพวงมาลัย หรือแร็กพวงมาลัย เพื่อช่วยผ่อนแรง ทำให้พวงมาลัยหมุนได้เบามือนั่นเอง

ข้อดี

-พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิก ที่สมบูรณ์จะให้ความแม่นยำสูงในการขับขี่ทั้งทางตรงและยามเข้าโค้ง

ข้อเสีย

-เมื่อต้องเกี่ยวดองหนองยุ่งกับน้ำมันในการถ่ายทอดกำลัง ดังนั้นเมื่อมีชิ้นส่วนอาทิ ซีล-ท่อทางชำรุด ก็ย่อมเกิดปัญหารั่วซึม

ข้อควรระวัง

-หลีกเลี่ยงการหักพวงมาลัยจนสุด ค้างไว้นานๆ เนื่องจากจะทำให้น้ำมันเกิดแรงดันสูงกว่าปกติ จนอาจทำให้เกิดการรั่วซึมของระบบได้
 

-ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) ระบบนี้จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวสร้างกำลังช่วยผ่อนแรงแทนปั๊มแรงดันไฮดรอลิก เมื่อผู้ขับขี่หักพวงมาลัยจะมีเซ็นเซอร์ ตรวจจับก่อนส่งให้กล่องควบคุมสั่งการให้มอเตอร์ทำงาน นอกจากนี้ในช่วงความเร็วต่ำจะให้ความรู้สึกที่เบากว่าพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอริก และจะรู้สึกหนืด-หนักขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง ทั้งนี้ในรถบางรุ่นยังสามารถเลือกปรับโปรแกรมได้หลากหลายรูปแบบ

ข้อดี

-ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า จะให้ค่าความหนัก-เบาของพวงมาลัยที่แตกต่างเพื่อความปลอดภัยในแต่ละช่วงความเร็ว
-เมื่อใช้มอเตอร์ในการสร้างกำลังจึงตัดปัญหากวนใจเรื่องการรั่วซึมของระบบทิ้งไป
-สามารถลดกำลังเครื่องยนต์ลง จึงทำให้อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงลดลงตามไปด้วย แม้อาจจะเล็กน้อยก็ตาม

ข้อเสีย

-มีระยะฟรีและความแม่นยำน้อยกว่า ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิ
 
เทคนิคควรรู้

ส่องต้นเหตุ”พวงมาลัยหนัก”

-ปั๊มไฮดรอลิก ชำรุดเสียหาย โดยส่วนใหญ่อาการนี้มักจะมาพร้อมกับเสียงหอน-เสียงคราง  สามารถแก้ไขได้โดยการรื้อซ่อมแซมชิ้นส่วนภายใน แต่ถ้าเกินเยียวยา สามารถหาซื้อปั๊มใหม่หรือมือสองมาเปลี่ยนได้

-ระดับน้ำมันต่ำเกินไปส่งผลให้ปั๊มไฮดรอลิกไม่สามารถสร้างกำลังได้เต็มที่ ควรเติมให้อยู่ในระดับปกติและหมั่นตรวจสอบเสมอ

-น้ำมันขาดจากการรั่วซึม ให้ตรวจสอบหาจุดที่รั่วซึมแล้วแก้ไข ก่อนเติมให้อยู่ในระดับปกติ

-เติมน้ำมันผิด ปัญหายอดฮิตที่พบเห็นได้บ่อย ๆ แก้ไขโดยถ่ายทิ้งทั้งระบบแล้วเติมน้ำมันใหม่

-อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนในระบบบังคับเลี้ยว อาทิลูกหมาก ชำรุดเสียหาย

-ลมอ่อน-รถไม่ได้ศูนย์

-มอเตอร์หรือกล่องควบคุมชำรุดเสียหาย (เฉพาะในรถที่ใช้พวงมาลัยไฟฟ้า) สามารถสังเกตไฟเตือนรูปพวงมาลัยบนหน้าปัด  ควรรีบนำรถเข้าตรวจสอบโดยช่างผู้ชำนาญ
 
ก็ลองชั่งใจกันดูครับสำหรับรถยนต์ใหม่บางรุ่นที่มีระบบพวงมาลัยให้เลือกทั้งสองระบบ ส่วนรถเก่าที่เบื่อหน่ายปัญหารั่วซึมก็ไม่ต้องน้อยใจไปเพราะเดี๋ยวนี้ เชียงกง เค้าอิมพอร์ท ชุดพวงมาลัยไฟฟ้ามือสองสำหรับรถบางรุ่นที่เมืองนอกเค้าติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโรงงานใช้กันกว่า 10 ปี แต่ไฉนพี่ไทยอย่างเรา ๆ กลับไม่มีใช้...


.........................................

คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ

โดย “ช่างเอก”

ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com

….............................

ขอบคุณข้อมูลจาก

-บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด / www.mmsboschcarservice.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 561