อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

คดีรถเบนซ์โบราณ สงสาร"พระชรา"

หวังว่าเจ้าประคุณสมเด็จ พระชราในวัย 90 กว่า คงจักพิจารณาวางเฉยวิบากกรรมที่มากระทบได้ ส่วนกลุ่มคนที่คิดไม่ดีต่อผู้ทรงศีล พวกเราชาวพุทธเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมว่ากรรมใดใครก่อย่อมสนองคนนั้น พุธที่ 18 มกราคม 2560 เวลา 10.00 น.


ฉับพลัน...!! ที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง พระมหาศาสนมุนี หรือ “หลวงพี่แป๊ะ” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ คดีรถโบราณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ “สมเด็จช่วง” เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ชาวพุทธเป็นจำนวนมากก็อดที่จะ “สงสารสมเด็จช่วง” ไม่ได้ ที่เจ้าประคุณถูก “คนกลุ่มหนึ่ง” จ้องเล่นงานทำลายชื่อเสียง เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อการก้าวสู่ตำแหน่ง “สมเด็จพระสังฆราช”

ความจริงที่พวกเราชาวพุทธไม่รู้ มารู้ก็ตอนที่ คุณพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาเปิดเผยหลังอัยการสั่งไม่ฟ้องแล้ว ก็คือว่า “คดีรถเบนซ์โบราณในส่วนของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีมาตั้งแต่ต้น จึงอยากให้สังคมเข้าใจด้วยว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ท่านไม่ได้มีมลทินเกี่ยวกับเรื่องรถเบนซ์โบราณแต่อย่างใด เนื่องจากท่านไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตั้งแต่ต้น”



การสร้างกระแส เล่นข่าว “คดีรถเบนซ์โบราณ” ถือว่าเป็นไปตามแผนของคนจ้องทำร้ายเจ้าประคุณสมเด็จและถือว่าเป็นผลสำเร็จด้วย เพราะการเสนอชื่อ “ถูกยับยั้ง” จนเป็นที่มาของการแก้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ 2505 ในมาตรา 7 ซึ่งตอนนี้เรื่องตำแหน่ง “สังฆราช” ก็มีคนเล่าลือไปต่างๆ นานาว่ารูปโน้น รูปนี้จะได้

เรื่องตำแหน่ง “สังฆราช” ผมอยากเห็นคณะสงฆ์ทั้งคณะสงฆ์มหานิกายและคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย “เกาะแน่น” กันเอาไว้ อย่าหวั่นไหว เพราะสถานการณ์พุทธศาสนาในไทย ตอนนี้หวั่นไหวเป็นอย่างมาก พระพุทธศาสนาถูกคุกคาม



หากคณะสงฆ์ไม่เกาะกลุ่ม ไม่สามัคคีกันเอาไว้ อนาคตประเทศไทยอาจไม่มี “มรดก” ที่พระมหากษัตริย์และบรรพบุรุษเราเสียเลือดเสียเนื้อ เสียชีวิต รักษาสืบทอดกันเอาไว้ และเรื่อง “ภัยคุกคาม” นี้ก็มีแต่ “คนวงใน” ชาวพุทธเท่านั้นที่รู้ ชาวพุทธประเภท “ดีแต่พูด” ดีแต่นินทาลับหลังคงไม่ทราบ

“คดีรถเบนซ์โบราณ” ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หากเจ้าประคุณสมเด็จเป็น “พระมหาช่วงหรือเป็นพระช่วง” ธรรมดาๆ คงไม่ถูกคนป้ายสี ย่ำยี หรือทำลายชื่อเสียงขนาดนี้ เพราะในหมู่คณะสงฆ์หรือชาวพุทธ ทราบกันดีว่า สมเด็จวัดปากน้ำท่านเป็นพระที่เมตตา เป็นพระที่ใจดี และชอบอนุเคราะห์ช่วยเหลือสังคมทั่วไป ท่านจึงเป็นที่รักและเคารพของลูกศิษย์ ทั้งชาวพุทธที่เป็นคนไทยและชาวพุทธที่เป็นคนต่างประเทศ



เสน่ห์ของท่านอันเป็นที่เล่าขานทุกวันนี้ก็คือว่า “ใครก็เข้ากราบได้ ไม่ต้องมีคิว ไม่ต้องมีคนคอยสกรีน ไม่ต้องมีตู้กระจก เป็นลานกว้าง และหากเป็นลูกศิษย์จำชื่อได้แทบทุกคน”

ใครจะคาดคิด “พระชรา” ในวัย 90 กว่า ที่มีคุณูปการต่อคณะสงฆ์และสังคมไทยขนาดนี้ เพียงแค่ท่านจะก้าวสู่ตำแหน่ง “สังฆราช” ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย เป็นไปตามกฎหมาย มีคนบางคนเล่นงานท่าน จนชาวพุทธส่วนใหญ่หดหู่ใจ อดสงสาร ไม่ได้



แต่ก็หวังว่าเจ้าประคุณสมเด็จคงจักพิจารณาวางเฉย “วิบากกรรม” ที่มากระทบได้ ส่วนกลุ่มคนที่คิดไม่ดี คิดร้าย “ต่อผู้ทรงศีล” พวกเราชาวพุทธเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม “กรรมใดใครก่อ ย่อมสนองคนนั้น” ก็ต้องรอดูต่อไป

ส่วนในอนาคตเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ท่านจะได้หรือไม่ได้ตำแหน่ง “สังฆราช” ก็ถือว่าเป็นเรื่องของ “บุญพา วาสนาส่ง” แต่ที่ท่านมีและได้ตอนนี้ คือ ความชรา และเป็นพระของชาวพุทธ เป็นพระของประชาชน!!

…....................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    88%
  • ไม่เห็นด้วย
    12%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 8.97K