อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 29 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 29 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'ศพแล้วศพเล่า'บนท้องถนน พรากชีวิตคนที่รักซ้ำไปมา

รอบที่ 3 ในการเดินทางของรถแล้ว มือจับพวงมาลัยเริ่มอ่อนล้า เขาง่วงและเพลีย แต่กัดฟันมั่นใจว่าจะถึงกรุงเทพฯ ได้แล้วพาผู้โดยสารอีกชุดกลับมา และได้หยุดพัก รอพ่อก่อนนะลูกอีกไม่กี่ชม. พ่อมีของขวัญปีใหม่ให้ด้วย พุธที่ 18 มกราคม 2560 เวลา 08.00 น.


บนรถคันที่ 1
คนที่หนึ่ง เขากลับบ้านเที่ยวนี้พร้อมแฟนสาว คาบข่าวดีไปฝากพ่อกับแม่ ใช่!! เขากำลังจะแต่งงาน พ่อกับแม่ปลาบปลื้ม “สวยไม่ใช่เล่นนะเมียเอ็ง ฝันของพ่อกับแม่ล่องลอย จะได้มีหลานให้อุ้มอีกไม่ช้า จะอุ้มไปโชว์คนในซอยให้รู้ว่า กูก็มีหลานกับเขา” ก่อนกลับเขามอบเงินให้พ่อกับแม่ แนะให้ออกกำลังกายบ้าง พร้อมย้ำว่าเมษายนนี่จะกลับมาใหม่

คนที่สอง เขาอกหักอย่างเจ็บปวดสุดในชีวิต ทุกอย่างล่องลอยเหมือนอยู่ในฝันร้ายที่ไม่ยอมตื่น คำแนะนำจากเพื่อนสักคน บอกให้เขาเดินทางไปสักที่ เดินทางไปให้รู้ว่า...ท่ามกลางคนจำนวนมากที่เดินทางไปเที่ยวกันเยอะมหาศาล เราอยู่คนเดียวในโลกแห่งนี้ ความกลัวการอยู่คนเดียวจะทำให้เราเปิดใจกล้า และเดินออกหาความสัมพันธ์ครั้งใหม่ เขาเดินทางพบกับความว่างเปล่าท่ามกลางคนนับพันในสถานที่ท่องเที่ยว ไม่เป็นไร ปาดน้ำตา พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว เริ่มทำงานมีชีวิตใหม่

คนที่สาม เธอไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี สาเหตุเพราะเธอทะเลาะกับพี่น้องในครอบครัว แล้วเดินทางเด็ดเดี่ยวมาทำงานในกรุงเทพฯ เธอไม่อยากอยู่ที่บ้านนอกอีกต่อไป อยากชุบตัวเป็นสาวกรุงเทพฯ เปิดธุรกิจให้ร่ำรวยเพื่อกลับไปจะได้ไม่อายเขา ตอนนี้ธุรกิจออนไลน์ของเธอไปได้ดี อายุไม่ถึง 30 ปี แต่เธอมีเงินเก็บหลายล้าน เธอกลับไปอย่างทระนง ทีแรกเธอคิดว่าคนในครอบครัวจะตื่นตะลึงกับการกลับมาของเธอ เปล่า! พวกเขาเพียงแค่ยิ้มแล้วถามเธอว่า “กินข้าวมายัง?”

คนที่สี่ เธอตื่นกลัวทุกครั้งที่เดินทางกลับบ้าน แต่เทศกาลคือความสุดพิเศษที่เราไม่ควรปล่อยผ่านโดยนอนเฉยในกรุงเทพพระมหานคร เธอรวบรวมความกล้าอย่างที่สุดกลับไปบ้าน ที่บ้านพ่อกับแม่รอเธออยู่ เธอก้มกราบตักพ่อกับแม่ แล้วยืนยันในเพศสภาพของตัวเอง ตอนแรกเธอกลัวว่าพ่อที่แสนดุจะตีเธอเหมือนตอนเด็กๆ



แต่เธอไม่อยากฝืนทนอีกแล้ว เธอไม่ได้ทำบาป แต่มันเป็นชีวิตที่เธอเลือก ตอนพูดความจริงออกไป พ่อกับแม่เงียบ วินาทีนั้นเธอกลัวที่สุด กลัวยิ่งกว่าความกลัวใดที่เธอเคยเผชิญมาในชีวิต แต่พ่อก็กอดเธอ แม่ลูบผมเธอ พ่อเพียงกระซิบว่า “จะเป็นใคร ลูกก็สามารถเป็นได้หลายอย่างบนโลกนี้ แต่ยังไงของยังไง ลูกก็คือลูกของพ่อ อะไรที่มีความสุขทำไปเถอะ พ่อกับแม่รักลูกเสมอ”


คนที่ห้า หญิงสาวกลับไปกับแฟนหนุ่ม เขาพาเธอไปเปิดตัวกับพ่อกับแม่ ทุกอย่างดูสมานกลมเกลียว แต่วินาทีแห่งปีใหม่ เธอปั้นหน้าเสแสร้งอย่างยิ่ง เธอต้องแต่งงานกับเขา แต่หัวใจเธอไม่ได้อยู่กับเขา มันเกิดเรื่องในคืนวันลอยกระทง เธอไปลอยกระทงกับเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันนาน คืนนั้นพูดคุยกันหลายเรื่อง หมดเบียร์หลายขวด เธอเมาแล้วเต้นสนุกสนานกับเขา ทุกอย่างเบิกบานมีชีวิตชีวาไปหมด จบท้ายมันหยุดลงที่เตียง ระหว่างเธอกับเพื่อนเก่า มันเป็นวินาทีที่มีความสุขซาบซ่าน

แต่เป็นความจริงที่ตื่นกลัว เธอท้องกับเพื่อนเก่า มันไม่มีหนทางอื่นใดจะทำได้ นอกจากเลิกกับแฟนหนุ่ม แต่เพื่อนเก่าของเธอปฏิเสธ เธอไม่กล้าบอกแฟนหนุ่มว่า พ่อของเด็กในท้องคือเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เธอจะทำอย่างไรดี ในชีวิต มันเจ็บลึกร้าวรานอยู่ข้างใน ทำได้เพียงปั้นหน้าคุยกับแฟนหนุ่ม หวังว่าเขาจะเข้าใจว่าเด็กในท้องคือลูกของเขา


คนที่หก ชายหนุ่มขับรถไปหลายเที่ยวแล้ว ลูกถามว่า พ่อจะซื้อของอะไรให้ปีใหม่ เขาขับเข้ากรุงเทพฯ แล้วเดินทางไปซื้อของเล่น มันเป็นหุ่นยนต์บังคับที่ลูกอยากได้ เขาบอกลูกว่า..พ่อไปทำงานเก็บเงิน แล้ววันนี้จะพาลูกกับแม่ไปกินหมูกระทะกัน เขาอดทนอีกนิด

 นี่เป็นรอบที่สามในการเดินทางของรถแล้ว มือจับพวงมาลัยเริ่มอ่อนล้า ยางรถเริ่มโรยรา แต่เขากัดฟัน มันเป็นชีวิตที่เขาไม่มีทางเลือก เขาง่วงและเพลีย แต่ประสบการณ์ในการขับรถยังดีอยู่ เขามั่นใจว่าจะไปถึงกรุงเทพฯ ได้โดยเร็ว แล้วพาผู้โดยสารอีกชุดกลับมา จากนั้นเขาจะหยุดพัก 1 วัน รอพ่อก่อนนะลูก อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้กลับไปหาหนูแล้วครับ พ่อมีของขวัญมาให้ด้วย ของขวัญปีใหม่สำหรับหนูคนเดียว
 


บนรถคันที่ 2
เขานั่งอยู่เบาะหลัง ไม่พูดไม่จากับพ่อและแม่ ถึงเวลานี้เขาหงุดหงิดที่ต้องเดินทางไปเที่ยวกับครอบครัวยิ่งนัก เขาอยากอยู่กรุงเทพฯ กับเพื่อน อายุของเขามันโตเกินจะไปเที่ยวเหมือนเด็กๆ แล้ว แต่ทำไมพ่อกับแม่ต้องพาเขาไปด้วย คนก็เยอะ เรื่องก็แยะ พ่อกับแม่พยายามใช้แท็ปเล็ตถ่ายรูปลงเฟส แต่เขาไม่ชอบอย่างยิ่ง ปั้นหน้าไม่พอใจให้เห็น

เขาไม่ใช่เด็กแล้ว เขากำลังโต อยากไปเคาท์ดาวน์กับเพื่อน คอยดูนะ ถ้าไปถึงกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ เขาจะออกจากบ้านไปพบกับเพื่อนๆ ทำไมพ่อกับแม่ยังทำตัวเหมือนว่าเขาเป็นเด็กอยู่เสมอ ไม่ชอบเลย...ว่าแล้วเขาก็เอาหูฟังยัดหูแล้วแกล้งทำเป็นหลับ

“รู้ไหม ปีหน้าลูกก็คงไม่ไปเที่ยวกับเราแล้ว ลูกโตเป็นวัยรุ่นแล้ว ผมเคยเป็นวัยรุ่นผมเข้าใจ เขาอยากอยู่กับเพื่อนๆ แต่อย่างน้อยปีนี้ ก่อนที่เขาจะโต ผมขอแค่ปีเดียว ที่จะได้ไปเที่ยวกับคุณและลูก เหมือนครอบครัวเราตอนเด็กๆ ที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ลูกชอบให้พาไปเที่ยวเสมอ ไม่ยอมอยู่กับบ้านเลย...”

พ่อกล่าวกับแม่ หันไปมองกระจกหลังถึงเด็กหนุ่มที่แกล้งทำเป็นหลับ เขารู้แต่ก่อนที่ลูกจะเติบโตไปมากกว่านี้ ก่อนที่เขาจะต้องปล่อยลูกไปตามทาง เขาอยากเก็บภาพนี้ไว้เหมือนตอนที่ลูกอายุไม่ถึง 5 ขวบ หัดพูดแล้วถามทางตลอดมา อยากไปเที่ยวกับพ่อแม่เสมอเลย ต้องพาหนูไปทุกปีนะ”

มันเป็นชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้น ด้วยอะไรหลายอย่าง แรงชนสะเทือนมหากัมปนาท ทำเอารถราต้องหยุดดู สีหน้าแต่ละคนตื่นตกใจที่สุด หญิงสาวกระเด็นออกจากรถ ไปกระแทกกับพื้นถนน สติเธอกำลังเลอะเลือน ร่างเต็มไปด้วยเลือด เจ้าหน้าที่มูลนิธิเร่งช่วยเหลือ

เธอจับท้อง สัญชาตญาณความเป็นแม่มันเกิดกับเธอในวินาทีนั้น เธอมองหาแฟนหนุ่ม แต่ร่างเขาอัดติดอยู่กับรถ สภาพเละ เธออยากอ้าปากพูดอะไรออกมาหลายอย่าง แต่ไม่มีเสียงใดออก มือของเธอจับไปโดนหุ่นยนต์สักตัว เธอกำมันไว้แน่นกลัวมันจะหล่นหาย เธออยากจะขอโทษเขา แต่ไม่มีโอกาสอีกแล้ว บนรถคันนั้นทุกคนเสียชีวิตกันหมด ทำไมต้องเป็นเธอ อะไรดลบันดาลให้เธอรอดมาได้ สาเหตุใด..น้ำตาเธอไหลออกมา ร่างสั่นพร้อมความเจ็บปวด

เด็กหนุ่มกระเด็นไปข้างทาง แขนหัก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ สติเขากลับมา เพลงในหูฟังหายไป ได้ยินเสียงโลกความเป็นจริง ตรงหน้าพ่อกับแม่อยู่ไหน เขาพยายามอง เห็นแล้ว พยายามตะโกนเรียก แต่พ่อกับแม่ไม่ตอบ นอนหน้านิ่งไร้ลมหายใจ ทำไมเกิดอะไรแบบนี้กับเขา ไหนว่าจะไปเที่ยวด้วยกันไงครับ...พ่อ....แม่....ทำไมพ่อกับแม่ไม่รักษาสัญญากับผมอีก เขาพยายามลุก ฝืนความเจ็บปวดวิ่งไปหา แต่เจ้าหน้าที่ห้ามไว้ รถไฟไหม้ ทำได้เพียงดูร่างพ่อกับแม่เท่านั้น..


“มันเป็นศพแล้วศพเล่า” ที่เกิดขึ้นราวไม่รู้จบ ทุกครั้งที่เกิดเราก็หวังเป็น “ครั้งสุดท้าย” แต่มันกี่ครั้งสุดท้ายแล้วที่น้ำตาของเราไหลริน ทั้งๆ ที่มันพึ่งจะเหือดแห้งไปเมื่อไม่นานนี้เอง...


…...................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3.29K