อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

คู่รักพิการเปิดใจหลังอุบัติเหตุ ฟ้าลิขิตให้พบกันโรงพยาบาล

เปิดเส้นทาง“คู่รักพิการ”ไร้พรมแดนกัน ฝ่ายหญิงเผยหลังประสบอุบัติเหตุ รักษาตัวโรงพยาบาลเดียวกันกับฝ่ายชาย แลกเปลี่ยนความคิดกันและกัน ฝ่าฟันอุปสรรค ตัดสินใจแต่งงานใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน อาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2560 เวลา 08.00 น.


หากจะถามว่า...วันที่เรากำลังท้อ เหนื่อยและหมดหวังกับชีวิต ทำอย่างไรในวันพรุ่งนี้ถึงมีเรี่ยวแรงเดินต่อไปข้างหน้า “มันยากนะ” ที่กว่าจะก้าวผ่านห่วงเวลาแห่งความเศร้าไปได้ ยิ่งหากเป็นความทุกข์ระดมที่เกิดจากความสูญเสียโดยไม่รู้ตัว คิดดูเอาเถอะ “จะรับได้ไหม??”

คู่รักคู่หนึ่ง เธอและเขาชื่อ “พิชญ์สินี พีระพันธ์” หรือ “เปิ้ล” อายุ 23 ปี ส่วนฝ่ายชาย “วิชัย ป้องแดง” หรือ “ชัย” อายุ 21 ปี ทั้งคู่ก็เคยเป็นผู้ที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นมาก่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และกลายเป็น “ผู้พิการ” จากอุบัติเหตุทางท้องถนน แต่เมื่อฟื้นและลืมตาขึ้นมาอีกหน กลับพบว่า “โลกใบนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว”



“เปิ้ล” เริ่มเล่าให้เราฟังว่า เธอเป็นคนนครสวรรค์ ส่วนแฟนเป็นคนเพชรบูรณ์ และเป็นพิการทั้งคู่ โดยเธอถูกรถชน ส่วนแฟนหนุ่มรถล้มแหกโค้ง โชคชะตาหรือฟ้าลิขิตให้ทั้งคู่มารักษาที่เดียวกัน เพราะตอนแรกทั้งคู่ไม่ได้รักันชอบกัน เพียงแต่คุยกันในฐานะเพื่อน ให้คำปรึกษาและกำลังใจซึ่งกันและกัน แต่ชีวิตต่างคนต่างมีหน้าที่ต้องไปทำ

เมื่อเวลาผ่านไป 1-2 เดือน “เราก็มาเจอกันอีกครั้ง ที่ที่เรารักษาตัวกัน รอบนี้เปิ้ลได้เจอพ่อแม่ชัย ชัยก็ได้เจอพ่อแม่เปิ้ล กินข้าวด้วยกัน พ่อเราทั้งคู่รู้สึกดีใจมาก ส่วนชัยก็กลับไปทำงานต่อ ส่วนเปิ้ลก็กลับบ้านมารักษาตัวต่อ แต่เรายังติดต่อกันเหมือนเดิม ให้กำลังใจซึ่งกันเป็นเวลา 2ปี สุดท้ายชัยขอเปิ้ลแต่งงาน ขอบคุณนะที่มาสู่ขอเปิ้ลแต่งงาน ขอบคุณนะที่ทำให้ผู้หญิงคนพิการคนนี้มีความสุข และทำให้เปิ้ลมีค่าในวันแต่งงานในวันนี้”

นี่แหละ “ความรัก” ไม่มีพรมแดน...เพราะความรักไม่ใช่ที่ “ร่างกาย” แต่ความรักอยู่ที่ “หัวใจ”

ใครที่กำลังท้อกับชีวิตให้มองคน 2 คนนี้ รักไม่มีข้อแม้ รักไม่มีพรมแดน รักแม้ร่างกายพิการ แต่ใจไม่พิการ รักแท้มีอยู่จริง ไม่มีอะไรมาพังทลายความรักลงได้



แต่ระยะเวลาของการฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลาย ใช่ว่าจะง่ายเหมือนปลุกให้ตื่นจากความฝัน เพราะฝันที่โหดร้าย เธอกำลังจะเล่าให้ฟังต่อไป เมื่อปี 52 ขณะเธออยู่ชั้น ม.2 อายุ 14 ปี อนาคตของเธอกำลังสดใสในวัยเรียน แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบลง เธอประสบอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนอย่างจัง ขณะที่นั่งรถซาเล้งไปตลาดกับคุณตา “ทำให้ตาหนูเสียชีวิต” สภาพเธอไม่ต่างจากผู้เสียชีวิต เพราะต้องผ่าตัดสมอง กระดูกต้นคอหัก เส้นประสาทที่คอขาด ขาหัก 2 ข้าง

“หนูรู้สึกตัวอีกที ฟื้นขึ้นมาวันที่ 17 ม.ค. ตรงกับวันเกิดหนูพอดี รู้สึกตัวอีกที ก็เป็นพิการแล้ว ขยับเนื้อขยับตัว ลุกนั่ง หรือพูด ทำไม่ได้สักอย่าง เป็นอะไรที่ทรมานมาก แผลกายไม่ค่อยเจ็บ แต่แผลใจรู้สึกเจ็บปวด ไม่เคยเห็นหน้าคนทำผิด ค่าทำศพสักบาทเดียวเขาก็ไม่รับผิดชอบ มารู้ทีหลังว่าเขาติดคุกแล้ว จนปัจจุบันกว่า 8 ปีแล้วที่ทรมาน”

ก่อนหน้านี้ ชีวิตเธอก็ไม่ได้มีกลีบกุหลาบโรยไว้บนทางเดินชีวิต พ่อแม่แยกทางกัน แม่ทำงานก่อสร้างต่างจังหวัด ต้องอาศัยอยู่กับยายตั้งแต่ 3-4 ขวบ ที่บ้าน 48/6 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสววรค์ อดมื้อกินมื้อ และหาเลี้ยงปากด้วยการปลูกผักสวนครัว ซึ่งขณะนี้ยายก็อายุ 80 กว่าปี และทำงานไม่ไหวแล้ว





“ตอนแรกแรกก็รับไม่ได้ที่พิการ เมื่อวานยังเดินได้ แต่วันนี้เรากลับเป็นคนพิการไปแล้ว แต่โชคดีที่มีแม่ที่คอยให้กำลังใจคอยพาไปรักษา กว่าจะมาถึงตอนนี้ก็ปิดกั้นตัวเองไม่กล้าออกสู่โลกภายนอก ไม่กล้าเผชิญความจริง อาย ทำใจไม่ได้ แต่สุดท้ายคิดสู้ ด้วยการให้กำลังใจผู้อื่น ถึงแม้เราเป็นคนพิการ แต่เรายังสู้และผ่านเรื่องเลวร้ายมาได้ คนไหนที่ท้อให้หันมามองคนที่แย่กว่าเรา แล้วจะรู้สึกว่าเราไม่ได้แย่อยู่คนเดียวในโลกเลย แล้วจะทำให้เรามีกำลังใจลุกขึ้นสู้อีกครั้งค่ะ คุณหมอเชิญหนูไปพูดบรรยายให้กำลังใจ สร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้อื่น รู้สึกมีความสุขมาก ถึงแม้หนูเป็นคนพิการ แต่หนูจะพยายามทำประโยชน์ต่อสังคม”

ส่วน “ชัย” เล่าให้ฟังว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นในปีเดียวกัน เมื่อ 16 ต.ค.52 กลับจากช่วยงานพ่อแม่ที่ไร่แตงโม รถจักรยานยนต์แหกโค้ง ศีรษะกระแทกกับหลักกิโลเมตร เมื่อถึงมือหมอ ทางเดียวที่ทำได้ คือ นำร่างกลับบ้านไปจัดงานศพ แต่ผู้เป็นแม่ยังมีหวัง รีบขอส่งตัวไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง หมอเย็บกะโหลกติดกัน นอนพักฟื้นหนึ่ง 1 สัปดาห์กว่า ฟื้นขึ้นมา พูดและกินอะไรไม่ได้



“มันเป็นปาฏิหาริย์ของผมจริงๆ ทั้งที่หมอบอกว่า 0 เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว แต่ผมก็เป็นพิการไม่สามารถทำอะไรได้เลย พ่อกับแม่หวังจะให้ผมกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม พาผมไปทำกายภาพบำบัด ร่างกายก็ขยับได้เรื่อยๆ ถือว่าดีกว่าตอนแรกมาก พ่อกับแม่ก็ออกไปทำไร่แตงโมได้ ผมเห็นท่านเหนื่อย ผมเลยอยากช่วยพ่อกับแม่บ้าง ด้วยการกวาดบ้าน ล้างจาน ร่างกายผมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนได้กายภาพบำบัดไปในตัว”

หนุ่มวัย 20 ปีต้นๆ คนนี้ เลือกสู้ชีวิตเรียนหนังสือฝึกอาชีพที่ จ.ลพบุรี และเรียนต่อที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นโรงเรียนผู้พิการโดยเฉพาะ จึงจบด้าน “โปรแกรมเมอร์” เงินเดือนแรก 10,000 กว่าบาท “ผมรู้สึกดีใจมาก ถึงแม้ร่างกายจะเป็นพิการ แต่ผมสามารถทำงานได้แล้ว ส่งให้พ่อให้แม่ทางบ้าน ผมรู้สึกดีใจและประทับใจมาก”





ความรักของทั้งคู่ เริ่มต้นโดยทั้งคู่พบกันที่โรงพยาบาลเมื่อ 2 ปีก่อน ขณะที่ทั้งคู่รับการกายภาพบำบัด ซึ่ง “ชัย” มือทั้ง 2 ข้างยังสามารถใช้การได้ จึงคอยหยิบยื่นความช่วยเหลือฝ่ายหญิง “เปิ้ล” เสมอมา ก่อเกิดเป็นความรัก และมีความปราถนาอยากแต่งงานเป็นคู่ครองกัน

มีอุปสรรคบ้าง ไม่มีบ้าง แต่ทั้งคู่ได้ช่วยกันแก้และคิดที่จะสู้ หันหน้าคุยกัน รับฟังสาเหตุของกันและกัน ใครผิดก็คือขอโทษ ยอมที่จะเสียหน้า ยังดีกว่าต้องใจเสียที่ไม่รับฟังกัน “เปิ้ล” เธอเคยถาม “ชัย” ว่า “ทำไมยังจะคบเรา เราพิการหนักเลยนะ” แต่อีกใจของฝ่ายหญิงก็ร้องไห้และหงุดหงิดทุกครั้ง เมื่อฝ่ายชายทำดีให้ เพราะรู้ว่าความพิการมันน่ากลัว จนสุดท้ายถูกขอแต่งงาน ยิ่งทำให้ทั้งคู่รักกันมากขึ้น

เราก็อยากแต่งงานกัน แต่เราไม่มีเงินที่จะจัดงานแบบคนอื่นเขาเลย อยากขอพ่อแม่ก็เกรงใจท่าน แต่มีอยู่เพจหนึ่งจัดจิกรรมให้เล่นเกมส์ ท่านใดร่วมสนุกด้วยก็จะได้ชุดแต่งานฟรี แต่เราก็แพ้ สุดท้ายแฟนหนูก็เก็บเงินซื้อชุดสูทเองได้ แล้ว ก็มี “ช่างภาพใจดี ร้านสตูดิโอ และพี่นางฟ้าซาลอน” เข้ามาช่วยจัดงานแต่งงานให้ฟรี

นี่แหละ...นิยายชีวิตจริง!!


…................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพ : พิชญ์สินี พีระพันธ์

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 4.76K