อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

'สวย+น่ารัก' แถมต้อง 'แกร่ง!!' 'แอร์โฮสเตส' ภารกิจพิเศษกับ 'ชีวิต(ไม่)ลับ'

“ภารกิจของพวกเราเป็นความลับค่ะ โดยทางหน่วยงานจะแจ้งภารกิจ 1 วันล่วงหน้า เหมือนเป็นการคอนเฟิร์มภารกิจมากกว่า ซึ่งเราจะไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลย ยกเว้นแต่ภารกิจต่างประเทศ ที่จะรู้ล่วงหน้านานกว่านี้อีกนิด แต่จะมีตารางเวรชัดเจนว่าใครต้องทำภารกิจ เพื่อจะได้มีการพักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนบิน” อาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 05.15 น.


เคยเป็นกระแสฮือฮา กรณี “ทีมแอร์โฮสเตส กองทัพอากาศไทย” หลังมีการเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์-โลกโซเชียล จนทำให้หลาย ๆ คนอยากจะรู้สึกถึง “เบื้องหลัง” ของ “สาวลูกทัพฟ้า” กลุ่มนี้ ซึ่ง “ทีมวิถีชีวิต” มีโอกาสได้สัมภาษณ์พวกเธอถึงถิ่นทำงาน และวันนี้ก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับภารกิจที่น่าสนใจ มีแง่มุมชีวิตของสาว ๆ กลุ่มนี้ มานำเสนอ...

ภารกิจของพวกเราเป็นความลับค่ะ โดยทางหน่วยงานจะแจ้งภารกิจ 1 วันล่วงหน้า เหมือนเป็นการคอนเฟิร์มภารกิจมากกว่า ซึ่งเราจะไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลย ยกเว้นแต่ภารกิจต่างประเทศ ที่จะรู้ล่วงหน้านานกว่านี้อีกนิด แต่จะมีตารางเวรชัดเจนว่าใครต้องทำภารกิจ เพื่อจะได้มีการพักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนบิน” ...เสียงใส ๆ ของ พันจ่าเอกหญิง รฐมน ไวประดับ หรือ กานต์ บอกกับเรา

ขณะที่ พันจ่าเอกหญิง วรนิตญ์ฐา เฉลิมพงษ์ หรือ ฐา แอร์โฮสเตส ทอ. อีกคน ก็ได้ช่วยเสริมว่า การคอนเฟิร์มภารกิจนั้น จะคอนเฟิร์มแบบวันต่อวัน โดยถ้าไม่มีภารกิจขึ้นบิน ทุกคนก็จะเข้าประจำสำนักงานทุกวันเหมือนข้าราชการทั่วไป คือเข้า 8 โมงเช้า เลิก 4 โมงเย็น เพื่อทำงานที่เกี่ยวกับเอกสารต่าง ๆ

...เป็นคำบอกเล่าถึง “ภารกิจประจำ” ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน กองทัพอากาศ หรือ แอร์โฮสเตส ทอ. ทีมนี้

ทั้งนี้ พันจ่าเอกหญิง รฐมน ซึ่งมีประสบการณ์กับงานนี้นานถึง 11 ปี ยังได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการมาเป็นแอร์โฮสเตสของกองทัพอากาศว่า ส่วนหนึ่งมาจากความคิดที่ปลูกฝังมานานว่า งานราชการเป็นงานที่มั่นคง ประกอบกับ “อาชีพนางฟ้าบนอากาศ” อย่างการเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือแอร์โฮสเตส ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สาว ๆ หลายคนใฝ่ฝันอยากจะทำ ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อองค์ประกอบของงานนี้ครบทั้ง 2 ข้อ เมื่อทราบว่าจะมีการเปิดรับสมัครตำแหน่งนี้ จึงไม่รอช้า รีบมาสมัคร โดยนายทหารหญิงคนนี้ระบุว่า เมื่อ11 ปีที่แล้วนั้น คนที่จะสมัครตำแหน่งนี้จะต้องมีอายุ ไม่ต่ำกว่า18 ปี แต่ไม่เกิน 25 ปี โดยใช้วุฒิการศึกษา ปวช. หรือวุฒิ ม.6 และต้องโสดเป็นเพศหญิงเท่านั้น ซึ่งก็คงเหมือนกับแอร์โฮสเตสของสายการบินเอกชน สายการบินพาณิชย์อื่น ๆ แต่กับการเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ประจำกองทัพอากาศ อาจจะมีคุณสมบัติอื่น ๆ เพิ่มเติมเพิ่มขึ้น



บางทีคุณสมบัติก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม ตามความต้องการในช่วงนั้น เช่น อาจจะไม่รับวุฒิการศึกษา ม.6 แต่จะรับผู้ที่มาสมัครด้วยวุฒิการศึกษา ปวช. เป็นต้น” ...พันจ่าเอกหญิง รฐมน ระบุ ฉายภาพขั้นตอนคร่าว ๆ ก่อนเข้ามาทำหน้าที่นี้ พร้อมบอกอีกว่า หลังจากผ่านข้อเขียนแล้ว ทุกคนต้องฝึกซ้อม ต้องออกกำลังร่างกายให้พร้อมเพื่อรอที่จะทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย เพราะในคุณสมบัติจะระบุว่า ทุกคนจะต้องวิ่งให้ได้ระยะทางและเวลาแค่ไหนจึง จะผ่านเกณฑ์ รวมถึงยังต้องดันพื้น และซิทอัพกี่ครั้งภายในเวลาที่กำหนดให้ได้ ถ้าทำได้ตามที่กำหนดก็ถือว่าผ่านบททดสอบด้านนี้

เธอยังได้เล่าถึงความทรงจำครั้งแรกที่ได้มาสอบให้ฟังว่า วันทดสอบเธอตื่นเต้นมาก และยอมรับว่าเป็นอะไรที่กดดันชีวิตสุด ๆ เพราะจะต้องทดสอบร่างกายร่วมกับ คนที่สมัครเข้ามาจากทั่วประเทศ โดยขั้นตอนต่อไป ถ้าผ่านการทดสอบด้านร่างกายก็จะเป็นการสอบสัมภาษณ์ และตรวจสุขภาพ เมื่อผ่านแล้ว ก็จะต้องถูกสอบประวัติ 1 ขั้น และยังมีสอบลงลึกอีกด้วยเพราะถือเป็นการเช็กข้อมูลและความพร้อมก่อนที่จะเข้ามาเป็นทหารของกองทัพ และเนื่องจากภารกิจทีมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินนั้น บางครั้งต้องถวายงานพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุด ดังนั้น หากสอบประวัติไม่ผ่าน สิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็คือจบ

พันจ่าเอกหญิง รฐมน กล่าวอีกว่า หลังผ่านการคัดเลือกทุกขั้นตอนแล้ว ก่อนจะฝึกงานเป็นแอร์โฮสเตส ทอ. ทุกคนจะต้องไปฝึกวิชาทหาร ที่โรงเรียนนายทหารชั้นประทวน กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ กองทัพอากาศ เสียก่อน โดยจะต้องฝึกรวมกับเพื่อน ๆ ทุกคน ทั้งชายและหญิง หลัก ๆ ที่ต้องฝึกก็คือ เรื่องของระเบียบวินัย การเดินแถว การยืน ท่าเดิน การทำความเคารพ การยิงปืน ประมาณ 3 เดือน เมื่อจบแล้วก็จะได้รับประดับยศ ติดยศเริ่มต้นเป็น “จ่าอากาศตรีหญิง”

คนทำหน้าที่นี้ ร่างกายสำคัญมาก จะต้องแข็งแรงอยู่เสมอ รูปร่างต้องสมส่วน ทุกคนจึงต้องมีวินัยในเรื่องการดูแลตนเองอย่างมาก โดยทาง ทอ.จะมีการตรวจร่างกายให้ประจำทุกปี ทั้งชุดใหญ่ ชุดเล็ก เหมือนกับผู้ปฏิบัติงานในสายการบินพาณิชย์” นายทหารหญิงรายนี้กล่าว พร้อมเสริมเพิ่มเติมให้ “ทีมวิถีชีวิต” ฟังอีกว่า นอกจากนั้นก็จะต้องเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมตามหน้าที่ลูกเรือกับทางศูนย์ลูกเรือการบินไทย เพื่ออบรมการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ โดยจะมีการฝึกการให้บริการเหมือนกับแอร์โฮสเตสของสายการบินพาณิชย์ เช่น การบริการ ให้ผู้โดยสารในทุกระดับชั้นที่นั่ง เช่น
ชั้นประหยัด ชั้นธุรกิจ ชั้นเฟิสต์คลาส ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เป็นต้น หลังจากอบรมเสร็จสิ้น จึงกลับมาทำภารกิจบนเครื่องบินให้กับทาง ทอ.

เครื่องบินที่พวกเราต้องปฏิบัติงานก็มีตั้งแต่เครื่องบินลำเลียงแบบ C-130 เครื่องแบบ G222 ที่ปัจจุบันได้ปลดประจำการไปแล้ว และยังมีเครื่อง AVRO เครื่องบินแบบ Airbus319 Air bus320 Boeing737-800 รวมถึง BT-67” ...พันจ่าเอกหญิง รฐมน เล่าถึงเครื่องบินที่ทีมแอร์โฮสเตส ทอ.ต้องขึ้นทำภารกิจสำหรับการทำภารกิจบนเครื่องนั้น เธอบอกว่า หลัก ๆ คืองานต้อนรับและดูแลบุคคลสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่าง ๆ ตลอดจนบุคคลสำคัญ หรือแขกวีไอพีที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยมีภารกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเธอกล่าวว่า “สิ่งสำคัญทุกครั้งก่อนปฏิบัติงาน คือต้องทราบภารกิจก่อนว่า เริ่มบินเมื่อไหร่ บินไปที่ไหน และลักษณะภารกิจเป็นอย่างไร ในฐานะที่เรามีประสบการณ์ก็จะรู้ว่าแต่ละภารกิจนั้นจะต้องปฏิบัติงานอย่างไร ซึ่งแต่ละภารกิจจะมีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป...” ...นายทหารหญิงคนเดิมกล่าว

พร้อมเล่าถึง “ความทรงจำประทับใจที่สุดในชีวิต” ว่า ครั้งหนึ่งเธอเคยได้ถวายงาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยเธอเล่าถึงเหตุการณ์สำคัญครั้งนั้นว่า “ครั้งนั้นถือเป็นมงคลกับชีวิตเราที่สุด หลังถวายงาน พระองค์ท่านได้พระราชทานของที่ระลึกให้ด้วย คือ ปากกา แถมเรายังได้รับพระเมตตาได้ถ่ายรูปร่วมกับพระองค์ท่านด้วย ซึ่งถือเป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิต”



ด้านพันจ่าเอกหญิง วรนิตญ์ฐา ให้เหตุผลในการมาเป็น แอร์โฮสเตส ทอ. ว่า ครอบครัวเธอก็เหมือนครอบครัวอื่น ๆ ที่อยากให้ลูกหลานรับราชการ พอมีการเปิดรับตำแหน่งนี้จึงสนใจ และลองมาสมัครดูเพราะตรงสายที่ได้เรียนมา แต่กว่าจะได้ทำหน้าที่นี้ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ก็ไม่ใช่ง่าย แม้จะเป็นแอร์โฮสเตส แต่ถือเป็นทหาร จึงต้องผ่านการทดสอบเช่นเดียว กันกับทหารทั่วไป ซึ่งหลังจากที่ครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ และญาติ ๆ ทราบว่าสอบผ่าน ทุกคนก็รู้สึกดีใจกับเธอเช่นกัน ยิ่งเมื่อทราบว่าได้ถวายงาน ใกล้ชิดพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกคนก็ยิ่งภูมิใจยิ่งขึ้น ส่วนการทำงานบนเครื่องบินนั้น เธอเผยว่า เมื่อได้รับการบรรจุแล้ว ทุกคนต้องปฏิบัติงานกับเครื่องบินได้ทุกรูปแบบ โดยไม่สามารถที่จะเลือกปฏิบัติงานบนเครื่องแบบใดแบบหนึ่งได้

ขณะที่ “น้องนุชคนสุดท้องในทีม” อย่าง จ่าอากาศตรีหญิง วราภรณ์ บุญเกื้อ หรือ เชอรี่ เล่าว่า เริ่มแรกเข้ามาเรียนหลักสูตรนักเรียนนายทหารชั้นประทวน ซึ่งต้องเรียนเหมือนทหารทั่วไป หลังจากเรียนจบก็เรียนหลักสูตรพนักงานต้อนรับบนอากาศยานเบื้องต้น และเรียนเพิ่มเติมด้านเวชศาสตร์การบิน เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

สำหรับอายุงานของน้องนุชคนสุดท้องของทีมนี้ เธอบอกว่า เพิ่งทำงานได้ 2 ปี ทำให้ทุกวันนี้จึงต้องพยายามเรียนรู้ และทบทวนความรู้อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งตารางบินแต่ละครั้งนั้นไม่ตายตัว เพราะภารกิจอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน แม้จะมีตารางภารกิจแต่ละเดือนอยู่แล้ว แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา



จำได้ว่าครั้งแรกไปเรียนรู้งานบนเครื่องบินกับรุ่นพี่ ตอนนั้นจะเกร็งมาก เพราะเป็นเด็กใหม่ ยิ่งตอนทำงานจริง ที่ได้พบกับผู้ใหญ่ และบุคคลสำคัญท่านต่าง ๆ ยิ่งเกร็ง แต่ที่ดีใจที่สุดคือ การได้มีโอกาสถวายงานพระบรมวงศานุวงศ์อย่างใกล้ชิด” ...จ่าอากาศตรีหญิง วราภรณ์ กล่าว

นอกจากภารกิจในฐานะแอร์โฮสเตส ทอ.แล้ว ทหารหญิงคนนี้ยังมักถูกเลือกให้ทำหน้าที่ “พิธีกร” ให้กองบิน เนื่องในโอกาสต่าง ๆ แถมถูกเลือกเป็น “พรีเซ็นเตอร์” ในประกาศรับสมัครนักบินหญิงที่ผ่านมาด้วย ที่สำคัญ ก่อนหน้าที่เธอจะมาสมัครเป็นแอร์โฮสเตส ทอ. ก็เคยเข้าประกวดมิสทีนไทยแลนด์ โดยผ่านเข้ารอบสองคนสุดท้าย และเคยเล่นมิวสิกวิดีโอของศิลปินดัง ๆ อย่าง ไผ่-พงศธร, ไอดิน-อภินันท์, มูซู และจินตหรา พูนลาภ มาแล้ว เรียกว่าดีกรีไม่ธรรมดา นอกจากหน้าตาที่น่ารัก

ทิ้งท้าย เธอคนนี้บอกว่า ที่อยากทำหน้าที่นี้ อย่างแรกเลยเพราะคุณพ่อเธอเป็นทหารอากาศด้วย และถ้าถามว่ามีอาชีพอะไรที่สาวทั่วโลก ฝันอยากจะเป็น แน่นอน หนึ่งในนั้นก็คือแอร์โฮสเตส เพราะนอกจากจะได้แต่งเครื่องแบบสวยงาม รายได้ก็ดีแล้ว

ยังทำให้ได้เห็นโลกกว้าง.


...................................................................
เชาวลี ชุมขำ - สภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล : เรื่อง
ภาณุพงศ์ พนาวัน : ภาพ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.09K