อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 29 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 29 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ระวัง!ชอบตัดไม้ทำลายป่า เสี่ยงติดโรคทางเพศสัมพันธ์

ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่น ยังมีความคึกอยู่ ก็เลยใช้งานค่อนข้างถี่ โอกาสติดเชื้อจึงมากกว่าคนปกติ อีกอย่างเวลา “ตัด-เล็ม โกน-แทะ” ก็อาจมีบาดแผลเป็นช่องทางเข้าของเชื้อโรค อังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.30 น.


หนุ่มๆสาวๆ เคยตัดต้นไม้ทำลายป่าหรือไม่? เชื่อว่าหลายๆ คนที่กำลังเข้ามาอ่าน อาจเคยมีประสบการณ์ “ตกแต่งทรงขน” ของตัวเองบ้าง??? มีตั้งแต่ตัดน้อยๆ (trim) โกน (shave) หรือบางคนก็แว็กซ์ (wax) ซึ่งเหตุผลแต่ละคนที่ทำก็ต่างกันออกไป บางคนชอบความเรียบร้อย บางคนชอบความอ่อนวัย บางคนทำเพราะชอบเจ็บตอนถอน (มีไหม???) ซึ่งจะเหตุผลอะไรก็ตาม ก็ของใครของมันครับ

แต่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่จะมาเล่าให้ฟังใน
“วันวาเลนไทน์” มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งของเมืองนอก ซึ่งถูกตีพิมพ์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเขาไปสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 7,500 คน (ค่อยข้างเยอะเลยทีเดียว) ทั้งหญิง-ชาย พบว่า 60-70% ล้วนเคยตกแต่งขนส่วนสำคัญของตัวเองทั้งนั้น เมื่อเทียบกลุ่มที่ทำกับกลุ่มที่ไม่ได้ทำ พบว่าคนที่แต่งขนตัวเอง มีโอกาสติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากกว่าคนไม่ยุ่งกับขนตัวเอง2.5-3 เท่าเลยทีเดียว”

เดี๋ยวๆ สงสัยไหมแล้วมันเกี่ยวอะไรกัน??? โดยเหตุผลที่นักวิจัยกลุ่มนี้ให้ไว้ก็คือ คนที่ให้ความสนใจกับทรงขนตัวเอง ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นหรือวัยที่ยังมีความคึกอยู่ ก็เลยใช้งานค่อนข้างถี่ โอกาสติดเชื้อจึงมากกว่าคนปกติ อีกอย่างเวลา ตัด-เล็ม โกน-แทะก็อาจมีบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งตรงนี้อาจเป็นช่องทางเข้าของเชื้อโรคต่างๆ ได้



แล้วข้อดีของการโกนขนมีอะไรบ้าง??? เชื่อไหมว่าคำตอบทางการแพทย์ จริงๆ แล้ว
ไม่มีเลยครับ ซึ่งประโยชน์ของการโกนขน เป็นเรื่องของแฟชั่น รสนิยม บางคนมีขนเยอะเกิน กังวลเวลาสวมชุดชั้นใน หรือบิกินี่แล้วขนจะออกมาทักทายชาวบ้าน หรือบางคนชอบความสวยงาม แบบว่าอยากดูเด็กลง ดูสดชื่นอะไรประมาณนี้แหละครับ

มาดูข้อเสียของการโกนขนกันบ้าง!!! ซึ่งมีเยอะกว่าข้อดีมากเลย ทั้งระคายเคืองจากการใช้เครื่องมือ บาดเจ็บเลือดออกบ้าง ติดเชื้อจากเครื่องมือไม่สะอาดบ้าง และเป็นช่องทางเข้าของเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย เช่น HPV, hepatitis, HIV โดยผู้ที่เลือกวิธีการโกน พบว่ามากกว่า 75% จะระคายเคืองอักเสบในรูปแบบต่างๆ

เมืองร้อนอย่างประเทศไทย หากใครที่ใคร่จะโกน ฟังทางนี้...บ้านเรานั้นเหงื่อก็อาจเยอะกว่า บางครั้งขนก็อาจทำให้มีกลิ่น อาจมีปัญหาเรื่องการดูแลสุขอนามัย ถ้ามันรกจริงๆ แนะนำว่าใช้กรรไกรแค่เล็มให้สั้นๆ ลงก็พอ จะได้ไม่อับมาก อย่าถึงขั้นไปโกนเลย เพราะผิวตรงนั้นบอบบาง ระคายเคืองอักเสบง่าย ส่วนวิธีป้องกันก็เลือกเครื่องมือให้สะอาด ไม่ใช้เครื่องมือปะปนกับใคร หากมีแผลก็ควรรีบล้างใส่ยาฆ่าเชื้อทันที

ในเมื่อการโกน มีความเสี่ยงติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากกว่าคนที่ไม่โกน อีกอย่างการจะไปห้ามไม่ให้คนเขามีอะไรกัน
มันยากครับ” ก็ต้องแก้ด้วยการป้องกัน? ปัจจุบัน “ถุงยางอานามัยก็ยังเป็นอุปกรณ์ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องเลือกให้ถูกขนาด อย่าใส่คับไปหรือหลวมไป เมื่อเสร็จกิจแล้วให้รีบลุกไปถอดทิ้งทันที ไม่ใช่รอจนอ่อน ถุงยางอาจหลุด และเชื้อโรคมีช่องทางเข้าไปได้ รวมถึงไม่มีเพศสัมพันธ์แบบเลินเล่อ หรือ “วันไนท์สแตนด์” (one night stand) กับคนที่ไม่รู้จักก็ไม่ควรทำ

สิ่งที่ยังเข้าใจผิดๆ ในเรื่องสารหล่อลื่นนั้น หลายคนคิดว่าสารหล่อลื่นบางชนิด ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% ซึ่ง
ไม่เป็นความจริง หากจะใช้แนะนำให้ใช้ควบคู่กับถุงยางอนามัย แน่ใจกว่าเยอะเลย รวมถึงหลายคนใช้น้ำลาย หรือ สบู่ ผิดเต็มประตู เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งไม่ดีอย่างแน่นอน อาจจะต้องลงทุนสักนิด เพื่อสุขอนามัยที่ดีของเราและคนที่เรารักนะครับ



แล้วทำไมต้องใช้สารหล่อลื่น? ปกติเวลาจะไปทำอะไรลึกซึ้งกันนั่น เมื่อวอร์มเครื่องได้ที่ร่างกายจะผลิตสารหล่อลื่นออกมา ช่วยให้เครื่องยนต์เดินสะดวก กระบอกสูบไหลลื่น ไม่ติดขัดคับตึง แต่ก็มีหลายคนเช่นกันอาจ
“วอร์มน้อยน้ำแล้ง” หรือพ่อให้มาเยอะเกิน ถ้าจะฝืนๆ ไป เครื่องก็อาจจะพังได้ ก็เลยมีคนคิดค้นเจลหล่อลื่นขึ้นมานี่แหละ

เพื่อนๆ คนไหนหรือใครเกรงว่าจะมีคนหลงป่า ก็แค่เล็มแต่พอเป็นไรหญ้าอ่อนๆ หรือใครใคร่ทำแบบไหน ก็แล้วแต่นะครับ ก็แค่ระวังเรื่องความสะอาดดีๆ ใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง และมีเพศสัมพันธ์แบบป้องกันดีๆ ก็น่าจะเพียงพอครับ อ่อ...!! หรือใครริดก้าน ริดใบดูแลแบบไหนกันบ้างก็อย่าลืมมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ.

......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดยทวีลาภ บวกทอง

ขอบคุณข้อมูล : นพ.กัมปนาท พรยศไกร ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ และแอดมิน (admin) เพจ sarikahappymen”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 12