อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เทคโนโลยีล้ำแค่ไหนก็ไร้ค่า ถ้านักข่าวไม่ตีแผ่ช่วยสังคม

แม้จะมีเทคโนโลยีดีแค่ไหนถ้าไม่มีใครมากระตุกเตือนสังคมว่าควรตระหนัก เทคโนโลยีนั้นก็ไร้ค่า ไม่ใช่สำคัญความเป็นนักข่าวผิดไป นักข่าวก็เป็นองคาพยพในสังคมที่หวังให้สังคมต้องดีขึ้นไปเรื่อยๆ พุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08.00 น.


ผมพึ่งได้อ่านสเตตัสเฟซบุ๊กจากพี่นักข่าว เรื่องของ Jorge Ramos” พิธีกรข่าวที่ได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีจบการศึกษาที่ USC Annenberg School for Communication and Journalism ถ้อยคำจับใจยิ่งนัก ผู้อ่านสามารถไปตามหาอ่านกันได้ ฟังแล้วมันเห็นภาพของนักข่าวในโลกปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ แต่ที่สำคัญอ่านแล้ว มาย้อนมองตัวเองก็ได้ประเมินครุ่นคิดทบทวนไปหลายอย่าง

ไม่น่าเชื่อว่า อีก 2 ปีผมจะทำงานเป็นนักข่าวอาชีพ 10 ปีแล้ว อาจสั้นสำหรับใครหลายคน หรืออาจจะนานสำหรับบางคน สำหรับผมมันไวพอสมควร ยังนึกถึงตอนมาทำข่าวใหม่ๆ เผลอนิดเดียว อายุจะย่างเข้าเลข 3 เสียแล้ว

ผมเคยทำข่าวพลาด เคยไม่สามารถแงะข่าวได้ เจาะข่าวไม่สำเร็จ โดนหนังสือพิมพ์คู่แข่งทำข่าวเดียวกัน แต่ประเด็นดีกว่า รูปเขาสวยกว่า เคยโดนตำรวจว่าไม่พอใจ เคยโดนผู้เสียหายด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง และยังคงตื่นเต้นที่ไปทำข่าว ตื่นเต้นว่าจะถามข่าวอย่างไรดีกับญาติๆ คนตาย ญาติผู้ต้องหา โดยรอดบาทามาได้ไม่บาดเจ็บ

เคยกลัวการไปทำข่าวความรุนแรงทางการเมือง เคยเหนื่อย เคยล้า เคยท้อและเคยถอย เคยงงว่ามาอยู่ในอาชีพนี้ทำไม??? ทั้งๆ ที่รุ่นน้องที่เคยเรียนกันมา มีเงินเป็นเศรษฐี ได้เดินทางไปต่างประเทศ เคยนั่งหลังแก้วแล้วขมวดคิ้วสงสัยว่า เพื่อนคุยเรื่องการลงทุนในหุ้น ฝากดอกเบี้ย ลงทุนประกันต่างๆ เราก็คิดทำไมไม่มีอารมณ์แบบนี้บ้างนะ



สังคมกำลังเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีในวงการสื่อสารมวลชนก็เปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล ไวยิ่งกว่าจรวด ตอนที่ไลน์มาใหม่ๆ ต่างตื่นเต้นว่า ทุกอย่างจะไวขึ้น ทำงานง่าย ไปๆ มาๆ ก็ยังต้องโทรศัพท์ไปแจ้งกองบรรณาธิการสุดที่รักว่า “รูปที่ส่งไปมันผิดครับ” โดนข่าวลือเฆี่ยนตีจนชอกช้ำ เคยเผลอส่งข่าวที่คิดว่าจริงไปให้คนอื่น สรุปทุกคนก็มีเหมือนกันหมด ได้รับข่าวมาเหมือนกัน แต่สรุปข่าวปลอม โดนหลอกกันถ้วนหน้า

หากข่าวลือเปรียบเป็นมนุษย์ ก็คงจะปอกลอกรูดทรัพย์ผมไปพอสมควรเลย ปอกลอกทั้งๆ ที่ไม่มีทรัพย์มากเท่าใด แต่ก็ยังจะรูดทรัพย์เราอีก ยิ่งโบยตียิ่งต้องตื่นตัว ยิ่งต้องคิดต้องประเมิน ลดความผิดพลาดลงไปทีละน้อย อาจมองโลกในแง่ร้าย สื่อมวลชนทั่วโลกไม่เฉพาะไทย กำลังปรับตัวดิ้นรน หาหนทางในการยืนหยัดต่อในพิภพนี้ รูปแบบไหนจะถูกต้องกันแน่ ต้องรอคอยกาลเวลาเป็นบทพิสูจน์

คิดถึงตอนไปเปิดบัญชีธนาคาร พนักงานก็ทำหน้าอึ้งว่า อยู่สายข่าวอาชญากรรมหรือ...ป้องปากกระซิบว่าหน้าไม่ให้นะ แล้วสงสัยว่า ยังทำอยู่ได้ไงในยุคที่คนไม่อ่านกระดาษแล้ว นั่นนะสิ...ทุกบรรทัดข้างบนทำผมสงสัยว่า ผมยังอยู่ในวงการนี้ได้อย่างไร เพราะมันกลายเป็นชีวิตผมไปแล้วกระมัง...นึกไม่ออกหากตื่นมาแล้วไม่ได้เสพข่าวสารจะเป็นอย่างไร นึกภาพไม่ออกว่าแต่งตัวไปทำงานออฟฟิศเหมือนคนอื่นๆ จะเป็นอย่างไร



บางทีชีวิตมนุษย์นั้นแสนสั้น สำหรับการเลือกทางเดินที่ตัวเราต้องการ อาจเป็นหลายอย่างพร้อมกันไม่ได้ แต่ชีวิตมนุษย์ก็ซับซ้อน เพราะมันกลับยาวนานเพียงพอให้มนุษย์คนหนึ่งได้ฝัน และลงมือทำมันให้เป็นจริง ชีวิตเป็นสิ่งที่เราเลือกแล้ว ผมตื่นมายังพบว่า ผมยังสนุกกับการทำงานข่าว เป็นไปไม่ได้ที่โลกนี้จะไร้ซึ่งข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีอาจทำให้ทุกคนสามารถอยู่ในเหตุการณ์สดได้เหมือนนักข่าว ฟังการแถลงสดๆ โดยไม่ต้องรอนักข่าวเขียนสรุปมาให้ รับรู้ข้อมูลได้พอๆ กับนักข่าว

แน่นอนว่า มันเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับยุคสมัยนี้ คนรุ่นก่อนคงไม่เคยคาดถึงว่าสังคมจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ แต่จะเปลี่ยนไปแค่ไหน โลกนี้ก็ยังขาดนักข่าวไม่ได้ เทคโนโลยีนำสมัยมากขึ้นแค่ไหน นักข่าวก็ต้องยกระดับมันตามไปมากเท่านั้น คนอาจรับรู้เหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนเรา ดูผ่านการถ่ายทอดสดแทบเท่าทัน แต่เรานักข่าว คือผู้แนะให้ประชาชนเห็นว่าเหตุการณ์นี้มีอะไรที่ควรตระหนัก เรื่องราวเป็นอย่างไร มันนำไปสู่หนทางไหน และระหว่างทางนั้นมันมีข้อบกพร่องใดบ้าง



เรื่องราวที่รอให้เกิดการเขียนเป็นข่าวนั้น คือศักยภาพหน้าที่สำคัญของนักข่าวในการมอบให้สังคมได้รับรู้ เขาจะมีเทคโนโลยีแค่ไหนก็ตาม ทุกคนง่ายต่อการเป็นสื่อแค่ไหน มันอาจจะง่ายในข้อมูลที่เราจะได้รับมา แต่คุณภาพที่จะต้องทำให้สังคมได้รับรู้ตระหนักถึง เป็นหน้าที่ของนักข่าวจะมีเทคโนโลยีดีแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่มีใครมากระตุกเตือนสังคมว่าควรตระหนัก เทคโนโลยีนั้นก็ไร้ค่า ไม่ใช่ว่าสำคัญความเป็นนักข่าวผิดไป นักข่าวก็เป็นองคาพยพในสังคมที่หวังให้สังคมต้องดีขึ้นไปเรื่อยๆ

ครั้งหนึ่งผมออกเวรหลังจากเขียนข่าวไปพอสมควร เสียงโทรศัพท์จากยายของเด็กคนหนึ่งที่เคยถูกลักพาตัวไปก่อนจะนำกลับมาได้ โทร.มาร้องเรียนว่า เด็กกำลังจะตาบอดวิงวอนขอความช่วยเหลือ วินาทีนั้น...!! ความเหนื่อยและความโง่ของผม เกือบจะปัดเสียงวิงวอน แต่เมื่อมานั่งคิดทุกอย่างที่เคยร่ำเรียนมาตะคอกให้ผมทำข่าว เมื่อข่าวออกไป ความช่วยเหลือมอบให้กับเด็กคนนั้น เสียงขอบคุณจากยายของเด็ก มันทำให้หัวใจผมพองโต ที่ได้เห็นมนุษย์คนหนึ่งได้รับความเป็นธรรมและความช่วยเหลือ

บางทีสิ่งนี้ อาจมีค่ามหาศาลกว่าเงินใดๆ ในโลกหล้า เกียรติยศของนักข่าวมันอาจยิ่งใหญ่เพียงเท่านี้ก็เป็นได้ ขอเพียงเป็นแค่นักข่าวที่คนรุ่นหลังจะได้เล่าขานได้อย่างภาคภูมิใจ ขอเสี้ยวความกล้าหาญแห่งนักรบ ขอเสี้ยวแห่งการตั้งคำถามอย่างนักคิด ขอเสี้ยวแห่งพละกำลังแห่งความแข็งแกร่ง ขอเศษเสี้ยวเป็นเพียงแค่นักข่าวเท่านั้นก็พอ และขอไฟแห่งสัจจะยังคงสถิตย์ในใจเสมอ



นักข่าวจะก้าวไปทางใด ท่ามกลางโลกที่หมุนไวใบนี้? ช่างเป็นคำตอบที่ยากจะคาดเดายิ่งนัก อาจล่มสลาย หยัดยืน หรือรื้อฟื้น ใครเล่าจะกล้าทายคำตอบของคำถามที่ชวนฉงนนี้ นอกเพียงจากต้องพยายามไม่หยุดนิ่งท่ามกลางการผันแปรของโลก ต้องพยายามไม่ยืนเฉยท่ามกลางแรงลมที่ถาโถม ต้องพยายามไม่ถอยหลังเพราะหวาดกลัวแสงสว่างของอรุณรุ่งยามเช้าที่มาขับไล่ความมืดบอดแห่งราตรี ต้องพยายามก้าวไปด้วยกัน พยายามก้าวไป เพราะชีวิตมนุษย์คนหนึ่งนั้น ยาวนานเกินกว่าจะหยุดอยู่กับที่หรือเดินถอยหลัง

ท่ามกลางเทคโนโลยีที่ร่วมสมัย บางทีและบางที คำตอบอาจจะง่ายๆ สั้นๆ เพียงว่า ก็แค่ก้าวไปกับโลกใบนี้ ก้าวไปกับสังคมนี้ ตราบเท่าทีมันยังมีข่าวและเรื่องราวรอเปิดโปง ตราบเท่าที่เสียงของประชาชนยังคงดังกึกก้องต้องการหาเรื่องราวและศักยภาพของนักข่าว ตราบเท่าที่เสียงเรียกร้องให้นักข่าวมีคุณภาพมากขึ้นไปอีก ตราบนั้นเรายังอยู่ เพียงเพื่อทำหน้าที่ของนักข่าวให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ชีวิตนักข่าวคนหนึ่งนั้นแสนสั้นนัก!! แต่ก็ยาวนานพอจะทำตามตราบที่เสียงเรียกร้องสัจจะยังดังสนั่นก้องโลกเสมอมา.
......................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 343