อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

คณะสงฆ์ไทย... ภายใต้"พระสังฆราช"พระองค์ใหม่

การมีสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ แน่นอนว่านำมาซึ่งความปลาบปลื้มปิติยินดี เพราะพระองค์ท่านถือว่าเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่คณะสงฆ์ทุกฝ่ายยอมรับถ้วนหน้า พุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.00 น.


สำหรับผมการมี “สมเด็จพระสังฆราช” พระองค์ใหม่ แน่นอนว่านำมาซึ่งความปลาบปลื้มปิติยินดี เพราะพระองค์ท่านถือว่าเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่คณะสงฆ์ทุกฝ่ายยอมรับถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นคณะสงฆ์ธรรมยุตหรือคณะสงฆ์มหานิกาย และก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจมากนัก เพราะทราบมาก่อนประมาณหนึ่งเดือนแล้วว่า “สมเด็จพระมหามุนีวงศ์” จะได้รับการสถาปนาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง “สมเด็จพระสังฆราช” องค์ที่ 20

เท่าที่ผมฟังเสียงและตรวจสอบ “กองเชียร์” ฝ่ายมหานิกายบางกลุ่ม บางรูปก็ยอมรับหมด เพราะทุกคนทุกรูปยอมรับใน “พระราชอำนาจ” และ “สมเด็จพระสังฆราช” พระองค์ใหม่ และทุกคนก็ทราบดีว่าการส่งเสียงป่วนจะนำมาซึ่ง “ผลเสีย” มากกว่า “ผลดี” ต่อวงการคณะสงฆ์อันเป็นที่รักของตัวเอง และการสร้างความวุ่นวายก็เปรียบเสมือนกับการ “ทุบหม้อข้าว” ตัวเองด้วย เพราะยิ่งคณะสงฆ์ปั่นป่วน ประชาชนก็ยิ่งเบื่อหน่ายและหมดศรัทธาต่อสังคมสงฆ์



ส่วนใครจะส่งเสียงเชียร์ว่า ไม่เสียแรงที่ต่อสู้จนได้ “สังฆราชพระองค์ใหม่” หรือใครจะส่งเสียงอะไรออกมา ผมว่า “จบแล้ว” เรื่องแบบนี้ไม่มีอะไรต้องออกมาเชียร์หรือต้องออกมาพูดทำให้เกิดความขุ่นมัวในสังคม เพราะในแง่ของความจริง คณะสงฆ์ทั้ง 2 ฝ่ายทุกรูปในมหาเถรสมาคมก็คือ “สหายธรรม” ประชุมร่วมกัน ทำงานร่วมกัน ฉันข้าวบาตรเดียวกัน สุขทุกข์เพื่อพระพุทธศาสนามาด้วยกัน

บางรูปซ้ำเรียนมาด้วยกัน ท่านมีเคารพซึ่งกันและกันตามหลัก “พระธรรมวินัย” ที่ให้ยึด “หลักพรรษา” ส่วนสมณศักดิ์เป็นเรื่องของบ้านเมือง เป็นเรื่องเพื่อเอื้ออำนวยต่อการทำงาน ประสานงานกันระหว่างคณะสงฆ์และภาครัฐ พวกเราชาวพุทธต่างหากที่ “มโน” กันเองว่า ต้องอย่างนี้ ต้องอย่างนั้น





ผมก็หวังว่า “สังคมสงฆ์ไทย” ต่อจากนี้ ภาพลักษณ์จะดีขึ้นให้สมกับความเป็น ศูนย์กลางพระพุทธศาสนา ไม่มีการเมืองทั้งจากภายใจและภายนอกเข้าไปยุ่งเกี่ยว กิจการพระศาสนาด้านการศึกษาภาษาบาลี ซึ่งตอนนี้กำลังจะล่มสลาย หาคนเรียนยากจะได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง

และเมื่อเรียนจบแล้วบรรดาพวกที่จบเปรียญธรรม 9 ประโยคก็จะมี “งานคณะสงฆ์” รองรับ ไม่แตะฝุ่นรอกินแต่นิตยภัต (เงินเดือน) นอนเดียวดายอยู่แต่ภายในกุฎิ เหมือนหลายรูปอยู่ดังทุกวันนี้ หรือแม้กระทั่งด้านวิปัสสนาก็ควรจะส่งเสริมอย่างจริงจัง



สำนักไหนจะภาวนา “พุทธโธ” หรือแบบ “ยุบหนอ พองหนอ” หรือ กระทั่งแบบ “สัมมา อะระหัง” ก็ควรจะต้องได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ หรือต่างสำนักต่างเชิญชวนสร้างความเชื่อแล้วติดอยู่กับแนวทางของตนเอง และทั้งเชื่อว่า “สมเด็จพระสังฆราช” ในฐานะพระองค์ผู้ฝักใฝ่วิปัสสนา การปฎิบัติธรรมอันเป็นแกนหลักของพระพุทธศาสนาคงจะ “เฟื่องฟู” ในยุคของพระองค์ท่าน

ทิศทางสังคมสงฆ์ต่อจากนี้ไปคงจะเกิด “สังฆสามัคคี” มากขึ้น การศึกษาคณะสงฆ์ทั้ง “คันถธุระและวิปัสสนาธุระ” คงจะกลับมาเฟื่องฟูมากยิ่งขึ้นภายใต้การบริหารของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ทีฆายุโก โหตุ สังฆราชา...
….................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอบคุณ พัดยศ สมณศักดิ์พระสงฆ์ไทย, สำนักงานเลขาเจ้าคณะภาค 9, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 77