อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

7สถานที่สุดหลอนในญี่ปุ่น อดีตถูกสาปสยองถึงปัจจุบัน

ศาลฝังศีรษะนี้ขึ้นชื่อมากในเรื่อง“คำสาป” ในอดีตรัฐบาลญี่ปุ่นหรือแม้แต่กองทัพสหรัฐเองเคยทุบศาลนี้ทิ้ง เพราะจะเอาที่ดินไปทำอย่างอื่น แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องล้วนมีอันเป็นไป!! ศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.00 น.


ช่วงนี้ค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางไปต่างประเทศมีราคาถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก “หมวยเล็ก” เห็นว่า จุดหมายนอกประเทศที่นักท่องเที่ยวไทยชอบเดินทางไปเยือนที่สุดแห่งหนึ่งในนั้นต้องมี ประเทศญี่ปุ่น ติดอยู่ในอันดับแน่ๆ บางครั้งเพื่อนๆ ใกล้ตัวหมวยนี่แหละพากันจัดทริปไปเที่ยวญี่ปุ่น

...แต่ขอโทษนะคะ...หลายๆ ครั้งบางทีก็เห็นโพสต์ในเฟซบุ๊คของเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ ไปที่เดียวกันเป๊ะ!! ถ่ายรูปมุมเดียวกันเป๊ะอีกต่างหาก...คราวนี้ “หมวยเล็ก” จึงอยากจะพามารู้จัก สถานที่ท่องเที่ยวแนวใหม่ กันหน่อย เอาแบบไม่ซ้ำใครเพราะเป็น 7 สถานที่ๆ ถือว่า “ผีเฮี้ยนที่สุดในญี่ปุ่น” กัน แต่บางที่ก็อย่าเข้าไปเลยค่ะ ถ่ายรูปรอบๆ แล้วก็ผ่านไปดีกว่า...บรื๋อออออ



1. ป่า“อะโอะกิงะฮะระ”
แน่นอนที่แรกอันโด่งดังต้องเป็นป่า “อะโอะกิงะฮะระ” หรือ “ป่าฆ่าตัวตาย” นั่นเอง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้คนสิ้นหวังนับพันคนเดินทางเข้ามาจบชีวิตตนเองในป่าแห่งนี้ นอกจากซากศพคนตายที่อาจเจอแขวนอยู่บนต้นไม้ในป่าแล้ว ยังมีตุ๊กตาหุ่นฟางที่เรียกว่า wara ningyou” ถูกตะปูตรึงอยู่กับต้นไม้ด้วย ก็ไม่รู้สินะว่าใครมาสาปใครเอาไว้แถวนั้นรึเปล่า? เอาเป็นว่าแค่รู้จักป่านี้ก็พอแต่อย่าเข้าไปยุ่งเลยจะดีที่สุด



2.อุโมงค์ “ชูเซ็ตทสึ”
อุโมงค์นี้อยู่ในเขตฟุกุโอะกะ เมืองฟุกุโอะกะ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะคิวชู เคยเป็นสถานที่ที่เกิดการฆาตกรรมมาก่อน ปัจจุบันชาวบ้านยังได้ยินเสียงแปลกๆ จากที่นี่อยู่เลยค่ะ และตำนานท้องถิ่นก็บอกด้วยว่า เมื่อใดก็ตามที่มีคนพยายามจะเดินเข้าไปจะมีเสียง “หยุด” ดังออกมา



3.ช่องเขา “โอยรัน บูชิ”
อยู่ใกล้ๆ กับทางหลวงหมายเลข 411 นอกตัวจังหวัดยะมะนะชิ มีตำนานเล่าว่า ตรงบริเวณนั้นเคยเป็นเหมืองทองมาก่อน และมีโสเภณีหรือ “โอยรัน” คอยให้บริการพวกคนงานในเหมือง พอตระกูลที่เป็นผู้ครอบครองเหมืองล้มละลายก็ต้องการที่จะปิดเหมืองและไม่ต้องการให้ผู้ใดรู้ว่าตรงบริเวณดังกล่าวมี ทองคำ อยู่ จึงสร้างแท่นขนาดใหญ่ทำด้วยไม้แล้วต้อนให้เหล่าโสเภณีจำนวน 55 คน ขึ้นไปร้องเต้นอยู่บนนั้น จากนั้นก็ตัดเชือกที่ผูกแท่นนี้เอาไว้ให้พวกเธอตกลงไปในแม่น้ำเชี่ยวกรากจนเสียชีวิตทั้งหมด ปัจจุบันชาวบ้านยังคงได้ยินเสียงร้องโหยหวนด้วยความโกรธแค้นของโสเภณีที่ตายไป



4.แมนชั่น “อะกาซากะ”
แมนชั่นนี้ถือเป็นสถานที่ที่ผีดุที่สุดในกรุงโตเกียว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบต่างเล่าลือกันถึงเรื่องวิญญาณหลอนมากมาย แต่ อะกาซากะแมนชั่น ก็ยังเปิดให้บริการอยู่ และส่วนมากผู้ที่มาพักก็จะเป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งเจอดีไปหลายราย ทั้งถูกบีบคอขณะนอนหลับหรือถูกลากลงจากเตียงมาอยู่มุมห้อง



5.ซากศาลเจ้า “โดเรียวโดะ”
สถานที่แห่งนี้แน่นอนว่าในอดีตเคยเป็นศาลเจ้าที่อยู่ใจกลางสวนสาธารณะโอตุคายามะ ในเขตฮะชิโอจิ ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว จาก ตำนานความเฮี้ยน ที่เล่าขาน คือในปี 1963 เคยมีสาวใหญ่รายหนึ่งถูกฆ่าตายที่นี่ อีก 10 ปีถัดมาเป็นคราวชะตาขาดของหญิงสาวอีกรายที่ถูกฆ่า โดยอาจารย์ของเธอเองหลังจากที่ทั้งคู่คบหากันในเชิงชู้สาวแล้วเกิดทะเลาะกัน ตกกลางคืนคนที่เดินผ่านไปมาต่างพูดกันว่า เขาได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังออกมาจากซากศาลเจ้าที่ถูกทำลายไปแล้ว



6.บ้านตระกูล “ฮิมุโระ”
บ้านนี้เป็นบ้านที่มีประวัติศาสตร์ดำมืดที่สุดของญี่ปุ่นค่ะ เพราะมีการทำพิธีประหลาด ซึ่งคนในตระกูลเชื่อว่า เพื่อเป็นการปิดปากประตูนรกไว้และหน้าที่นี้จะต้องทำโดยคนในตระกูลนี้เท่านั้น หนึ่งในพิธีกรรมที่โหดร้าย คือ “พิธีแขวนคอ”

ผู้ดูแลตระกูลจะต้องหาเด็กหญิงพรหมจรรย์มาเลี้ยงดู โดยไม่ให้รู้จักกับโลกภายนอก เมื่อถึงเวลาก็จะผูกแขน ขาและคอของเธอเข้ากับเชือก จากนั้นก็ให้วัวหรือม้าวิ่งผ่านเพื่อแยกร่างเด็กสาวออกจากกัน เลือดที่ไหลออกมาจะต้องให้ไหลลงที่บริเวณประตูนรก พิธีกรรมประหลาดนี้ดำเนินอยู่กว่าครึ่งศตวรรษ

จนกระทั่งมีสาวที่ต้องตกเป็นเครื่องสังเวยคนหนึ่ง เกิดไปตกหลุมรักกับชายหนุ่มจนทำให้พิธีล้มเหลว ผู้นำของตระกูลนี้จึงฆ่าทุกคนในบ้านตาย รวมทั้งปลิดชีพตัวเองด้วย หลายปีที่ผ่านมามีคนเคยพยายามที่จะไขปริศนาของบ้านหลังนี้ ซึ่งตั้งอยู่แถบชานกรุงโตเกียว แต่ก็หายตัวไปอย่างลึกลับทุกราย



7.ศาลฝังศีรษะของ “ไทระ โนะ มาซากาโดะ”
“ไทระ โนะ มาซากาโดะ” เป็นซามูไรผู้มั่งคั่งในช่วงปี ค.ศ.940 เขาก่อกบฏตั้งตนเป็นจักรพรรดิเองขึ้นในแถบคันไซ จึงถูกรัฐบาลกลางปราบปรามและตัดหัวเสียบประจานเดินทางไปหลายเมือง จนในที่สุดศีรษะของเขาก็ถูกฝังลงที่ที่ดินซึ่งเป็นกรุงโตเกียวในปัจจุบัน

ศาลนี้ตั้งอยู่ในย่านโอเตะมะชิ นับว่าเป็นวอลล์ สตรีทหรือศูนย์กลางทางการเงินของญี่ปุ่น ที่ดินบริเวณนั้นจัดว่ามีค่ายิ่งกว่าทองคำ แต่ทำไมศาลนักรบซามูไรโบราณยังคงตั้งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลากว่าพันปีได้?...นั่นเพราะศาลนี้ขึ้นชื่อมากในเรื่อง “คำสาป” ในอดีตรัฐบาลญี่ปุ่นหรือแม้แต่กองทัพสหรัฐเองเคยทุบศาลนี้ทิ้ง เพราะจะเอาที่ดินไปทำอย่างอื่น แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องล้วนมีอันเป็นไป บริษัทที่ตั้งอยู่บริเวณนั้นก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องศาลแห่งนี้เลย นอกจากนี้พวกเขาถึงขนาดจัดตั้งกลุ่มอาสามัครคอยดูแลศาล และเปิดบัญชีธนาคารให้กับ “ศาลในนามไทระ โนะ มาซากาโดะ” อีกด้วย
…......................................
คอลัมน์ : มุดรั้วบ้านเพื่อน
โดย “หมวยเล็ก”

ขอบคุณข้อมูลจาก : travelia.asia , CNN , en.rocketnews24.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 9