อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 29 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 29 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

กินปลาส้มดิบแกล้มเหล้าขาว พยาธิไชท้องก่อมะเร็งท่อน้ำดี

ความเชื่อในอดีตของชาวบ้านที่เข้าใจผิดๆ ว่าใส่พริก บีบมะนาว หรือกินแกล้มกับเหล้าขาวเพื่อฆ่าตัวอ่อนของพยาธินั้นไม่เป็นความจริง ซ้ำยังทำให้ตัวอ่อนพยาธิกลับเจริญแตกตัวได้ดี!! เสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.00 น.


วันนี้ขอหยิบเรื่องใกล้ตัวมาเล่าสู่กันกันฟัง โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบกิน “ปลาส้ม” ใครที่ชอบกึ่งสุกกึ่งดิบ หรือไม่สุก? รู้หรือไม่ “พยาธิใบไม้ตับ” ที่อยู่ในปลาเสี่ยงก่อโรค “มะเร็งท่อน้ำดี” ดังเมนูจำพวก “ก้อยปลา-ปลาส้ม-ปลาร้า”

คนธรรมดาอย่างเราๆ ในฐานะคนกินจะรู้ได้อย่างไร “ปลาปลอดพยาธิ อาหารปลอดภัย?”

เราต้องดูแหล่งปลา ซึ่งมีที่มาจาก 2 แหล่ง คือ “ปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ” จะมีความยากเกินไปที่จะควบคุม เพราะปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนอุจจาระที่อาจมีการลักลอบปล่อย หรือเทลงในแหล่งน้ำ ซึ่งเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการมีตัวอ่อนพยาธิ

“ปลาจากบ่อเลี้ยง” มีการติดเชื้อพยาธิ เกิดจากสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ และอีกลักษณะ คือการเลี้ยงปลาใต้ฐานของโรงเลี้ยงไก่ หมู เพื่อให้ปลากินเศษมูลสัตว์ วิธีแก้ไข คือพักน้ำก่อนเข้าสู่บ่อเลี้ยงปลา 48 ชม. หรือมากว่า สามารถตัดวงจรตัวอ่อนพยาธิได้ก่อนนำไปแปรรูป


ส่วนความเชื่อในอดีตของชาวบ้านที่เข้าใจผิดๆ ว่าการใส่พริก บีบมะนาวฆ่าเชื้อพยาธิ หรือกินแกล้มกับเหล้าขาว เพื่อฆ่าตัวอ่อนของพยาธินั้น ยิ่งไม่เป็นความจริง ซ้ำยังทำให้ตัวอ่อนของพยาธิกลับเจริญแตกตัวได้ดี!!

“ปลาส้ม” หากจะหมักให้ปลอดภัย ต้องดูขนาดของปลา และใช้เวลาการหมักนานกว่า 3 วัน แม้จะมีพยาธิที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่จะไม่สามารถติดเชื้อสู่คน ส่วน “ปลาร้า” ควรหมักมากกว่า 1 สัปดาห์ขึ้นไปในช่วงฤดูร้อน และฤดูหนาวต้องหมักมากกว่า 1 เดือน ตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับจึงจะสิ้นฤทธิ์

เห็นไหมล่ะ...เรื่องใกล้ตัวไหม??? สุดท้ายแล้ววิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ “ปรุงสุก” ต่อจากนี้ก็ลบความเชื่อนั้นไปได้เลย เพราะเราไม่ใช่คนผลิต เราเป็นคนหยิบปลาเข้าปาก หรือคนที่ยังจะกินต่อ มโนเอาเองก็ได้นะว่า “ปลอดพยาธิ”



ขอแนะนำว่าหากเราจะ “กำจัดพยาธิให้ตาย” ใช้ไมโครเวฟระดับความร้อน 800-850 องศาเซลเซียส หรือต้มในน้ำเดือด 5 นาที และการแช่แข็งปลาอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส ทั้ง 3 วิธีเห็นผลดีสุด แต่โชคดีอยู่อย่างหนึ่ง การขนส่งปลาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว และกัมพูชา มีการเก็บปลาแบบแช่แข็ง เพื่อไม่ให้ปลาเน่าระหว่างขนส่ง จึงพบว่า “ตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับ” ไม่มีฤทธิ์แพร่เชื้อแล้ว

ปัจจุบันใครพอรู้ว่า “โรคมะเร็งท่อน้ำดี” คือ โรคที่เป็นปัญหาสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไข ส่วนสาเหตุหลักที่อยู่คู่ชาวบ้านมาอย่างยาวนานก็คือ “ติดโรคพยาธิใบไม้ตับ” พยาธิจะชอนไชท่อน้ำดีจนอักเสบเรื้อรัง กลายเป็นมะเร็งในที่สุด...!! ซึ่งที่น่ากลัวสุดๆ คือ ระยะก่อโรคยาวนานถึง 20 ปี

กลุ่มผู้ป่วยที่เป็น “โรคมะเร็งท่อน้ำดี” ส่วนใหญ่อายุมากกว่า 40 ปี โดยขณะนี้มีกลุ่มเสี่ยงจำนวน 6 ล้านคน และผู้ป่วย 1.4 หมื่นคนต่อปี ส่วนมากจะเป็นคนอีสาน จากนั้นจะเสียชีวิตภายใน 1 ปี ซึ่งเราต้องตระหนักรู้ถึงอันตราย ที่เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง แต่ถ้าตรวจพบก้อนมะเร็งระยะเริ่มต้น ยังคงรักษาให้หายขาดได้

ใครจะมีความเชื่อการกินแบบไหน หรืออย่างไรนั้น...ซึ่งที่แน่ๆ วัฒนธรรมการกินอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ เป็นสาเหตุของการติด “โรคพยาธิใบไม้ตับ” ก่อมะเร็ง...นี่แหละของจริง!!!
…....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณข้อมูล : รศ.ดร.สพ.. ธิดารัตน์ บุญมาศ ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทีมวิจัยโครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี (CASCAP), รศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว หน.โครงการ CASCAP มหาวิทยาลัยขอนแก่น



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.33K