อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มีนาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มีนาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'จุดต่ำสุด'ของความเป็นคน ชีวิต'ยายเฒ่า'ขอทานหาเงิน

“ยายเต็ม เหมือนศรี”อาศัยในบ้านกองขยะ ตาบอด แขนหัก ยามกลางคืนต้องนอนหนาวเหน็บ ยิ่งช่วงหน้าฝนหากตกหนักน้ำท่วมที่นอนจนเปียกก็ขยับตัวไม่ได้ ต้องรอคนเห็นและมาช่วย อาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08.00 น.


เคยไหมลำบากจนต้องยอมเห็น “น้ำตาตัวเอง” ไหลทุกวันจนชินชา เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องทำ ท้อแค่ไหนก็ต้องสู้ เจ็บและช้ำโดยไม่รู้ด้วยว่า... จุดต่ำสุดของชีวิตความเป็นคนมันอยู่ตรงไหน?”

ที่สุดความรันทดนี้เกิดขึ้นกับยายวัย 73 ปี “ยายเต็ม เหมือนศรี” อาศัยในบ้านกองขยะ ซ้ำร้ายยังตาบอด แขนหักกระดูกขาดจากกันมา 5 ปี มีเพียงหนังที่หุ้มเอาไว้ และเดินไม่ได้ เริ่มเล่าชีวิตความลำบากให้ฟังว่า เคยออกไปขอทานก็โดนคนนินทาให้สะเทือนใจ ตอนนี้คงเปรียบดั่งขอนไม้ที่ไร้ประโยชน์ใกล้ฝั่งแล้ว

ละแวกวัดเขาทำเทียม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นบ้านที่สร้างขึ้นจากกองขยะ มีเพีงแผ่นกระดานไม้ผุๆ ลังกระดาษกับผ้ายางขาดรุ่งริ่ง และถุงพลาสติกมากันเป็นกำแพง


ยามกลางคืนก็ต้องยอมนอนทนความหนาวเหน็บ ยิ่งช่วงหน้าฝน หากตกหนักน้ำท่วม หลังคารั่วน้ำหยดใส่ที่นอนจนเปียกก็ขยับตัวไม่ได้ ต้องรอคนเห็นมาช่วย



ถ้าลูกสาวยาย “ป้าก้าน เหมือนศรี” อายุ 44 ปี อยู่ด้วยก็จะเป็นคนช่วยดูแล...ยายเฒ่าบอกว่า “ทำอย่างไรได้ก็ชะตากำหนดมาให้เราต้องลำบาก” มีลูก 3 คน ตอนนี้ก็เสียไป 2 คนแล้ว สามีอายุ 65 ปี เดินไม่ค่อยได้ ก็จะพึ่งลูกสาวก็คือ “ป้าก้าน” ซึ่งก็ต้องทนกับโรคที่รุมเร้า “เนื้องอก” และ “เบาหวาน” ไม่ต่างอะไรไปจากผู้เป็นพ่อกับแม่

ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่กับ “ลูกสาว” มีรายได้จากการคุ้ยเขี่ยหาสิ่งของตามกองขยะ ส่วนใหญ่เกิน 90 บาท บางวันก็ไม่ถึง เพื่อนำไปขายแลกเงินมาซื้อข้าวสาร น้ำปลา ไข่ไก่ มาไว้กินประทังชีวิต บางวันลูกสาวก็ทอดไข่ให้กินก่อนไปเก็บขยะ โดยไข่ทอด 1 ฟอง กิน 3 คน ส่วนอาหารหลัก คือ “ข้าวเปล่า” หรือโชคดีก็มี “น้ำปลา” พอจะเติมให้มีรสชาติ และยังโชคดีที่มีเบี้ยคนพิการให้พอผ่านพ้นความลำบาก



แต่ก่อนช่วงที่ยายเดินได้ ยังพอช่วยลูกสาวด้วยการพากันออกหาเก็บเศษสิ่งของเก่าๆ ให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อความชรามาเยือน เกินกำลังที่ร่างกายจะทำไหวก็ยังทนสู้ เพราะความสงสารลูกสาวที่ป่วย ต้องหาเลี้ยงคนทั้งบ้าน จึงตัดสินใจฝืนดวงชะตาและอายุตนเอง ออกเดินขอทาน แต่ก็ถูก กรมประชาสงเคราะห์ สั่งห้ามและจับส่งโรงพัก ซึ่งในระยะหลังดวงตาเริ่มพร่ามัว จนหกล้มแขนหักไม่ได้รักษา จึงปล่อยตามเวรตามกรรมรักษาตามมีตามเกิด

ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ แขนข้างที่หักก็ใช้การไม่ได้ มิหนำซ้ำตาที่พร่ามัวก็ดันมาบอดถาวรเสียอีก จะให้ทำอย่างไร??? ก็ต้องนอนป่วยเช่นนั้น บางวันไม่ได้กินข้าว หรือเว้น 2 วันไม่ได้กินข้าว ร่างกายจึงขาดสารอาหารสะสมเป็นระยะเวลานาน ทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงเดิน สุดท้ายขา “ยายเต็ม” ก็เดินไม่ได้ กลายเป็น “คนพิการ” ซ้ำเติมเข้าไปอีก



น้ำตายายเฒ่าไหลจนเปื้อนหมอน “ขอทานยังดีกว่ายายเยอะ เพราะขอทานยังเดินไปขอทานได้ แต่ยายนั้นเปรียบเหมือนขอนไม้ที่ไร้ประโชยน์ แก่ก็แก่ เดินก็ไม่ได้ มองก็ไม่เห็น แขนก็หัก นอนรอความตายไปวันๆ แถมสร้างภาระให้ลูกสาวตัวเองอีก ขอทานที่ต่ำกว่าขอทาน”

สิ่งที่ยายเฒ่าอยากได้ คือ นมหรืออาหารเหลว เพราะเคี้ยวข้าวไม่ได้แล้ว บ้านยายไม่มีเลขที่ คนแถวนั้นรู้ถึงความลำบาก ความน่าสงสารของครอบครัว “ยายเต็ม” ขอทานรันทดผู้นี้ดี

ตอนนี้มีคนใจดีเข้ามาช่วยเหลือบ้างแล้ว แต่จะเป็นบุญเหลือเกิน หากแบ่งปันน้ำใจ หรือแชร์ให้หน่วยงานใดเข้ามาช่วยครอบครัวนี้ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือขอเพียงข้าวสารและนมไว้ประทังชีวิตในยามที่หาของเก่าไม่ได้ ส่งมาที่บ้านเลขที่ 418 ม.6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 72160 ให้ระบุว่า "ยายเต็มขอทาน" ชายใจบุญไม่ประสงค์ออกนามคนนี้ จะนำของไปส่งให้ทุกครั้งที่มีคนส่งของมาให้ หวังว่าคนเหมือนกันจะไม่ทิ้งกัน?
....................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพ : วรณัน สาระศาลิน, ตาอั่ม อู่ทอง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 15